BKA หุ้นไอพีโอน้องใหม่ ปิดตลาดเช้าพุ่ง 43.33% กำเงินขยายพอร์ตบ้านมือสองแต่งใหม่ ลุยแพลตฟอร์ม Prop Tech หนุนธุรกิจโต

เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ เรียบร้อยแล้ว สำหรับบริษัท บางกอก แอสเซท อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ BKA ธุรกิจบริการซื้อ-ขายบ้านมือสองตกแต่งใหม่ โดยเปิดการซื้อขายวันแรกที่ระดับ 2.40 บาท เพิ่มขึ้น 0.60 บาท หรือ +33.33% ล่าสุดปิดตลาดเช้าที่ระดับ 2.58 บาท เพิ่มขึ้น 0.78 บาท หรือ +43.33% จากราคาไอพีโอที่ 1.80 บาท


ด้านนายพชร ธนวงศ์เกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บางกอก แอสเซท อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ขอบคุณนักลงทุนที่ให้ความสนใจและวันนี้ดีใจที่หุ้น BKA เปิดตลาดในราคาที่ตั้งใจไว้ เนื่องจากปัจจัยภายนอกไม่รุนแรงมาก ขณะเดียวกันราคาหุ้นก็อยู่ในระดับราคาที่ไม่แพง มี discount


รวมถึงนักลงทุนน่าจะความเข้าใจธุรกิจของบริษัทมากขึ้น โดยบริษัทไม่ได้เป็นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์แต่เป็นธุรกิจบริการที่เทรดในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ดังนั้นอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (P/E ratio) ที่เหมาะสมอาจเป็นระดับที่สูงกว่าราคา IPO


สำหรับเงินที่ได้จากการระดมทุนครั้งนี้ ประมาณ 80% บริษัทจะนำไปขยายพอร์ตให้บริการบ้านแต่ง (Flipping) เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะบ้านมือสองที่มีศักยภาพการเติบโตจากสถาบันการเงินและบริษัทบริหารสินทรัพย์ (AMC) ซึ่งมีทรัพย์สินรอการขาย (NPA) ในระบบจำนวนมาก และเป็นสินค้าบ้านมือสองทำเลดี ราคาคุ้มค่าต่อการลงทุน โดยเน้นเจาะตลาดในพื้นที่กรุงเทพชั้นในเพิ่มขึ้น


ทั้งนี้ บริษัทยังคงมุ่งเน้นสินค้าบ้านเดี่ยวมือสองตกแต่งใหม่ ระดับราคาตั้งแต่ 5-7 ล้านบาทเป็นหลัก เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีความมั่นคงทางการเงิน ซึ่ง Rejection Rate ในกลุ่มนี้จึงค่อนข้างอยู่ระดับตํ่า จึงมองว่ากลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่มีดีมานด์สูงส่งผลให้บริษัท มีอัตราการเติบโตต่อเนื่องอย่างมีนัยสำคัญ


ส่วนที่เหลืออีกราว 20% บริษัทจะนำเงินที่ได้ไปเสริมศักยภาพด้านการพัฒนาธุรกิจ Property Technology (Prop Tech) โดยสร้าง Platform ตัวกลางในการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ จากการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพด้านการค้นหาข้อมูลให้แก่ผู้ที่ต้องการซื้อบ้าน และเทคโนโลยีระบบเสมือนจริง (Virtual Reality) มาใช้ในการแนะนำบ้านให้กับผู้ที่ต้องการซื้อบ้านได้เห็นภาพบ้านเสมือนจริงผ่านระบบออนไลน์ ยิ่งสร้างโอกาสการเติบโตให้กับบริษัทในอนาคตอย่างมีนัยสำคัญ


“เงินที่ได้จากจากการระดมทุนเราจะนำไปจะซื้อ NPA เป็นหลัก คาดว่าจะช่วยหนุนให้จำนวนการขายเพิ่มขึ้นราว 70-80 หลังต่อปี สร้างการเติบโตให้บริษัทอย่างมีนัยสำคัญ โดยเชื่อว่า Business Model แบบ Fipping ยังเติบโตได้ แม้ในภาวะที่กำลังซื้อชะลอตัว แต่กลุ่มลูกค้าที่ต้องการบ้านราคา 5-7 ล้านบาท ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายของบริษัทยังมีกำลังซื้ออยู่ ไม่ได้รับผลกระทบจากการปฏิเสธสินเชื่อของธนาคาร เป็นกลุ่มลูกค้าที่มีสุขภาพทางการเงินที่ดี จึงมองว่ายังมีโอกาาเติบโตได้“


นอกจากนี้ในปี 2568 บริษัทมองว่ายังมีปัจจัยบวกจากภาครัฐเข้ามาสนับสนุนทั้งการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนองในบ้านราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท ดังนั้นบริษัทจะเน้นกลุ่มนี้เป็นหลัก และภายหลังหมดมาตราการดังกล่าวอาจขยายพอร์ตไปสู่บ้านราคา 10 ล้านบาท ในโซนกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นโซนที่ราคาบ้านสูงกว่านนทบุรี


อย่างไรก็ตาม บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้รวมจะเติบโตไม่ต่ำกว่า 15-20% ต่อปี โดยในปี 2569 บริษัทคาดว่าผลประกอบการจะเติบโตอย่างก้าวกระโดด เนื่องจากบริษัทได้รับเงิน IPO เข้ามาช่วยสนับสนุนการดำเนินธุรกิจ ขณะที่แนวโน้มไตรมาส 1/68 คาดจะเติบโตเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีแนวโน้มดีต่อเนื่องในไตรมาส 2/68 จากความต้องการบ้านแนวราบที่เพิ่มขึ้น
Most Viewed
Fun of Funds
“KTWC-ALPHA” ลงทุน “หุ้นทั่วโลก” สไตล์ “High Conviction”… โอกาสสร้าง “Alpha” ตอบโจทย์ความมั่งคั่งระยะยาว เสนอขายครั้งแรก (IPO) วันที่ 1 – 8 ก.ย. 69 นี้ !!!
Updated 1 day ago
Stock of the Day
CPF ลุยธุรกิจน้ำดื่ม! ทุ่ม 335 ลบ. ถือ BREW 51% โบรกฯ ชี้ดีลไม่แพง ต่อยอดระยะยาว จับตากำไรครึ่งปีหลังฟื้น ให้เป้า 25 บ.
Updated 1 day ago
Fun of Funds
“กองตราสารหนี้โลก”…Upside จำกัด - แต่ได้ Yield สูงชดเชย !!!
Updated 19 hours ago
Insurance
เมืองไทยประกันชีวิต ยกระดับ MTL Health Services มากกว่าความคุ้มครอง ช่วยลูกค้าวางแผนการรักษาอย่างมั่นใจ
Updated 20 hours ago
Stock of the Day
SET นิ่ง แต่เงินไม่ได้นิ่ง! จับตาวอลุ่ม “เก็บ” ก่อนหุ้นวิ่ง รอบนี้โฟกัสกลุ่มโรงพยาบาล BDMS วอลุ่มพุ่ง BH เด้งรับ Cover Short
Updated 22 hours ago
Follow Us