หุ้นไทยปิดบวก 13 จุด UBS ปรับเรทติ้ง "Overweight" มอง Valuation ถูก-ยังมีปัจจัยหนุน แนะจับตา 8 หุ้นเด่น ลุ้นผลตอบแทนสูง
ดัชนี SET Index วันนี้ (19 มี.ค. 68) ปิดตลาดที่ 1,189.66 จุด เพิ่มขึ้น 13.49 จุด หรือ +1.15% มูลค่าการซื้อขาย 42,722.36 ล้านบาท ตามตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียและหุ้นขนาดใหญ่หลายตัวที่มีปรับตัวขึ้นแรง ซึ่งหนึ่งในปัจจัยสนับสนุนคาดจะมาจากการที่ UBS ปรับเพิ่มน้ำหนักลงทุนหุ้นไทยเป็น “Overweight” จากเดิม “Neutral” ชี้หุ้นไทยปัจจุบันมี Valuation ค่อนข้างถูก และยังมีปัจจัยภายในประเทศที่คาดว่าจะช่วยหนุนราคาหุ้นในอนาคต พร้อมแนะนำ 8 หุ้นเด่นที่นักลงทุนควรจับตา
โดยบริษัทหลักทรัพย์ ยูบีเอส (ประเทศไทย) จำกัด หรือ UBS ระบุว่า หุ้นประเทศตลาดเกิดใหม่ (EM) มีแนวโน้มให้ผลตอบแทนสูงในช่วง 1-3 เดือนข้างหน้า ซึ่งเร็วกว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ ซึ่งคาดว่าจะฟื้นตัวและกลับมาให้ผลตอบแทนที่ดีได้ในอีก 12 เดือนข้างหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดหุ้น ASEAN มี valuation ถูกลงจนเกือบเท่าช่วงโควิด-19 เนื่องจากปัญหาเชิงโครงสร้างในแต่ละประเทศและปัญหาเฉพาะตัวของบริษัทใหญ่ๆ ในแต่ละประเทศ ซึ่งในปัจจุบัน มองว่าปัญหาเหล่านี้ได้ผ่านจุดที่แย่ที่สุดไปแล้ว
โดยบริษัทหลักทรัพย์ ยูบีเอส (ประเทศไทย) จำกัด หรือ UBS ระบุว่า หุ้นประเทศตลาดเกิดใหม่ (EM) มีแนวโน้มให้ผลตอบแทนสูงในช่วง 1-3 เดือนข้างหน้า ซึ่งเร็วกว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ ซึ่งคาดว่าจะฟื้นตัวและกลับมาให้ผลตอบแทนที่ดีได้ในอีก 12 เดือนข้างหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดหุ้น ASEAN มี valuation ถูกลงจนเกือบเท่าช่วงโควิด-19 เนื่องจากปัญหาเชิงโครงสร้างในแต่ละประเทศและปัญหาเฉพาะตัวของบริษัทใหญ่ๆ ในแต่ละประเทศ ซึ่งในปัจจุบัน มองว่าปัญหาเหล่านี้ได้ผ่านจุดที่แย่ที่สุดไปแล้ว
ทั้งนี้ UBS ชี้ว่าตลาดหุ้นไทยเป็นหนึ่งในตลาดหุ้นที่โดดเด่นและมีแนวโน้มดีในช่วงนี้ โดยได้มีการปรับเรทติ้งตลาดหุ้นไทยขึ้นจาก “Neutral” เป็น ”Overweight” เนื่องจากความกังวลของนักลงทุนมีแนวโน้มลดลงหลังปัญหาภายในของบริษัทใหญ่ๆ ในประเทศและความไม่แน่นอนทางการเมืองเริ่มคลี่คลาย นอกจากนี้ ตลาดหุ้นไทยยังมีโอกาสดีจากปัจจัยอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น
1. นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ บวกกับภาคการท่องเที่ยวและการบริโภคที่มีแนวโน้มฟื้นตัวในช่วงต่อไป
2. การให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีใหม่ๆ เช่น กองทุน Thai ESG Extra ที่จะมาช่วยลดการไหลออกของเม็ดเงินหลังกองทุน LTF ครบอายุ
3. เกณฑ์จำกัดน้ำหนักหุ้นรายตัวไม่เกิน 10% ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ที่มีแนวโน้มช่วยให้ตลาดหุ้นไทยมี valuation ที่สเถียรมากขึ้นและเอนเอียง (bias) น้อยลง
สำหรับโอกาสในระยะยาว คาดว่าตลาดหุ้นไทยจะได้รับผลดีจาก (1) โครงการ Entertainment Complex ที่คาดว่าจะช่วยดัน GDP ไทยได้ราว 1-1.3% ภายในปี 2030-2031 และ (2) แนวโน้มภาคการเงินในประเทศที่ดีขึ้น โดยฝ่ายวิเคราะห์คาดว่าต้นทุนความเสี่ยงของ สินเชื่อที่ไม่ได้รับการชำระคืนเงินต้นและดอกเบี้ย (credit costs) ในอุตสาหกรรมการเงินไทยจะลดลงมาอยู่ที่ 1.37% ในปี 2025 จากเดิมที่ 1.49% ในปี 2024 นอกจากนี้ ตามข้อมูลของ UBS ธนาคารไทยส่วนใหญ่มีเงินสำรองเพียงพอสำหรับรับมือกับหนี้เสียที่เคยปรับปรุงโครงสร้างและกลับมาเป็นหนี้เสียอีกครั้ง (Re-Entry NPLs)
ด้านความเสี่ยง ยังมองนโยบายการค้าของสหรัฐฯ เป็นความท้าทายหลัก แม้ประเทศไทยจะไม่ได้มีตัวเลขเกินดุลการค้ากับสหรัฐฯ สูงมากเท่าไหร่
ทั้งนี้ UBS ได้แนะนำ 8 หุ้นไทยที่มีโอกาสให้ผลตอบแทนดีในระยะสั้นข้างหน้า ได้แก่ AOT, CPALL, PTTEP, TRUE, KBANK, KTB, CRC, PTTGC
Most Viewed
Insurance
BLA เผย 8 เดือนเบี้ยโต 5% เหนืออุตฯ ปรับพอร์ตลงทุน เพิ่มพันธบัตรรัฐบาล เปิดตัว “ห่วงรัก สุดคุ้ม” รับสังคมสูงวัย
Updated 1 day ago
News Highlight
ซีพี แอ็กซ์ตร้า จัดงานใหญ่ส่งท้ายปี “แม็คโคร โชห่วย โชว์โปร ออนทัวร์ 2026” ที่แม็คโคร ศรีนครินทร์
Updated 1 day ago
News Highlight
กลุ่มบริษัทบางจาก OKEA และ JAPEX หารือโอกาสความร่วมมือทางธุรกิจ
Updated 1 day ago
Fun of Funds
“M-MIDSMALL-A” เฟ้นหุ้นไทย “ไซส์กลาง-เล็ก”... ตอบโจทย์ “ความมั่งคั่ง” ระยะยาว !!!
Updated 6 hours from now
Stock of the Day
บ้านคนละหลัง PLUS ปลุกอสังหาฯ แค่บางกลุ่ม โบรกฯ ชี้ LPN-PSH รับอานิสงส์ แต่ชู SIRI-SPALI เด่น พื้นฐานแกร่ง-ปันผลสูง 8%
Updated 1 day ago
Follow Us
News Update
