ส่อง 3 หุ้นเทคยักษ์ ใครยังน่าถือ ใครควรถอย?
หุ้นกลุ่มเทคโนโลยียังคงได้รับความสนใจจากนักลงทุน แม้จะเจอความไม่แน่นอนจากนโยบายการค้าทั่วโลก โดยล่าสุด นักวิเคราะห์ชั้นนำได้มีการปรับคำแนะนำต่อหุ้นหลัก 3 ราย ได้แก่ Advanced Micro Devices (AMD), Microsoft (MSFT) และ Marvell Technology (MRVL) จากแนวโน้มธุรกิจ ผลประกอบการ และความเสี่ยง ซึ่งในบทความนี้ Wealthy Thai ได้สรุปประเด็นสำคัญมาให้ทุกท่านได้ติดตามกัน
1.AMD ถูกปรับคำแนะนำจาก “ถือ” เป็น “ซื้อ” โดย Bank of America (BofA) จากแนวโน้มธุรกิจที่แข็งแกร่ง
BofA ปรับคำแนะนำหุ้น AMD จาก “Neutral” (ถือ) เป็น “Buy” (ซื้อ) พร้อมปรับราคาเป้าหมายขึ้นจาก 105 ดอลลาร์ เป็น 120 ดอลลาร์ จากปัจจัยบวกหลายอย่าง เช่น
(1) การเติบโตของรายได้ที่แข็งแกร่ง แม้จะเจอกับความท้าทายในตลาดจีน
(2) การชิงส่วนแบ่งตลาด CPU ของ PC และ server อย่างต่อเนื่องจากคู่แข่งอย่าง Intel
(3) แนวโน้มยอดขาย AI GPU ที่แข็งแกร่ง และอาจสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้
(4) ความเป็นไปได้ที่อัตรากำไร EBIT จะเพิ่มขึ้นเป็น 30% ในปี 2027 เทียบกับ 22% ในปี 2025
(5) การประเมินมูลค่าปัจจุบันที่น่าสนใจที่ระดับ PE 18 เท่าของประมาณการปี 2026
2.MSFT ถูกปรับลดคำแนะนำจาก “ซื้อ” เป็น “สะสม” โดย Phillip Capital เนื่องจากราคาหุ้นที่สูงเกินไปในตอนนี้
Phillip Capital ปรับลดคำแนะนำหุ้น MSFT จาก “Buy” (ซื้อ) เป็น “Accumulate” (สะสม) แต่คงราคาเป้าหมายไว้ที่ 480 ดอลลาร์ โดยให้เหตุผลในการปรับลดเรทติ้งนี้จากความกังวลด้านมูลค่า (Valuation) เพียงอย่างเดียว ไม่เกี่ยวกับปัจจัยพื้นฐาน เพราะแนวโน้มระยะยาวของบริษัทยังคงแข็งแกร่ง
ทั้งนี้ เชื่อว่า MSFT ยังสามารถคงความเป็นผู้นำด้าน AI จากธุรกิจ Azure และเครื่องมือ Copilot นอกจากนี้ บริษัทยังได้เปรียบจากฐานลูกค้าองค์กรขนาดใหญ่ และความสามารถในการบริหารความเสี่ยงจากภาษีนำเข้า และสำหรับแนวโน้มระยะสั้น คาดว่ารายได้ในไตรมาส 4 ปี 2025 จะเติบโต 14% YoY แตะ 73.7 พันล้านดอลลาร์ โดยรายได้จาก Azure และ Office 365 commercial cloud คาดว่าจะเติบโต 34.5% และ 14% ตามลำดับ
3.MRVL ถูกปรับลดคำแนะนำจาก “น้ำหนักมากกว่าตลาด” เป็น “ถือ” โดย Cantor Fitzgerald จากการสูญเสียลูกค้ารายสำคัญ
Cantor Fitzgerald ปรับลดคำแนะนำหุ้น MRVL จาก “Overweight” (น้ำหนักมากกว่าตลาด) เป็น “Neutral” (ถือ) และลดราคาเป้าหมายลงจาก 125 ดอลลาร์ เหลือ 60 ดอลลาร์ จากความกังวลเกี่ยวกับการสูญเสียลูกค้ารายสำคัญในธุรกิจ custom silicon ยกตัวอย่างเช่น “Amazon” ที่มีรายงานว่ากำลังย้ายไปผลิตชิป Trainium Gen3 กับ Alchip หรือ “Microsoft” ที่คาดว่าจะย้ายไปผลิตชิป Maia Gen3 กับ Broadcom ตั้งแต่ปี 2027
ซึ่งการสูญเสียลูกค้ารายใหญ่เช่นนี้ อาจกระทบต่อคาดการณ์รายได้ระยะยาว และลดความเหนียวแน่นของฐานลูกค้า ทั้งนี้ คาดว่ากำไรต่อหุ้นของ MRVL จะลดลงมาอยู่ที่ 3.00 ดอลลาร์ในปี 2027 ซึ่งต่ำกว่าที่เคยประเมินไว้ก่อนหน้านี้ และแม้ธุรกิจ custom silicon ของ MRVL จะยังมีศักยภาพในการเติบโตในปี 2025–2026 แต่ก็ยังมีความไม่แน่นอนอยู่ นอกจากนี้ การขาดปัจจัยบวกที่ชัดเจนในระยะสั้น ก็ยังเป็นปัจจัยกดดันความเชื่อมั่นของนักวิเคราะห์ต่อหุ้น MRVL อีกด้วย

