Official Update :

OR เผยไตรมาส 2/68 คาเฟ่อเมซอนยังแกร่ง หนุนธุรกิจ Lifestyle โตต่อเนื่อง จับตาไตรมาส 3/68 ปิดดีล M&A ธุรกิจใหม่

OR เผยแนวโน้มไตรมาส 2/68 ธุรกิจ Mobility อาจเจอแรงกดดันจากฤดูฝน-ราคาน้ำมันร่วง ฟากธุรกิจ Lifestyle ยังโดดเด่น Cafe Amazon คาดยังรักษาปริมาณจำหน่ายระดับ 100 ล้านแก้ว เผยไตรมาส 3/68 คาดเห็นความชัดเจนดีล M&A 1 ดีล ปี 68 ทุ่มงบ 18,000 ล้านบาท เดินหน้าลงทุนขยายธุรกิจต่อเนื่อง


นางสาววิไลวรรณ กาญจนกันติ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านบริหารการเงิน บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR เปิดเผยถึงแนวโน้มไตรมาส 2/68 สำหรับธุรกิจ Mobility คาดปริมาณการขายอาจลดลงและเกิดขาดทุนสต็อกน้ำมัน (Stock Loss) เล็กน้อย จากราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลงและผลกระทบจากฤดูฝน


ส่วนธุรกิจ Lifestyle คาดยังเติบโตโดดเด่น เนื่องจากต้นเดือนเม.ย. อากาศค่อนข้างร้อน ส่งผลให้มีปริมาณจำหน่ายของร้าน Cafe Amazon ปรับตัวดีขึ้น โดยไตรมาส 1/68 มีปริมาณจำหน่ายรวม 104 ล้านแก้ว ทำสถิติสูงสุดใหม่ ซึ่งในไตรมาส 2/68 บริษัทคาดว่าจะสามารถรักษาปริมาณการจำหน่ายที่ระดับ 100 ล้านแก้วได้ต่อเนื่อง ช่วยสนับสนุนให้อัตรากำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA margin) ธุรกิจยังแข็งแกร่ง


ทั้งนี้ บริษัทอยู่ระหว่างการเจรจาดีล M&A ทั้งในกลุ่ม Mobility และ Lifestyle โดยเฉพาะธุรกิจอาหารจานด่วน (Quick Serve) ซึ่งคาดว่าจะเห็นความชัดเจนในช่วงต้นไตรมาส 3/68


สำหรับงบลงทุนในปี 2568 บริษัทวางไว้ที่ 18,000 ล้านบาท แบ่งเป็น 1. ธุรกิจ Mobility ใช้งบ 40.5% ใช้สำหรับการขยาย EV Station เพิ่ม 250 แห่ง และขยายสถานี PTT Station ในไทยอีก 100 แห่ง, 2. ธุรกิจ Lifestyle ใช้งบ 38.5% สำหรับขยายร้าน Cafe Amazon รวมถึงลงทุน M&A และ JV , 3. ธุรกิจ Global ใช้งบ 14.7% เพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานและขยายการดำเนินงานของร้าน Cafe Amazon และ PTT Station ในต่างประเทศ ส่วนที่เหลืออีก 6.3% เป็นงบใช้พัฒนาเทคโนโลยีและ Digital Platform


ส่วนทิศทางราคาพลังงานในไตรมาส 2/68 และช่วงที่เหลือของปี 2568 ประเมินราคาน้ำมันดิบดูไบจะอยู่ที่ระดับ 50-70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยบริษัทยังติดตามความเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันอย่างใกล้ชิด พร้อมประเมินความเสี่ยงอาจส่งผลกระทบ เพื่อบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิด Stock Loss ตลอดจนบริหารจัดการความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนควบคู่ไปด้วย


ขณะที่ภาพรวมปริมาณการขายน้ำมันในปี 2568 บริษัทคาดว่าจะเติบโตในระดับเดียวกับกรอบการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย (GDP) ที่สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ประเมินจะอยู่ที่ 1.8% ส่วนธนาคารแห่งประเทศไทยประเมินจะอยู่ในกรอบาว 1.3-2%


“ปัจจัยลบจากภายนอกโดยเฉพาะสงครามการค้า แม้บริษัทจะไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง แต่กระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจ การส่งออกอ่อนแอ ทำให้อำนาจการซื้อของผู้บริโภคน้อยลง ซึ่งส่งผลกระทบทางอ้อมต่อบริษัท อย่างไรก็ตาม ธุรกิจ Lifestyle โดยเฉพาะ Cafe Amazon ที่ดำเนินการตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ บริษัทสามารถควบคุมต้นทุนได้ ทำให้บริหารจัดการอัตรากำไรขั้นต้นและอัตรากำไรของธุรกิจ Lifestyle ให้แข็งแกร่งได้ต่อเนื่อง” นางสาววิไลวรรณ กล่าว
Most Viewed
Stock of the Day
KSL แจ้งศาลสั่งเพิกถอนใบ รง.4 โรงงานน้ำตาลสระแก้วบริษัทย่อย ชี้คำพิพากษาศาลชั้นต้นยังไม่ถึงที่สุด เดินหน้าอุทธรณ์ ยันดำเนินการตามกฎหมาย
Updated 1 day ago
News Highlight
SCG ปักหมุด "ASEAN Strategic Partner" ผนึกผู้คน-ธุรกิจ-โอกาส นำทัพภูมิภาคเติบโตตามแนวทาง Inclusive Green Growth
Updated 1 day ago
News Highlight
ซีพี แอ็กซ์ตร้า จัดงาน “แม็คโคร โชห่วย โชว์โปร ออนทัวร์ 2026” ครั้งที่ 17 ที่หาดใหญ่
Updated 1 day ago
Fund Move
บลจ. แอสเซท พลัส มองหุ้นไทยยังมีโอกาสไปต่อ รับ Earnings Upgrade Fund Flow ต่างชาติกลับ ชูหุ้นปันผลโครงสร้างพื้นฐานเด่น
Updated 1 day ago
Fund Move
บลจ.ยูโอบี นำเสนอโอกาสการลงทุนในตราสารภาครัฐบาลต่างประเทศสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ กองทุนเปิด ยูไนเต็ด ตราสารภาครัฐต่างประเทศ USD 6 เดือน 1 IPO 20-26 ส.ค. 2569
Updated 1 day ago
Follow Us