6 หุ้น Earnings Play สุดเก๋า! ราคาไปต่อ-ศักยภาพปันผลสูง
เริ่มต้นปีใหม่ ดูเหมือนว่าตลาดหุ้นไทยจะตอบรับไม่ค่อยสดใสนัก โดยในวันทำการแรกของปี 2568 คือเมื่อวันที่ 2 ม.ค. ดัชนีหุ้นไทยปิดที่ระดับ 1,379.85 ปรับตัวลดลงอย่างหนักถึง 20.36 จุด หรือ -1.45% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 36,896.32 ล้านบาท จากภาพดังกล่าวทำให้นักลงทุนต้องเฟ้นหากลยุทธ์ลงทุนและใช้ความระมัดระวังอย่างมาก เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับพอร์ต
ดังนั้น Wealthy Thai จึงมีธีมการลงทุนที่น่าสนใจจากผู้เชี่ยวชาญมาฝากอีกเช่นเคย โดยบริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด ระบุในบทวิเคราะห์ ช่วงสั้นมอง SET จะแกว่งตัวไซด์เวย์และผันผวนสูง เนื่องจากความกังวลแรงขายจากกองทุน LTF ที่จะครบกําหนดในช่วงต้นปี 2568 รวมทั้งยังต้องรอปัจจัยชี้นําใหม่ๆ กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนําให้ “Selective Buy” ใน 2 ธีมหลักที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว และ 1 ธีม เทรดดิ้งระยะสั้น
โดย Wealthy Thai ได้หยิบยกเอาหนึ่งในธีมที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัวจากคำแนะนำของ บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ มาไว้ในบทความนี้ ซึ่งได้แก่ หุ้น Earnings Play ซึ่ง บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ มองราคาหุ้นยังไม่ได้ปรับขึ้นสะท้อนโมเมนตัมกําไรไตรมาส 4/67 ที่คาดจะเติบโตดีจากช่วงเดียวกันของปีก่อน และจากไตรมาสก่อน อีกทั้งยังมีศักยภาพการจ่ายปันผลได้สม่ำเสมอ เลือก GULF, OSP, AMATA, AU, TIDLOR และ BCP
เริ่มที่ บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด แนะนำ “TRADING” บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF ที่ราคาเหมาะสม ณ สิ้นปี 2568 ที่ 63.75 บาท/หุ้น คาดกำไรไตรมาส 4/67 โตเด่นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า จากฐานที่ต่ำในปีก่อน และการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรโครงการที่ COD ใหม่ตลอดทั้งปีที่ผ่านมาได้เต็มที่มากขึ้น คาดกำไรปกติทั้งปี 2567 ที่ 1.8 หมื่นลบ. +22% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และปี 2568 ที่ 2.1 หมื่นลบ. +17% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด มหาชน แนะนำ “ถือ” บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSP ที่ราคาพื้นฐานปี 2568 ที่ 21.00 บาท/หุ้น โดยมองว่า OSP ได้จำหน่ายธุรกิจที่ไม่ใช่ธุรกิจหลักและไม่ทำกำไรไปแล้วทั้งหมด ซึ่งหลังจากนี้จะไม่มีการรับรู้ผลขาดทุนจากการปรับโครงสร้างบริษัทคาดว่าไตรมาส 4/67 ผลกำไรสุทธิจะฟื้นตัว บริษัทเน้นเพิ่มยอดขายสินค้าที่มี GPM สูงโดยจะมีการนำผลิตภัณฑ์ใหม่ป้อนสู่ตลาด แต่ยังมีความยากลำบากในการรักษาส่วนแบ่งการตลาดของเครื่องดื่มชูกำลัง M-150 ที่เป็นสินค้าหลักของบริษัทจากคู่แข่ง นอกจากนี้ยังมีการขยายตลาดเครื่องดื่มชูกำลังไปที่เวียดนาม ซึ่งคาดว่าอาจไม่ใช่เรื่องง่ายนัก ต้องให้เวลาพิสูจน์
บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) แนะนำ “เก็งกำไร” บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) หรือ AMATA พร้อมให้ราคาเป้าหมายที่ 30.00 บาท/หุ้น โดยคาดว่าไตรมาส 4/67 จะเป็นไตรมาสที่บริษัทมีกำไรสุทธิสูงสุดในปี 2567 จากยอดโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินที่เพิ่มขึ้นทั้งในไทยและเวียดนาม รวมทั้งรายได้ประจำจากธุรกิจให้บริการสาธารณูปโภคและธุรกิจเช่า โดย AMATA มียอด backlog สูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1.94 หมื่นล้านบาท ณ สิ้นไตรมาส 3/67 ซึ่งแบ่งเป็น backlog ในไทย 1.76 หมื่นล้านบาท และในเวียดนามอีก 1.8 พันล้านบาท โดย backlog ในไทยจะทยอยรับรู้เป็นรายได้ในไตรมาส 4/67-2568 ส่วน backlog ใน เวียดนามจะรับรู้เป็นรายได้ในปี 2569
บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด แนะนำ “ซื้อ” บริษัท อาฟเตอร์ ยู จำกัด (มหาชน) หรือ AU ที่ราคาเหมาะสม 13.50 บาท/หุ้น โดยแม้ปัจจุบันราคาหุ้นซื้อขายที่ PE 34 เท่า สูงกว่ากลุ่มที่ราว 25-30 เท่า แต่บริษัทมีศักยภาพการเติบโตต่อเนื่องในช่วง 4-5 ปีจากนี้ราว 10-20% ต่อปี จากแบรนด์ที่ติดตลาด แผนการขยายสาขา ขายแฟรนไชส์ การวางขายสินค้าใน Modern Trade ตลอดจนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆที่ได้รับกระแสนิยมทุกปี ทั้งนี้ ปรับประมาณการรายได้และกำไรปี 2567 เพิ่มขึ้น 10% สู่ 1,592 ล้านบาท +31% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 296 ล้านบาท +66% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามลำดับ สะท้อนกำไรไตรมาส 3/67 สูงกว่าคาด 14% และกำไรงวด 9 เดือน 2567 คิดเป็น 78% ของประมาณการเดิม
บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด แนะนำ “Outperform” บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) หรือ TIDLOR พร้อมให้ราคาเป้าหมาย 19.50 บาท/หุ้น โดยคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2567 ที่ 4.1 พันล้านบาท (+9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน) โดยกำไรสุทธิงวด 9 เดือน 2567 คิดเป็นสัดส่วน 77% ของประมาณการทั้งปี จึงมองว่าสอดคล้อง ส่วนปี 2568 คาดกำไรสุทธิไว้ 4.9 พันล้านบาท (+18% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน) บนสมมติฐานสินเชื่อโต 15% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน, Cost of fund ทรงตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่ 3.5% (9M67 ที่ 3.3%) และ Credit cost เท่ากับปีก่อนที่ 3.7% (9M67 ที่ 3.7%)
บริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) แนะนำ “ซื้อ” บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP พร้อมให้ราคาเป้าหมาย 44.00 บาท/หุ้น โดยคาดไตรมาส 4/67 กลับมาทำกำไรจากขาดทุนสต๊อกน้ำมันหายไป +BSRC กลั่นเพิ่มขึ้น +กำไรจาก OKEA เพิ่มขึ้นตามราคาก๊าซในยุโรป ส่วนแนวโน้มกำไรปี 2568 ถูกหนุนด้วยการเติบโตของ OKEA และการเริ่ม COD ธุรกิจ SAF

