ตลท. เผยหุ้นไทยมีจุดแข็ง ท่ามกลางความผันผวน มองสหรัฐฯ ขึ้นภาษีกระทบแค่ทางอ้อม แนะจับตาความเคลื่อนไหว Fed ต่อเนื่อง
ตลาดหลักทรัพย์ฯ เผยหุ้นไทยยังมีจุดแข็งแม้ตลาดหุ้นทั่วโลกมีความผันผวน มองการที่สหรัฐฯ ขึ้นภาษีนำเข้า แคนาดา-เม็กซิโก-จีน ยังมีผลกระทบจำกัดต่อหุ้นไทยผ่านทางความเชื่อมั่นนักลงทุน ชี้ควรติดตามความการปรับดอกเบี้ย Fed เพราะมีผลต่อตลาดทุนไทยในระยะหน้าได้
นายศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กร ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่าตลาดหุ้นไทยในเดือนมกราคมที่ผ่านมาเจอความผันผวนจากนโยบายประธานาธิบดี Donald Trump เป็นหลัก อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นไทยยังคงมีปัจจัยสนับสนุน เช่น (1) การที่ต่างชาติยังคงถือหุ้นไทยอยู่เป็นจำนวนมาก โดยสัดส่วนมูลค่าการซื้อขายของผู้ลงทุนต่างประเทศในเดือนมกราคม 2568 ยังคงอยู่ในระดับสูงสุดที่ 49.67% ของมูลค่าการซื้อขายรวม
นายศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กร ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่าตลาดหุ้นไทยในเดือนมกราคมที่ผ่านมาเจอความผันผวนจากนโยบายประธานาธิบดี Donald Trump เป็นหลัก อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นไทยยังคงมีปัจจัยสนับสนุน เช่น (1) การที่ต่างชาติยังคงถือหุ้นไทยอยู่เป็นจำนวนมาก โดยสัดส่วนมูลค่าการซื้อขายของผู้ลงทุนต่างประเทศในเดือนมกราคม 2568 ยังคงอยู่ในระดับสูงสุดที่ 49.67% ของมูลค่าการซื้อขายรวม
(2) อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (dividend yield) ของหุ้นไทยที่อยู่ในระดับสูง โดยค่าเฉลี่ยย้อนหลังตั้งแต่ปี 2000 ถึงปัจจุบันอยู่ที่ 3.14% และ (3) การที่ตลาดหุ้นไทยมีความสัมพันธ์ (correlation) กับตลาดหุ้นอื่นๆ ในต่างประเทศน้อยและมีความผันผวนค่อนข้างต่ำ ทำให้เป็นสินทรัพย์ที่เหมาะถือเพื่อกระจายความเสี่ยง นอกจากนี้ ตลาดหุ้นทั่วโลก รวมถึงไทย ยังมีโอกาสได้รับผลดีจากสถานการณ์ระดับโลกบางประการ เช่น การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกที่ยังไปได้ดี และสงครามระหว่างประเทศที่ไม่ได้ทวีความรุนแรงขึ้น
สำหรับการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจาก เม็กซิโก แคนาดา และ จีน ของสหรัฐฯ นั้น มองว่าจะมีผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทยเพียงทางอ้อม คือผ่านทางความกังวลของนักลงทุน เนื่องจากประเทศไทยไม่ได้มีการค้าโดยตรงกับประเทศที่เป็นข่าวอย่าง เม็กซิโก หรือ แคนาดา และสำหรับจีน คาดว่าอาจมีกระทบคือมีสินค้าจีนเข้ามาขายในตลาดไทยมากขึ้น แต่ ณ ปัจจุบันยังไม่เห็นผลกระทบดังกล่าว นอกจากนี้ หากประเทศที่ถูกขึ้นภาษีเหล่านี้ สามารถเจรจากับสหรัฐฯ ได้สำเร็จ ก็อาจเป็นจิตวิทยาเชิงบวกต่อตลาดหุ้นไทยด้วย
ในระยะต่อไป แนะนำให้จับตาตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ และความเคลื่อนไหวของ Fed เพราะนโยบายของ Donald Trump มีทั้งนโยบายที่อาจทำให้เงินเฟ้อปรับสูง เช่น สงครามการค้า และ การจำกัดแรงงานต่างชาติ และนโยบายที่อาจทำให้เงินเฟ้อปรับลง เช่น การผลิตน้ำมันเพิ่ม ซึ่งถ้านโยบายโดยรวมทำให้เงินเฟ้อปรับขึ้น ก็มีโอกาสที่ Fed จะหยุดลดดอกเบี้ยหรือขึ้นดอกเบี้ยแทน ซึ่งจะส่งผลให้เงินไหลออกจากตลาดหุ้นไทยไปยังตลาดทุนสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันมองว่า Fed จะลดดอกเบี้ยประมาณ 1-2 ครั้งในปีนี้
ขณะที่ภาวะตลาดหลักทรัพย์ไทย ณ สิ้นเดือนมกราคม 2568 SET Index ปิดที่ 1,314.50 จุด ปรับลดลง 6.1% โดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่ปรับตัวดีกว่า SET Index เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2567 ได้แก่ กลุ่มการเงิน และ กลุ่มพลังงาน
ส่วนมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันใน SET และ mai อยู่ที่ 39,006 ล้านบาท ลดลง 17.2% จากเดือนมกราคม 2567 อย่างไรก็ตาม เห็นสัญญาณเกี่ยวกับมูลค่าการซื้อขายผู้ลงทุนสถาบันในประเทศเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับสูงกว่า 10% ของมูลค่าซื้อขายทั้งหมดสี่เดือนต่อเนื่อง
ทั้งนี้ Forward P/E ของตลาดหลักทรัพย์ไทยอยู่ที่ระดับ 15.0 สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ระดับ 12.6 เท่า และ Historical P/E อยู่ที่ระดับ 17.7 เท่าสูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ระดับ 14.2 เท่า
ด้านอัตราเงินปันผลตอบแทน ณ สิ้นเดือนมกราคม 2568 อยู่ที่ระดับ 3.64% สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ 3.28%
Most Viewed
Wealth EZ
“ทางเลือก” การลงทุนใหม่ๆ (2)… “Crypto Assets” !!!
Updated 8 hours ago
Sustainability
“Thai ESG” และ “Thai ESSGX”… จะมีการแสดงข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมในแต่ละส่วน !!!
Updated 1 day ago
Fun of Funds
“ES-CHEQ” ลุย 50 “หุ้นจีน A-Share”... รับ “ศก.ฟื้นตัว” ตอบโจทย์ความมั่งคั่ง “ระยะยาว” !!!
Updated 1 day ago
Follow Us
