สำรวจ 2 หุ้นอินเดีย “น่าสะสม” ประจำเดือนมีนาคม
ในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นอินเดีย หรือ Nifty 50 ได้ปรับตัวลงเป็นเดือนที่ 5 ติดต่อกัน อย่างไรก็ตาม ในเดือนมีนาคมนี้ นักวิเคราะห์มองว่าตลาดหุ้นอินเดียมีโอกาสฟื้นตัว
โดย Nikunj Dalmia บรรณาธิการใหญ่ของสำนักงานข่าวด้านการเงิน ET NOW กล่าวว่าในเดือนมีนาคม ประเทศจะเริ่มเห็นผลดีจากการใช้จ่ายภาครัฐฯ มากขึ้น และตัวเลขเศรษฐกิจในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา อย่างเช่น ยอดขายรถยนต์ ก็ส่งสัญญาณฟื้นตัว และหากนโยบายภาษีสหรัฐฯ มีความชัดเจนมากขึ้นอีกแม้เพียงน้อยนิด ก็ยิ่งช่วยให้ความเชื่อมั่นนักลงทุนและตลาดหุ้นฟื้นตัวได้ดี
ดังนั้นช่วงนี้ก็อาจเป็นช่วงที่ดีในการซื้อหุ้นอินเดียราคาถูก ที่มีพื้นฐานที่แข็งแกร่งและแนวโน้มที่ดี โดย 2 หุ้นอินเดียเด่นในเดือนมีนาคมที่แนะนำโดยบริษัทผู้ให้บริการทางการเงิน Motilal Oswal Financial Services Ltd ได้แก่
1.HDFC Bank (HDFCBANK)
HDFC Bank หรือ HDFCBANK เป็นธนาคารพาณิชย์ที่ใหญ่ที่สุดในอินเดีย โดยมีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (market cap) ที่ 13 ล้านล้านรูปีอินเดีย โดย HDFCBANK มีแนวโน้มรับผลดีจากการที่ธนาคารกลางอินเดียผ่อนปรนมาตรการปล่อยกู้ เช่น การลดระดับความเสี่ยงของสินเชื่อที่ธนาคารพานิชย์ปล่อยให้ บริษัทให้บริการทางการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร เป็นต้น ซึ่งคาดว่านี่จะช่วยหนุนการเติบโตของการปล่อยสินเชื่อให้แตะ 10% - 13% ต่อปี ในปี 2569 ถึง 2570
นอกจากนี้กลยุทธ์ของธนาคารที่เน้นปล่อยสินเชื่อธุรกิจ ซึ่งมีดอกเบี้ยสูง ประกอบกับยอดการฝากเงินที่เพิ่มขึ้น มีแนวโน้มช่วยให้ส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ หรือ Net Interest Margin (NIM) มีเสถียรภาพขึ้นที่ราว 3.4% แถมในปี 2570 คาดว่าอัตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์ (RoA) และ อัตราผลตอบแทนจากส่วนของผู้ถือหุ้น (RoE) จะอยู่ที่ 1.8% และ 1.4% ตามลำดับ ทั้งนี้ราคาเป้าหมายโดยเฉลี่ยของหุ้นในปีนี้อยู่ที่ 1985.56 รูปี (upside เกือบ 17% จากราคาปัจจุบัน) ตามฐานข้อมูลของ TipRanks
2.Max Healthcare (MAXH)
Max Healthcare หรือ MAXH เป็นเครือโรงพยาบาลเอกชนในอินเดีย ที่ในปัจจุบันมีโรงพยาบาลในเครือกว่า 19 แห่ง มีเตียงผู้ป่วยรวมกว่า 4,000 เตียง โดยล่าสุดในไตรมาส 3 ปีงบประมาณ 2568 รายได้จากโรงพยาบาลในเครือเติบโตเกือบ 35% YoY แตะ 22.7 พันล้านรูปี สะท้อนถึงการดำเรินธุรกิจที่แข็งแกร่ง นอกจากนี้ MAXH ยังมีแผนสร้างโรงพยาบาลใหม่ที่มีเตียงผู้ป่วย 500 เตียง ในเมืองธาเน (Thane) ภายในปี 2571 ซึ่งคาดว่าจะช่วยสนับสนุนการเติบโตระยะยาว ทั้งนี้ นักวิเคราะห์คาดว่า EV/EBITDA ของบริษัทในอีก 12 เดือนข้างหน้า จะอยู่สูงที่ 35 เท่า และให้เรทติ้ง “ซื้อ” โดยราคาเป้าหมายโดยเฉลี่ยของหุ้นอยู่ที่ 1,201.25 รูปี (upside ราว 18% จากราคาปัจจุบัน) ตามข้อมูลจาก TipRanks

