Official Update :

หุ้นไทยผันผวน โบรกฯ หั่นเป้าดัชนีปี 68 ต่ำสุดเหลือ 1,380 จุด แต่ยังแนะลงทุน เน้นหุ้นผลงานโต-มูลค่าไม่แพง-ปันผลดี

ตลาดหุ้นไทยยังคงผันผวน แม้วันที่ 5 มี.ค. 68 ดัชนีจะสามารถยืนอยู่ในแดนบวกและปิดตลาดขึ้นมาเหนือระดับ 1,200 จุดได้ แต่วานนี้ (6 มี.ค. 68) ปิดลบสวนทางตลาดในภูมิภาคที่ปรับตัวขึ้นรับสงครามการค้าที่มีท่าทีผ่อนคลาย โดยดัชนี SET Index ปิดที่ 1,189.55 จุด ลดลง 17.41 จุด หรือ -1.44%


การฟื้นตัวของตลาดหุ้นไทยยังดูคลุมเครือ เมื่อโบรกฯ หลายเจ้ายังคงพากันลดราคาเป้าหมาย SET Index ปี 2568 โดยมีเหตุผลหลักจากปัจจัยกดดันทั้งภายในและภายนอก เช่น (1) การยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีจากฝ่ายค้าน (2) ความตึงเครียดระหว่างพรรคเพื่อไทยและพรรคภูมิใจไทย ที่อาจชะลอการอนุมัติโครงการสำคัญ เช่น Entertainment Complex


(3) ผลการดำเนินงานบริษัทจดทะเบียนไตรมาส 4/67 รวมถึงทั้งปี 67 ที่ต่ำกว่าคาด (4) การขึ้นกำแพงภาษีของสหรัฐฯ และ (5) การปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ที่มีแนวโน้มช้ากว่าตลาดคาด


บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า จากปัจจัยลบที่รุนแรงทั้งในประเทศและนอกประเทศ จึงตัดสินใจปรับลดเป้าดัชนี SET สิ้นปี 68 จาก 1,530 จุด (P/E 15 เท่าในปี 68, -1SD ของค่าเฉลี่ย 10 ปี) มาเป็น 1,380 จุด ซึ่งจะเท่ากับ P/E 14 เท่าในปี 69 หรือ -2SD ของค่าเฉลี่ย 10 ปี ขณะที่แนะนำให้เน้นการลงทุนในหุ้นที่มีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลสูงและหุ้นในกลุ่มปลอดภัย


โดยได้เพิ่ม CPALL, KTB, MINT, PR9 และ PTTEP เข้ามาในรายชื่อหุ้น Top pick และยังเชื่อว่าหุ้นที่ราคาดิ่งลงไปก่อนหน้านี้น่าจะดีดตัวขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อ sentiment ตลาดกลับมาเป็นบวก ดังนั้นจึงเพิ่ม HANA และ SIRI เป็นหุ้น Top pick ขณะที่ถอดหุ้น AMATA, BCH และ CRC ออก


อย่างไรก็ตาม คำแนะนำอาจมี downside risk หากความตึงเครียดทางการเมืองยกระดับขึ้นและสหรัฐฯประกาศใช้นโยบายอัตราภาษีต่างตอบแทน (reciprocal tax) กับไทย ส่วนโครงการแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต เฟส 3 อาจส่งผลดีต่อตลาดหุ้น ดังนั้นหุ้น Top pick ของฝ่ายวิจัยฯ จึงประกอบด้วย BH, CBG, CPALL, CPN, HANA, KTB, MINT, MTC, PTTEP, SCB, PR9 และ SIRI


ขณะที่บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า จากผลประกอบการไตรมาส 4/68 ที่แย่กว่าคาด เพราะยังมีการตั้งด้อยค่าเงินลงทุนในระดับสูง และนักวิเคราะห์ได้ปรับประมาณการกำไรปี 2568 ลงเฉลี่ย 5% ทำให้ปรับประมาณการ EPS ของ SET INDEX ลงจาก 97 บาท/หุ้น เหลือ 92 บาท/หุ้น (+19% YoY) และด้วยปัจจัยด้านสภาพคล่องและความเชื่อมั่นที่ถูกบั่นทอน


ทั้งนี้ ฝ่ายวิเคราะห์จึงปรับลด PER Multiplier ลงจาก 16.5 เท่า เหลือ 15.5 เท่า ซึ่งเป็นระดับที่สะท้อน Market Risk Premium ที่ 8% ใกล้เคียงค่าเฉลี่ยภูมิภาค ส่งผลให้เป้าหมาย SET INDEX สิ้นปี 2568 ถูกปรับลงจาก 1,650 จุด เหลือ 1,450 จุด ระดับดัชนีปัจจุบันยังมี Upside 20%


เพราะฉะนั้นแม้ฝ่ายวิเคราะห์จะปรับเป้าดัชนีลง แต่ยังคง Overweight ตลาดหุ้นไทย เนื่องจาก 1) Dividend Yield ที่ 4.3% สูงกว่า MSCI Asia ex. Japan ที่ 2.6% 2) PER ปี 2568 ที่ 12.7 เท่า ถูกกว่า MSCI Asia ex. Japan 15.5 เท่า และ 3) PBV2025 ที่ 12 เท่า ถูกกว่า MSCI Asia ex. Japan ที่ 18 เท่า


นอกจากนี้ Market Cap./GDP ราว 80% ยังใกล้เคียงช่วงแย่สุดที่ 77% สะท้อน Downside ในเชิง Valuation ที่จำกัดมาก และคาดว่าได้สะท้อนความเสี่ยงสำคัญของปีนี้ คือ นโยบาย Trade War ของสหรัฐฯไปมากแล้วเช่นกัน


สำหรับหุ้นแนะนำ ฝ่ายวิเคราะห์อิงจาก 1) แนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 1/68 โตจากช่วงเดียวกันปีก่อนได้ต่อเนื่อง 2) ได้รับผลกระทบจาก Trade War จำกัด 3) Valuation ไม่แพง มีปันผลดี 4) นักวิเคราะห์ปรับประมาณการขึ้น ได้แก่ ADVANC, ADVICE, BAM, BCPG, CPALL, CPAXT, CENTEL, CBG, ERW และ SCB