PSH เปิดแผนปี 2568 ชูกลยุทธ์ทั้งเชิงรับเชิงรุก ลุยขยายโครงการใหม่-โรงพยาบาล ดันรายได้แตะ 2.35 หมื่นลบ. โต 12%
PSH ตั้งเป้ารายได้ปี 2568 ที่ 23,500 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% จากปีก่อน จากการขยายตัวของธุรกิจอสังหาฯ และโรงพยาบาล ชูใช้กลยุทธ์ทั้งเชิงรับและเชิงรุก ลุยเปิดโครงการใหม่ 22 แห่ง โรงพยาบาลเพิ่ม 3 แห่ง มั่นใจสถานะทางการเงินแข็งแกร่ง ไม่ Roll Over ในปีนี้ แม้มีหุ้นกู้ครบกำหนด 1,000 ล้านบาท
นายทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์ รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ PSH เปิดเผยว่า ในปี 2568 บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้รวมที่ 23,500 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีรายได้รวม 20,996 ล้านบาท ซึ่งจะมาจาก 1. รายได้จากกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย 18,700 ล้านบาท โต 8% จากปีก่อน, 2. รานได้จากกลุ่มธุรกิจโรงพยาบาล 2,600 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19% จากปีก่อน และ 3.รายได้อื่นๆ เช่น กลุ่มธุรกิจรับเหมา และกลุ่มธุรกิจพรีคาสท์ เป็นต้น ราว 2,200 ล้านบาท
นายทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์ รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ PSH เปิดเผยว่า ในปี 2568 บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้รวมที่ 23,500 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีรายได้รวม 20,996 ล้านบาท ซึ่งจะมาจาก 1. รายได้จากกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย 18,700 ล้านบาท โต 8% จากปีก่อน, 2. รานได้จากกลุ่มธุรกิจโรงพยาบาล 2,600 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19% จากปีก่อน และ 3.รายได้อื่นๆ เช่น กลุ่มธุรกิจรับเหมา และกลุ่มธุรกิจพรีคาสท์ เป็นต้น ราว 2,200 ล้านบาท
โดยจะดำเนินการผ่าน 2 กลยุทธ์ ได้แก่ 1.กลยุทธ์เชิงรับ เพื่อรักษาข้อได้เปรียบทางการแข่งขัน (Strategic Positioning Strategy) ด้วยการบริหารสินทรัพย์อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารต้นทุนอย่างเป็นระบบและสม่ำเสมอ และ 2.กลยุทธ์เชิงรุก เพื่อสร้างการเติบโตท่ามกลางสถานการณ์ที่ท้าทาย (Resilient Growth Strategy) ด้วยการสร้างนิยามใหม่ของแนวคิดการออกแบบที่อยู่อาศัยให้สอดคล้องกับมาตรฐานการดูแลสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของผู้อยู่อาศัย พร้อมขับเคลื่อนการลงทุนและเสริมสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจที่มีศักยภาพทั้งในและต่างชาติ
สำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในปีนี้ บริษัทวางเป้าหมายได้ที่ 18,700 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ทำได้ 17,346 ล้านบาท และตั้งเป้าหมายยอดโอนกรรมสิทธิ์จากโครงการร่วมทุนไว้ที่ 1,600 ล้านบาท โดยล่าสุดบริษัทมียอดขายรอโอน (Backlog) ในมือมูลค่ารวม 3,500 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้ในปีนี้ประมาณ 2,000 ล้านบาท นอกจากนี้ บริษัทยังมีสินค้าพร้อมขายในมือ (สต็อก) มูลค่ารวมประมาณ 8,000 ล้านบาท
อีกทั้งบริษัทยังวางเป้าหมายยอดขาย (Presale) ปีนี้ไว้ที่ 23,000 ล้านบาท (เป็นยอดขายจากโครงการที่บริษัทพัฒนาเอง 19,800 ล้านบาท และเป็นยอดขายจากโครงการร่วมทุน 3,200 ล้านบาท) จากปีก่อนที่ทำได้ 14,000 ล้านบาท โดยบริษัทมีแผนเปิดโครงการใหม่ 22 โครงการ มูลค่ารวม 23,400 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่เปิดตัว 16 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 18,200 ล้านบาท
ด้านนายแพทย์สุวาณิช เตรียมชาญชูชัย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวิมุต เปิดเผยว่า ธุรกิจโรงพยาบาล ในปี 2568 บริษัตั้งเป้าหมายรายได้ที่ 2,600 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ทำได้ 2,187 ล้านบาท โดยจะมุ่งเน้นกลยุทธ์การพัฒนา “ศูนย์ความเป็นเลิศ” (Centers of Excellence) ร่วมกับแพทย์ที่มีชื่อเสียง ได้แก่ ศูนย์โรคหัวใจ ทางเดินอาหาร ต่อมไร้ท่อ กระดูก เด็ก ปอด และตา พร้อมเร่งเดินหน้าตามแผนการเปิดโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านกระดูก วิมุต ทองหล่อ และเตรียมความพร้อมเปิดโรงพยาบาลใหม่อีก 2 แห่ง รวมถึงการปรับปรุงโครงการอาคารของโรงพยาบาลวิมุด-เทพธารินทร์ เพื่อรองรับการเติบโตของตลาด
ส่วนแผนการขยายโรงพยาบาลอย่างต่อเนื่อง บริษัทวางงบลงทุนไว้ราว 3,500 ล้านบาท เพื่อใช้ในการลงทุนเปิดโรงพยาบาลใหม่ 3 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลวิมุต ทองหล่อ, โรงพยาบาลวิมุต สุขุมวิท และโรงพยาบาล ปิ่นเกล้า ซึ่งจะทยอยเปิดดำเนินงานการเป็นเฟส โดยเฟสแรกจะเริ่มให้บริการได้ในปี 2568
ทั้งนี้ ภายหลังจากการเปิดให้บริการโรงพยาบาลทั้ง 3 แห่งข้างต้น จะส่งผลให้ใน 3 ปีข้างหน้า ธุรกิจโรงพยาบาลของบริษัทจะมีจำนวนเตียงรวมประมาณ 600-700 เตียง จากปัจจุบันที่มีจำนวนเตียง 450 เตียง
“ปีนี้เราจะพยายามเพิ่มกำไรให้กลับไปอยู่ระดับหลักพันล้าน โดยจะใช้กลยุทธ์ในเรื่องของการบริหารการขายและค่าใช้จ่าย ด้วยการบริหารราคาขายและบริหารต้นทุนก่อสร้าง ซึ่งจะทำให้อัตรากำไรเพิ่มสูงขึ้นได้ อีกทั้ง ยังต้องบริหารค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น”
ขณะเดียวในปี 2568 บริษัทมีหุ้นกู้ที่จะครบกำหนดชำระประมาณ 1,000 ล้านบาท และปี 2569 มีหุ้นกู้ที่จะครบกำหนดชำระประมาณ 3,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ในปีนี้บริษัทยังไม่มีการออกหุ้นกู้รุ่นใหม่เพื่อทดแทนรุ่นเดิมที่ครบกำหนดไถ่ถอน (Roll Over) เนื่องจากบริษัทยังมีสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง มีอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อทุน (Net gearing ratio) ต่ำที่ 0.31 เท่า ส่วนปี 2569 รอพิจารณาอีกครั้ง
Most Viewed
Wealth EZ
“วางแผนมรดก” อย่างไร...ให้คนข้างหลัง “ไม่ต้องทะเลาะกัน” !!!
Updated 14 hours from now
Fun of Funds
“ES-GTECHSSF” คัดเน้นๆ “หุ้นเทคฯ โลก”... พร้อมโตตาม “โลกยุคดิจิทัล” สร้าง “ความมั่งคั่ง” ระยะยาว!!!
Updated 16 hours ago
Where to put your money
“การบริหารเงินสด”...หัวใจสำคัญของการบริหารธุรกิจ “อย่างยั่งยืน” !!!
Updated 1 day ago
Sustainability
แสดงความคิดเห็นได้จนถึงวันที่ 6 ก.ย. 69...ที่เว็บไซต์ “ก.ล.ต.” !!!
Updated 9 hours ago
Fund Move
AIMIRT โชว์ผลงานไตรมาส 2/2569 แข็งแกร่ง รายได้โต 12% พร้อมจ่ายปันผล 0.2050 บาทต่อหน่วย
Updated 1 day ago
Follow Us
