ลิสต์หุ้นกลาง-เล็กเด่น รับอานิสงส์บวก ปรับเกณฑ์ Short Sell-HFT เฉพาะ SET100
ตลาดหลักทรัพย์ฯ มีการปรับเกณฑ์ Short Sell และ High Frequency Trading โดยให้จำกัดเฉพาะหุ้นใน SET100 เท่านั้น และให้ใช้ Uptick เมื่อจำเป็น ซึ่งประเด็นดังกล่าวอาจทำให้หุ้นขนาดกลาง-เล็ก ใน SSET และ mai มีโอกาสผันผวนเชิงลบลดลงได้
โดยนักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า ประเด็นดังกล่าวอาจทำให้หุ้นขนาดใหญ่ใน SET100 มีความผันผวนเชิงลบมากขึ้น หากปัจจัยพื้นฐานยังไม่ดี (Valuation แพง, ปันผลน้อย, ผลประกอบการชะลอตัว) และราคาหุ้นในกราฟทางเทคนิคทำจุดต่ำสุดใหม่ต่อเนื่อง
ในทางกลับกันสำหรับหุ้นขนาดกลาง-เล็กใน SSET และ mai มีโอกาสผันผวนลดลงจากเกณฑ์ดังกล่าว โดยเฉพาะหุ้นที่เคยถูก Short Sell ได้ แต่ไม่สามารถทำธุรกรรมดังกล่าวได้ตามเกณฑ์ใหม่ อาจเห็นแรงเก็งกำไรคล้ายกับรอบปรับเพิ่ม Market Cap หุ้น Short Sell จาก 5,000 ล้านบาท เป็น 7,500 ล้านบาท ในไตรมาส 1/67 ซึ่งหลังจากทำ Public Hearing คาดว่าจะเริ่มใช้เกณฑ์ที่ปรับปรุงใหม่นี้ปลายไตรมาส 2/8
จากการพิจารณาหุ้นที่มีโอกาสหลุดจากรายชื่อหุ้น Short Sell และ Valuation ไม่แพง ประกอบกับราคาหุ้นอยู่ในโซนด้านล่าง มีโอกาสฟื้นตัวทางเทคนิค ฝ่ายวิเคราะห์พบหุ้นที่น่าสนใจสำหรับเก็งกำไรระยะสั้น คือ MBK, THCOM, SNNP, PSL, TTA, MASTER, NER, NSL, ONEE และ PTG
สำหรับปัจจัยพื้นฐานของ THCOM นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า ราคาหุ้นกลับมาที่ระดับก่อนประมูลวงโคจรดาวเทียมและก่อนหน้าที่บริษัทจะประกาศแผนการยิงดาวเทียมดวงใหม่ หรือสะท้อนว่าตลาดไม่ได้ให้น้ำหนักกับดาวเทียมดวงใหม่เลย ปัจจัยหนุนสำคัญต่อราคาหุ้นคือ การได้งาน USO phase3 และการปิดดีลที่อินเดียเนื่องจากทั้งสองโครงการเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้ THCOM9A และ THCOM9 ประสบความสำเร็จ คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 16.50 บาท
ส่วน SNNP ฝ่ายวิเคราะห์ประเมินกำไรปกติในไตรมาส 1/68 จะชะลอตัวลงจากไตรมาสก่อนหน้า จากการผ่านพ้นช่วง High season แต่กำไรยังสามารถเติบโตได้จากไตรมาส 1/67 หนุนจากการรับรู้ผของการปรับโครงสร้างการกระจายสินค้าในเวียดนามเต็มไตรมาส รวมถึงการเพิ่มผู้จัดจำหน่ายในฟิลิปปินส์ 1 ราย ประกอบกับการบริโภคของไทยที่คาดดีขึ้นต่อเนื่อง คงประมาณการกำไรปี 2568 ที่ 768 ล้านบาท โต 17.9% จากปีก่อน และคงราคาเหมาะสมที่ 20.80 บาท และคงคำแนะนำ “ซื้อ”
MASTER ฝ่ายวิเคราะห์ประเมินแนวโน้มกำไรไตรมาส 1/68 เติบโตสูงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากลูกค้าต่างประเทศ และส่วนแบ่งกำไรจาก V Square ขณะที่เมื่อเทียบกับไตรมาส 4/67 ลดลงตามปัจจัยฤดูกาล ทั้งนี้ ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายด้วย PER ปี 2568 ต่ำเพียง 14 เท่า ประกอบกับการปรับตัวลงของราคาหุ้นไม่ได้มาจากปัจจัยพื้นฐานจึงมองเป็นโอกาสสะสม ราคาเป้าหมายที่ 42.00 บาท
NER ฝ่ายวิเคราะห์คาดกำไรไตรมาส 1/68 ทรงตัวถึงลดลงเล็กน้อยทั้งจากไตรมาส 4/67 และ 1/67 โดยปัจจัยกดดันเมื่อเทียบกับไตรมาส 4/67 จากปริมาณขายลดลง และด้วยราคายางที่เพิ่มขึ้นเร็วในไตรมาส 1/68 ทำให้ต้นทุนเฉลี่ยอาจสูงขึ้นตาม ทำให้ GPM อาจทรงตัวที่ 9% ส่วนเมื่อเทียบกับไตรมาส 1/67 คาดปริมาณขายทรงตัวแต่ ASP เพิ่มขึ้นราว 15% แต่ GPM ลดลงจากฐานที่สูงที่ 11.6% ทั้งนี้ คงราคาเป้าหมายสิ้นปี 2568 ที่ 6.45 บาท และคงคำแนะนำ “ซื้อ”
ONEE ฝ่ายวิเคราะห์คาดปี 2568 บริษัทจะเติบโตดีกว่าอุตสาหกรรมสื่อทีวี ดิจิทัล จากกลยุทธ์ในการเพิ่มรายได้อีเว้นท์คอนเสิร์ต และรายได้จากการบริหารศิลปิน มองว่าผลประกอบการผ่านช่วงต่ำสุดไปแล้ว ขณะที่ปีนี้คาดผลประกอบการฟื้นตัวจากฐานต่ำ และเติบโตดีกว่าผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลรายอื่น โดยคงคำแนะนำ “ซื้อ” มูลค่าพื้นฐาน 3.98 บาท
PTG ฝ่ายวิเคราะห์ประเมินแนวโน้มไตรมาส 1/68 ไม่เด่นทั้งจากไตรมาส 4/67 และ 1/67 จากการชะลอตัวตามฤดูกาล และฐานสูงในปีก่อน ทั้งนี้ปรับกำไรปี 2567-2568 ลง 7% เป็น 1 พันล้านบาท และ 1.3 พันล้านบาท ตามลำดับ มองการแข่งขันแย่งส่วนแบ่งการตลาดรุนแรงขึ้น แต่กำไรยังเติบโตจากเศรษฐกิจฟื้นตัว, กลยุทธ์การตลาด, ธุรกิจ Non-oil คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 9 บาท

