STECON วิ่งแรงสวนตลาด! พุ่งกว่า 16% นิวไฮรอบ 3 เดือน โบรกฯ แนะ "ซื้อ" ชูเป้า 9 บาท ชี้ผลงานปีนี้มีสิทธิ์ "เทิร์นอะราวด์"
วันนี้ (3 เม.ย. 68) ราคาหุ้นของ บริษัท สเตคอน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ STECON ล่าสุดอยู่ที่ระดับ 7.20 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท หรือ 16.13% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 214.02 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นการปรับตัวขึ้นทำจุดสูงสุดในรอบ 3 เดือน นับตั้งแต่ราคาหุ้นอยู่ที่ระดับ 7.20 บาท เมื่อวันที่ 3 ม.ค. 2568 โดยปัจจัยที่ส่งผลให้ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นคาดว่ามาจากแนวโน้มผลการดำเนินงานปี 2568 ที่มีโอกาสพลิกกลับมามีกำไรจากปัจจัยสนับสนุนหลายด้าน
โดย บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ ปรับเพิ่มคำแนะนำ STECON เป็น "ซื้อ" จาก "ถือ" พร้อมให้ราคาเป้าหมายที่ 9 บาท อิงจากอัตราส่วน P/BV เป้าหมายที่ 0.73 เท่า โดยเชื่อว่า STECON จะพลิกกลับมาเป็นกำไรในปี 2568 โดยมีปัจจัยสนับสนุน ได้แก่ 1) ไม่มีค่าใช้จ่ายพิเศษเพิ่มเติม หลังจากที่มีการบันทึกไปแล้วทั้งหมดในไตรมาส 4/67 ซึ่งจะช่วยให้อัตรากำไรฟื้นตัว 2) ไม่ต้องรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนกว่า 500 ล้านบาทต่อปี จากการเปลี่ยนวิธีการบัญชีของโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลืองและชมพู 3) Backlog เพียงพอ รองรับรายได้ในช่วง 3 ปีข้างหน้า พร้อมอัพไซด์จากการประมูลโครงการภาครัฐเพิ่มเติม
โดย บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ ปรับเพิ่มคำแนะนำ STECON เป็น "ซื้อ" จาก "ถือ" พร้อมให้ราคาเป้าหมายที่ 9 บาท อิงจากอัตราส่วน P/BV เป้าหมายที่ 0.73 เท่า โดยเชื่อว่า STECON จะพลิกกลับมาเป็นกำไรในปี 2568 โดยมีปัจจัยสนับสนุน ได้แก่ 1) ไม่มีค่าใช้จ่ายพิเศษเพิ่มเติม หลังจากที่มีการบันทึกไปแล้วทั้งหมดในไตรมาส 4/67 ซึ่งจะช่วยให้อัตรากำไรฟื้นตัว 2) ไม่ต้องรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนกว่า 500 ล้านบาทต่อปี จากการเปลี่ยนวิธีการบัญชีของโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลืองและชมพู 3) Backlog เพียงพอ รองรับรายได้ในช่วง 3 ปีข้างหน้า พร้อมอัพไซด์จากการประมูลโครงการภาครัฐเพิ่มเติม
ทั้งนี้ ราคา หุ้นปัจจุบันซื้อขายที่ระดับ P/BV ปี68 เพียง 0.4 เท่า (-1.4SD) และ P/E 11 เท่า (-2.5SD) ซึ่งถือว่าน่าสนใจและมีโอกาสได้รับการปรับมูลค่า (re-rating) หลังกำไรกลับมาสู่ระดับปกติ
อย่างไรก็ดี บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) ปรับเพิ่มประมาณการกำไร STECON ปี 2568-2569 ขึ้น 20–37% จาก GPM ที่ดีขึ้นและส่วนแบ่งขาดทุนที่ลดลง โดยปัจจัยสนับสนุนการเติบโต ได้แก่ 1) รายได้ที่โตต่อเนื่องจาก backlog ที่มากกว่า 1 แสนล้านบาท 2) GPM เพิ่มขึ้นสู่ระดับปกติที่ 5.6% 3) ส่วนแบ่งขาดทุนที่ลดลง นอกจากนี้ยังมองเห็นปัจจัยบวกอื่น ๆ เพิ่มเติม เช่น แนวโน้มกำไรไตรมาส 1/68 ที่แข็งแกร่ง และการประมูลโครงการภาครัฐที่จะเร่งขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง 2568 อีกทั้ง STEON ยังมีโครงการซื้อหุ้นคืน (share buyback) วงเงินสูงสุดไม่เกิน 900 ล้านบาท หรือ 150 ล้านหุ้น โดยเริ่มดำเนินการตั้งแต่ 18 มี.ค. ถึง 17 ก.ย. สะท้อนความเสี่ยงขาลงที่จำกัด
Most Viewed
Sustainability
“Thai ESG” และ “Thai ESSGX”… จะมีการแสดงข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมในแต่ละส่วน !!!
Updated 9 hours ago
Wealth EZ
“ทางเลือก” การลงทุนใหม่ๆ (2)… “Crypto Assets” !!!
Updated 14 hours from now
Where to put your money
“วิศวกรรมศาสตร์” ผสานศาสตร์ “การวางแผนการเงิน”... สร้าง “พิมพ์เขียวชีวิต” ที่แม่นยำ ถูกต้อง และวัดผลได้ !!!
Updated 1 day ago
Fun of Funds
“ES-CHEQ” ลุย 50 “หุ้นจีน A-Share”... รับ “ศก.ฟื้นตัว” ตอบโจทย์ความมั่งคั่ง “ระยะยาว” !!!
Updated 16 hours ago
Fund Move
บลจ.กสิกรไทย ตอกย้ำผู้นำธุรกิจจัดการลงทุนไทย กวาด 17 รางวัลการันตีความเป็นเลิศจากเวทีไทยและสากล
Updated 1 day ago
Follow Us
