Official Update :

TCAP อีกหนึ่งหุ้นปันผลยอดฮิต ลุ้นครึ่งหลังปี 67 ให้ผลตอบแทนถึง 4%

หุ้นปันผลสัปดาห์นี้ขอนำเสนออีกหนึ่งหุ้นในกลุ่มการเงินที่ได้รับความนิยมจากนักลงทุนสายปันผล อย่าง TCAP หรือ บริษัท ทุนธนชาต จำกัด (มหาชน) ซึ่งนักวิเคราะห์คาดว่าครึ่งหลังของปี 2567 จะจ่ายปันผลราว 2.05 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) ถึง 4%


โดย TCAP เป็นบริษัทแม่ (Holding Company) ของกลุ่มธนชาต ซึ่งดำเนินธุรกิจทางการเงินหลากหลาย ทั้งธุรกิจเช่าซื้อ ประกันภัย/ประกันชีวิต ธุรกิจหลักทรัพย์ ให้สินเชื่อที่มีหลักประกัน บริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ และธุรกิจการลงทุน


ข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ระบุว่า ปัจจุบัน TCAP มีมูลค่าตามราคาตลาด (Market Cap) อยู่ที่ 52,692.35 ล้านบาท และมี P/E อยู่ที่ระดับ 7.81 เท่า (ข้อมูล ณ วันที่ 5 ก.พ. 68) โดยราคาหุ้นวันที่ วันที่ 5 ก.พ. 68 อยู่ที่ 50.25 บาท ปรับตัวลดลง 4.29% ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา และมี Dividend Yield อยู่ที่ระดับ 6.37%


ทั้งนี้ นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ให้มุมมองว่า TCAP ยังมีจุดเด่นเรื่องปันผล โดยคาดทั้งปี 2567 จะจ่ายปันผลรวม 3.30 บาทต่อหุ้น คิดเป็น Dividend Yield  ราว 7% และในงวดครึ่งหลังของปี 2567 คาดการณ์ว่าจะจ่ายปันผลอีก 2.05 บาทต่อหุ้น คิดเป็น Dividend Yield  ราว 4% ปรับเพิ่มขึ้นจากปี 2566 ที่จ่ายปันผลในอัตรา 3.20 บาทต่อหุ้น


นอกจากนี้ ยังคาดว่า TCAP จะจ่ายปันผลในระดับสูงได้ต่อเนื่อง โดยปี 2568 คาดจ่ายปันผลที่ 3.30 บาทต่อหุ้น คิดเป็น Dividend Yield ที่ 6.57% และปี 2569 คาดจ่ายปันผลที่ 3.30 บาทต่อหุ้น คิดเป็น 3.30 คิดเป็น Dividend Yield ที่ 6.57% เช่นเดียวกัน


สำหรับแนวโน้มกำไรสุทธิในไตรมาส 4/67 ฝ่ายวิเคราะห์คาด TCAP จะรายงานกำไรสุทธิที่ 1,500 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เพราะรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยดอกเบี้ย (Non-NII) เพิ่มขึ้น จากผลการดำเนินงานของบริษัทร่วม TTB


อย่างไรก็ตาม คาดกำไรจะปรับตัวลดลง 7% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า จากค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (OPEX) ที่เพิ่มขึ้น จากค่าใช้จ่ายด้อยค่ารถยึดของ THANI โดยจำนวนรถยึดของ THANI คงระดับสูงที่ประมาณ 140-150 คันต่อเดือน ส่วนสินเชื่อรวมลดลง 2% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3/67 จากสินเชื่อของ THANI ที่ลดลง จากนโยบายการปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวด


ด้านคุณภาพสินทรัพย์ NPL Ratio อยู่ที่ 4.85% เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 3/67 ที่ 4.76% จากสินเชื่อรถบรรทุกของ THANI ตามความไม่แน่นอนในการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ


ส่วนทิศทางการเติบโตในปี 2568 ฝ่ายวิเคราะห์คาดกำไรสุทธิจะอยู่ที่ 7,299 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% จากปี 2567 โดยปัจจัยสนับสนุนหลักคาดว่ามาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย (Non-NII) จากผลการดำเนินงานของบริษัทร่วม TTB อย่างไรก็ตาม ยังคงคำแนะนำ NEUTRAL และคงราคาเป้าหมายปี 2568 ที่ 54 บาท