เช็กด่วน 10 อันดับหุ้นเลือดสาด จนนักวิเคราะห์หั่นเป้ากำไรมากสุด

ในสถานการณ์โควิด-19 ที่ระบาดอย่างรุนแรงในประเทศไทย ส่งผลต่อภาพรวมการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันการเติบโตของกำไรบริษัทจดทะเบียน และเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้นักวิเคราะห์ต่างทยอยประคาดการณ์กำไรของบริษัทจดทะเบียนลง


ทั้งนี้ทีมข่าว Wealthy Thai ได้สรุปหุ้นที่ค่าเฉลี่ยประมาณการกำไรสุทธิถูกปรับลงมากสุด 10 อันดับแรก เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า ซึ่งเป็นข้อมูลเปรียบเทียบที่แสดงเป็นค่ามัธยฐานของการประมาณการทั้งหมด โดยจะแสดงเฉพาะหุ้นที่มีโบรกเกอร์ส่งการประมาณการเข้ามาตั้งแต่ 3 โบรกเกอร์ขึ้นไป และเป็นข้อมูลประมาณการ ณ วันที่ 19 ก.ค. 64






TRUE โดนหั่นเป้ากำไรมากสุด

โดย TRUE ถือเป็นหุ้นที่นักวิเคราะห์ปรับที่ค่าเฉลี่ยประมาณการกำไรสุทธิถูกปรับลงมากสุด เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า โดยปรับลดลงสูงถึง 74% ทำให้คาดว่าปี 2564 จะมีผลขาดทุนสุทธิสูงถึง 1,119.7 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปี 2563 ที่มีกำไรสุทธิ 1,048.40  ล้านบาท


มุมมองของนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด ระบุว่า ประเมิน TRUE จะขาดทุนมากขึ้นที่ 891 ล้านบาท ในไตรมาส 2/64 จากขาดทุนปกติที่ 444 ล้านบาทในไตรมาสแรก แต่ใกล้เคียงกับระดับในไตรมาส 2/63 โดยปัจจัยกดดันเมื่อเทียบกับไตรมาสแรก เป็นผลจากรายได้ลดลงในทุกธุรกิจ และต้นทุนดำเนินงานมีแนวโน้มสูงขึ้นจากเงินลงทุนเครือข่าย


สมมติฐานหลักมีดังนี้ รายได้รวมลดลง 1%เมื่อเทียบกับไตรมาสแรก  จากราคาเฉลี่ยในธุรกิจหลักลดลงทั้งโทรศัพท์เครื่องที่และฟิกซ์บรอดแบรนด์ เนื่องจากเศรษฐกิจชะลอตัวและการแข่งขันที่รุนแรง ตามด้วยต้นทุนดำเนินงานยังคงเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะในส่วนของการลงทุนเครือข่าย เนื่องจากบริษัทลงทุนใน 5G อย่างต่อเนื่อง และคาดค่าใช้จ่าย SG&A ลดลง เมื่อเทียบกับไตรมาสแรก และ จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากกิจกรรมการตลาดลดลง


ทั้งนี้หากผลประกอบการไตรมาส 2/64 ออกมาใกล้เคียงกับคาดการณ์ ขาดทุนปกติครึ่งปีแรก 64 คิดเป็น 1.3 พันล้านบาทเทียบกับคาดการณ์เต็มปีของเราที่ 4.4 พันล้านบาท จึงคงคาดการณ์ผลประกอบการ เนื่องจากไม่เห็นพัฒนาการของการลดต้นทุนเพื่อหนุนกำไรสุทธิ นอกจากนี้แนวโน้มในไตรมาส 3/64 ยังไม่ดีขึ้นทั้งในแง่การแข่งขันและการประหยัดต้นทุน คงคำแนะนำ ถือ และราคาเป้าหมายที่ 3.1บาท



RS ติดโผอันดับ 2

ต่อมา RS เป็นหุ้นที่นักวิเคราะห์ปรับที่ค่าเฉลี่ยประมาณการกำไรสุทธิถูกปรับลงมากสุดเป็นอันดับ 2 เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า โดยปรับลดลงสูงถึง 24.7% ทำให้คาดว่าปี 2564 จะมีกำไรสุทธิ 574.3  ล้านบาท แต่ยังมีการเติบโตเมื่อเทียบกับปี 2563 ที่มีกำไรสุทธิ 528.28  ล้านบาท


มุมมองของนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด ระบุว่า คาด RS จะมีกำไรสุทธิไตรมาส 2/64 อยู่ที่ 93 ล้านบาท ลดลง 15%จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง 34%จากไตรมาสแรก ซึ่งลดลงเนื่องจากรายได้จากธุรกิจ commerce ที่ลดลง และค่าใช้จ่ายการตลาดที่สูงขึ้น


โดยคาดรายได้ไตรมาส 2/64 อยู่ที่ 978 ล้านบาท เติบโต 17%จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลง 1%จากไตรมาสแรก แบ่งเป็นรายได้ธุรกิจ commerce คาดอยู่ที่ 615 ล้านบาท เติบโต 5%จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลง 7%จากไตรมาสแรก โดยเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา จากการพัฒนาระบบ call center และการออกสินค้าใหม่ต่อเนื่อง แต่ลดลงจากไตรมาสแรก เนื่องจากผลกระทบ COVID-19 ระลอก 3 ส่งผลต่อภาพรวมเศรษฐกิจชะลอตัวส่งผลต่อการจับจ่ายใช้สอยลดลง


สำหรับธุรกิจมีเดียคาดรายได้เพิ่มขึ้นอยู่ที่ 363 ล้านบาท เติบโต 46%จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเติบโต 9%จากไตรมาสแรก เนื่องจากเป็นช่วงไฮซีซั่นการใช้จ่ายสื่อโฆษณาและมีรายได้จากการขายลิขสิทธิ์คอนเทนท์เพิ่มขึ้นประมาณ 60 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเทียบกับไตรมาสแรกอยู่ที่ 40 ล้านบาท เราคาดรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมทุน เชษฐ์ จากการถือหุ้น 35% คาดอยู่ที่ 27 ล้านบาท จากไตรมาสแรกที่รับรู้กำไร 9 ล้านบาท (รับรู้กำไร 1 เดือน)


ทั้งนี้คาดผลประกอบการไตรมาส 2-3/64 ยังไม่สดใสจากผลกระทบ COVID-19 รุนแรงกว่าคาดส่งผลต่อยอดขายธุรกิจ commerce ลดลง และคาดไตรมาส 4/64 จะเพิ่มขึ้นจากการเตรียมออกสินค้าใหม่ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงและเครื่องดื่มส่วนผสมกัญชง จึงปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 64-65 ลดลงจากคาดเดิม 30% และ 21% ตามลำดับ คาดกำไรสุทธิปี 64 อยู่ที่ 497 ล้านบาท ลดลง6%จากปี 63 และคาดปี 65 อยู่ที่ 664 ล้านบาท เติบโต 34%จากปี 64 ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 25 บาท



CENTEL โดนหั่นเป็นอันดับ 3

และอันดับ 3 หุ้นที่นักวิเคราะห์ปรับที่ค่าเฉลี่ยประมาณการกำไรสุทธิถูกปรับลงมากสุด คือ CENTEL โดยปรับลดลงสูงถึง 24.6% ทำให้คาดว่าปี 2564 จะมีผลขาดทุนสุทธิสูงถึง 1,355.2 ล้านบาท แต่ยังถือว่าขาดทุนสุทธิลดลงเมื่อเทียบกับปี 2563 ที่มีผลขาดทุนสุทธิ 2,775.11 ล้านบาท


มุมมองของนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด ระบุว่า คาด CENTEL จะขาดทุนในไตรมาส 2/64 ที่ 577 ล้านบาท จากอัตราเข้าพักลดลงจากไตรมาสแรก เป็น 12% จากโรงแรมมัลดีฟชะลอตัวจากการติดเชื้อโควิดสูงขึ้นและการฟื้นตัว SSSG จำกัดจากยอดขายลดลงในมิ.ย.


ดังนั้นปรับคาดการณ์กำไรในปี 64 ลงสู่ขาดทุนสุทธิ 2,055ล้านบาท ส่วนปี 65 คาดขาดทุนสุทธิ 405ล้านบาท หลังจากนั้นปี 66 คาดมีกำไร 1,302 ล้านบาท สะท้อนการล็อกดาวน์ (1.5 เดือน) และจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติอ่อนแอ โดยคาดมาตรการล็อกดาวน์จะผ่อนลงในก.ย. และคาด CENTEL จะไม่ต่อสัญญาเช่าโรงแรมหัวหินในธ.ค.นี้ อย่างไรก็ตามเราปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 32บาท (+2%) จากการลดงบลงทุนในโรงแรมหัวหิน (+4บาท) มีผลมากกว่าการลดคาดการณ์กำไร (-3.5บาท) คงคำแนะนำ ถือ จากอัพไซด์ที่จำกัด

This’s Alano

“มุ่งแสวงหาข่าวสาร สร้างสรรค์ผลงานอย่างถูกต้อง เพื่อนำเสนอให้นักลงทุนได้อ่าน”

Most Viewed
Fun of Funds
“KTWC-ALPHA” ลงทุน “หุ้นทั่วโลก” สไตล์ “High Conviction”… โอกาสสร้าง “Alpha” ตอบโจทย์ความมั่งคั่งระยะยาว เสนอขายครั้งแรก (IPO) วันที่ 1 – 8 ก.ย. 69 นี้ !!!
Updated 1 day ago
Stock of the Day
CPF ลุยธุรกิจน้ำดื่ม! ทุ่ม 335 ลบ. ถือ BREW 51% โบรกฯ ชี้ดีลไม่แพง ต่อยอดระยะยาว จับตากำไรครึ่งปีหลังฟื้น ให้เป้า 25 บ.
Updated 1 day ago
Fun of Funds
“กองตราสารหนี้โลก”…Upside จำกัด - แต่ได้ Yield สูงชดเชย !!!
Updated 19 hours ago
Stock of the Day
SET นิ่ง แต่เงินไม่ได้นิ่ง! จับตาวอลุ่ม “เก็บ” ก่อนหุ้นวิ่ง รอบนี้โฟกัสกลุ่มโรงพยาบาล BDMS วอลุ่มพุ่ง BH เด้งรับ Cover Short
Updated 21 hours ago
Insurance
เมืองไทยประกันชีวิต ยกระดับ MTL Health Services มากกว่าความคุ้มครอง ช่วยลูกค้าวางแผนการรักษาอย่างมั่นใจ
Updated 19 hours ago
Follow Us