KCE รอดหรือร่วง?! จากต้นปีดิ่งแล้ว 32% โบรกฯ แนะทั้ง "NEUTRAL" และ "TRADING" มองราคาเริ่มฟื้น แม้ผลประกอบการยังอ่อนแอ
ราคาหุ้น บริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน) หรือ KCE ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ต้นปี 2568 โดยวันที่ 16 พ.ค. 68 ราคาหุ้นปิดตลาดที่ระดับ 16.30 บาท ลดลง 0.61% จากวันก่อนหน้า ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่ 138.37 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม หากนับจากต้นปีราคาหุ้นปรับตัวลดลงไปแล้ว 31.51% จากระดับ 23.80 บาท ณ วันที่ 2 ม.ค. 68 โดยคาดว่าปัจจัยที่กดดันราคาหุ้น เกิดจากความวิตกกังวลในด้านผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ที่มีกำไรต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ อีกทั้งยังคงมีแนวโน้มปรับตัวลดลงในงวดปี 2568
ทั้งนี้ ในส่วนของมุมมองนักวิเคราะห์มีความเห็นที่แตกต่างกัน ทั้งแนะนำ “NEUTRAL” และ "TRADING" หุ้น KCE โดยมองว่าราคาหุ้นเริ่มฟื้นตัวจากแรงเก็งกำไรสงครามการค้าคลายตัว ส่วนในแง่พื้นฐานผลประกอบการยังอ่อนแอ โดยมองว่าแนวโน้มกำไรปกติในไตรมาส 2 จะทยอยฟื้นตัวจากไตรมาสก่อนหน้า แต่ผลการดำเนินงานงวดปี 2568 คาดว่ามีกำไรลดลง 23%
โดย บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด ระบุในบทวิเคราะห์ แนะนำ “NEUTRAL” หุ้น KCE ด้วยราคาเป้าหมาย 20.00 บาท โดยแนวโน้มยังคงท้าทายจากความกังวลเกี่ยวกับความต้องการผลิตภัณฑ์โดยรวม และ Downside จากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับภาษีนําเข้าของทรัมป์
ทั้งนี้ คาดว่ารายได้ในไตรมาส 2/68 น่าจะฟื้นตัวได้บ้างที่ 3-4% จากไตรมาสก่อน จากอุปสงค์ที่ฟื้นตัวและ Backlog แต่รายได้จะยังคงลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน เพราะอุปสงค์อ่อนแอ โดยผลกระทบจากการปรับเพิ่มอัตราภาษีนําเข้าของสหรัฐฯ ปัจจุบันยังไม่เห็นผลกระทบ คาดว่ายอดขายของทางสหรัฐฯจะทรงตัวในไตรมาส 2/68 ผู้บริหารคาดว่าอัตรากําไรขั้นต้นจะเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ราว 20% ในไตรมาส 2/68 ซึ่งเป็นผลมาจากการเจรจากับ Supplier และมาตรการลดต้นทุน
อย่างไรก็ดี บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ได้ปรับประมาณการกําไรปกติปี 2568 ลดลง 11% และปี 2569 ลดลง 7% เพื่อสะท้อนการปรับสมมติฐานอัตรากําไรขั้นต้นในปี 2568-2569 ลดลงจาก 22.7% มาอยู่ที่ 21.3% ในปี 2568 และ 22.0% ในปี 2569 ซึ่งสอดคล้องกับเป้าที่ผู้บริหารของ KCE วางไว้ที่ 21-22% สําหรับปี 2568
ด้าน บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุในบทวิเคราะห์ แนะนำ “TRADING” หุ้น KCE แต่ปรับเพิ่มราคาเหมาะสมเป็น 19.00 บาท โดยราคาหุ้นเริ่มฟื้นตัวจากแรงเก็งกำไรสงครามการค้าคลายตัว อย่างไรก็ดี ในแง่พื้นฐาน ผลประกอบการยังอ่อนแอ ทำให้การเก็งกำไรต้องทำอย่างระมัดระวัง จังหวะฟื้นตัวของอุตสาหกรรมอย่างเร็ว คาดเกิดขึ้นในช่วงปลายปี 2568 หากสงครามการค้าทยอยลดความรุนแรงลงต่อเนื่อง
ทั้งนี้ คาดว่าแนวโน้มกำไรปกติไตรมาส 2/68 ทยอยฟื้นตัวจากไตรมาสก่อน แต่การจะฟื้นตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ต้องไปลุ้นปลายปี 2568 เป็นอย่างเร็ว อย่างไรก็ตาม คงคาดการณ์กำไรปกติที่ 1.2 พันล้านบาท (-23% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน) แม้มีการปรับลด Guidance แต่สมมติฐานของบล.หยวนต้าต่ำกว่าเป้าหมายต้นปีของผู้บริหารอยู่แล้ว
อย่างไรก็ดี จากสงครามการค้าที่เจรจากันได้ดีมากขึ้นและการเก็บภาษีมีโอกาสไม่ได้รุนแรงเหมือนที่คาดไว้ก่อนหน้า ทำให้ปรับเพิ่ม P/E Band ของหุ้นขึ้นจาก -1.75SD ขึ้นเป็น -1.50SD ที่ 19x
