Official Update :

วิเคราะห์ 3 หุ้นเดินเรือ ที่กำลังโตคลื่นแห่งกำไร

ความร้อนแรงของหุ้นเดินเรือยังมีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง หลังจาก สถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ส่งสัญญานการฟื้นตัวอย่างชัดเจน ทำให้ความต้องการของสินค้าโภคภัณฑ์ และกิจกรรมทางการค้าที่จะมีแนวโน้มสูงขึ้น เห็นได้จาก ดัชนีระวางเรือเทกอง BDI ที่ขยับตัวเพิ่มต่อเนื่อง ดังนั้นทีมข่าว Wealthy Thai จะพานักลงทุนมาหาคำตอบกันว่าไตรมาส 2/64 ทั้ง PSL, TTA และ RCL จะมีความน่าสนใจหรือไม่



PSL ดัชนีค่าระวางเรือจะทรงตัวระดับสูงในไตรมาส 3

เริ่มจาก PSL หรือ บริษัท พรีเชียส ชิพปิ้ง จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจเดินเรือโดยเป็นเจ้าของเรือเอนกประสงค์ขนาดเล็กสำหรับขนส่งสินค้าแห้งเทกองแบบไม่ประจำเส้นทาง มีเส้นทางเดินเรือครอบคลุมทั่วโลกในภูมิภาคสำคัญ สินค้าพื้นฐานที่กองเรือขนส่งคือ สินค้าทางการเกษตร เหล็ก ปุ๋ย สินแร่และเนื้อแร่ ไม้ซุง ถ่านหินและอื่นๆ


นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุว่า แนะนำ`ถือ` ปรับราคาเป้าหมายใหม่เป็น 19.40 บาท โดยดัชนีค่าระวางเรือขนาด Supramax (BSI) และดัชนีค่าระวางเรือขนาด Handy size (BHSI) เฉลี่ยในไตรมาส 2 เพิ่ม 54% และ 36% เป็น 2,303 และ 1,245 จุดตามลำดับ สะท้อนอัตราค่าเช่าเรือ (TC rate) ในไตรมาส 2/64 ที่สูงขึ้นและหนุนอัตรากำไรขั้นต้น


โดยคาดว่า TC rate จะเพิ่มขึ้น 35%จากไตรมาสแรก เป็น 16,400 ดอลลาร์สหรัฐต่อวัน หนุนกำไรปกติในไตรมาส  2/64 เพิ่มเป็น 765 ล้านบาท พลิกจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 1.2 พันล้านบาท และไตรมาสแรกมีกำไรสุทธิ 375 ล้านบาท


ทั้งนี้คาดดัชนีค่าระวางเรือ (BDI) จะทรงตัวระดับสูงในไตรมาส 3 จาก ความแออัดของท่าเรือหลายแห่งจากมาตรการ COVID-19 ที่เข้มงวด และ ใน 64  Demand จะเติบโต 3.8% สูงกว่า Supply ที่เติบโต 2.8% แต่คาดว่าตลาดเรือเทกองและค่าระวางเรือจะอ่อนแอลงปีหน้าหลังสถานการณ์ COVID-19 ดีขึ้นจากการฉีดวัคซีน


ดังนั้นปรับคาดการณ์กำไรปี 64 ขึ้น 217% เป็น 3.0 พันล้านบาท และปี 65 ขึ้นอีก 67% เป็น 2.0 พันล้านบาท หลังปรับสมมติฐานอัตรา TC rate อย่างไรก็ตามจากอัพไซด์ที่จำกัดและคาดการณ์ BDI อ่อนแอลงใน 65 คงคำแนะนำ ถือ พร้อมราคาเป้าหมายใหม่เป็น 19.40 บาท (จาก 12.0 บาท)



TTA ไตรมาส 3/64 เทรนด์ยังดี

ถัดมา TTA หรือ บริษัท โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ จำกัด (มหาชน) โดยลงทุนในธุรกิจหลัก 5 กลุ่มได้แก่ กลุ่มธุรกิจขนส่งทางเรือ กลุ่มธุรกิจบริการนอกชายฝั่ง กลุ่มธุรกิจเคมีภัณฑ์เพื่อการเกษตร กลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม และกลุ่มการลงทุนอื่น


นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ขณะนี้แนะนำ“ซื้อ” ราคาพื้นฐาน 19.40 บาท โดยคาดไตรมาส 2/64 มีกำไร 641 ล้านบาท เติบโต 365.9% จากปีก่อนขาดทุน คาดรายได้รวม เพิ่มขึ้น 55.7%จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็น 4,596 ล้านบาท หลังจากเดินเรือที่ดัชนี BSI เพิ่มขึ้น 366%จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ lag time ที่ยาวขึ้นในการปรับค่าระวางเรือและเรือเช่ากลับมามีกำไรครอบคลุมขาดทุนไตรมาส 1/64 ได้หมด จึงคาดค่าระวางเรือ เพิ่มขึ้น145.8%จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็น 18,496 ดอลลาร์


ส่วนต้นทุนเดินเรือคาด เพิ่มขึ้น 7.4% จึงมีกำไรได้โดดเด่น, MML ได้งานวางสายเคเบิ้ลใต้ทะเลเพิ่ม จึงขาดทุนลดลงจากปีก่อนมาก ส่วน PMTA ยอดขายปุ๋ยยังอ่อนลง จากการส่งออกที่ขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์และค่าระวางเรือที่สูง แต่ยอดขายในเวียดนามดีขึ้นจากการหันมาทาตลาดในประเทศซึ่งชดเชยได้ส่วนหนึ่ง


ขณะที่ไตรมาส 3/64 คาดยังดีจากทั้งเดินเรือและ MML โดยวันที่ 1-21 ก.ค. ดัชนี BSI เพิ่มขึ้นจากค่า เฉลี่ยจากไตรมาส 2/64 และ 3/63 ที่ 14% และ 109% มองเดินเรือยังดีต่อเนื่อง, MML จะมีรายได้สูงขึ้นจากการรับรู้ Backlog มากขึ้นและคาดพลิกมีกำไร, PMTA ดีขึ้นจากไตรมาสก่อน เพราะเป็นฤดูเพาะปลูกในเวียดนาม มองกำไร TTA มีโอกาสโตได้ทั้งจากไตรมาสก่อน และช่วงเดียวกันของปีก่อน ดังนั้นยังคงคาดการณ์กำไรที่ 1,049 ล้านบาทไว้ก่อน และจะพิจารณาอีกครั้งหลังประกาศงบ โดยเพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 1,944.60 ล้านบาท


ด้านนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ได้ปรับคาดการณ์กำไรปี 64 ขึ้น 159% เป็น 2.4 พันล้านบาท และปี 65 ขึ้น 48% เป็น 1.6 พันล้านบาท หลังปรับอัตราค่า TC ขึ้นเป็น 22,000 ดอลลาร์สหรัฐ และ 17,600 ดอลลาร์สหรัฐต่อวันจาก 14,000 ดอลลาร์สหรัฐ และ15,000 ดอลลาร์สหรัฐ  จากอัพไซด์ที่จำกัดและคาดการณ์ BDI ที่จะอ่อนแอลงใน ปี 65 ปรับคำแนะนำลงเป็น ถือ ราคาเป้าหมาย 15.8 บาท



RCL ซื้อเรือจํานวน 2 ลํา 7,565 ล้านบาท

และสุดท้าย บริษัท อาร์ ซี แอล จํากัด (มหาชน) หรือ RCL ล่าสุดแจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่าเมื่อวันที่ 2 ส.ค.64 บริษัทหรือบริษัทย่อยได้ซื้อเรือจํานวน 2 ลํา ขนาดบรรทุกลําละ 12,000 ทีอียู มูลค่ารวม 7,565 ล้านบาท จากบริษัท Giant Line Inc. S.A, Panama เพื่อใช้งานในกองเรือของบริษัท โดยแหล่งเงินทุนมาจากเงินทุนของบริษัทและเงินกู้ ซึ่งมีเงื่อนไขการชําระแบ่งเป็น 4 งวด พร้อมกำหนดส่งมอบเรือประมาณไตรมาสที่ 4/65 และไตรมาสที่ 1/66 ตามลําดับ


โดยบริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุว่า RCL (เป้า Consensus 60 บาท) 1.ประเมินแนวรับ 56.5 บาท / แนวต้าน 60 – 65 บาท (Stop loss 54 บาท) 2.ประเมินแนวโน้ม Earnings momentum ยังเป็นขาขึ้นต่อไปอีกอย่างน้อย 2 ไตรมาสติดๆ (ไตรมาส 2-3)


ทั้งนี้จาก Demand การขนส่งสินค้าทั่วโลกที่ยังเร่งตัวขึ้น ขณะที่อุปทานเรือคอนเทนเนอร์มีจำกัด ส่งผลให้ดัชนีค่าระวางเรือคอนเทนเนอร์ล่าสุดยังปรับขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง ทั้งนี้ฝ่ายวิจัยฯ บล.เคจีไอ ไต้หวัน คาดการ Re-stock สินค้าทั่วโลกยังเร่งตัวขึ้นไปจนถึงกลางปีหน้าเป็นอย่างน้อย 3. Trailing PE 10.2 เท่า คาดว่าจะลดลงไปอีกหลังการรายงานงบไตรมาส 2-3


ก่อนหน้านี้นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ประเมินกำไรสุทธิไตรมาส 2/2564 จะเติบโตขึ้นจากไตรมาสแรกและจากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้แรงหนุนจากค่าระวางเรือ และlifting volume ที่สูงขึ้นในไตรมาส 2/2564 จากช่วงไฮซีซั่นของการส่งออก ซึ่งค่าระวางเรือ SCFI ในไตรมาส 2/2564 คาดจะเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 3% จากไตรมาสแรก และเพิ่มขึ้น 220% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน


ขณะที่ล่าสุดได้ปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2564 ขึ้น 24% มาอยู่ที่ 1.2 หมื่นล้านบาท ขณะที่ปี 65 ปรับขึ้น 98% มาอยู่ที่ 8 พันล้านบาท เพราะเราปรับเพิ่มประมาณการค่าระวางเรือปี 2564/65 ของ RCL ขึ้น 9.3%/20.8% มาอยู่ที่ 445/363 ดอลลาร์ฯ/TEU เพื่อสะท้อนทิศทางของค่าระวางเรือที่ดีกว่าคาด อุปสงค์การกลับมาสต็อกสินค้าจากผู้ค้าปลีกสหรัฐฯ แข็งแกร่งกว่าประมาณการเดิม เพราะสัดส่วนสต็อกสินค้าปลีกต่อยอดขายลดลงต่อเนื่อง และแตะระดับต่ำสุดในช่วงสิ้นไตร มาส 1/2564 ซึ่งสะท้อนถึงการใช้จ่ายเงินของผู้บริโภคชาวสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่ง


เห็นได้จาก อัตราหมุนเวียนสินค้าคงเหลือที่เพิ่มขึ้น และเนื่องจาก คาดว่าอุปสงค์จะเติบโตขึ้นอีก อัตราเติบโตของอุปทานจึงจะยังอยู่ในระดับจำกัด Drewry คาดว่าอัตราเติบโตของอุปสงค์ (+ 5.7% และ +3.7% ในปี 2564-65) จะมากกว่าอัตราเติบโตของเรือบรรทุกตู้คอนเทน เนอร์ (+3.7% และ 2.5% ในปี 2564-65)


ทั้งนี้เราคาดว่าค่าระวางเรือจะยังอยู่ในระดับสูงที่ 450 ดอลลาร์ฯ/TEU ในช่วงครงึ่ หลังของปี2564 จากปัญหาห่วงโซ่อุปทานตึงตัวในทวีปเอเชีย อย่างไรก็ดีคาดว่าค่าระวางเรือจะปรับลดลงในปี 2565 จากปัญหาท่าเรือแออัดและตู้คอน เทนเนอร์ขาดแคลนที่บรรเทาลงหลังสามารถควบคุมสถานการณ์โควิด-19 ไว้ได้จากเร่งการฉีดวัคซีนในเชิงรุกและคาดว่าอัตราเติบโตของอุปทานเรือจะสูงขึ้นในปี 2566 จาก order book ระดับสูงที่ 20% ของจำนวนเรือทั่วโลกช่วงสิ้นไตรมาส 1/2564 อุปทานเรือส่วนเกินจะส่งผลให้เกิดการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้นและทำให้ค่าระวางเรือลดลงในปี 2566  คงแนะนำ “ถือ” และเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 60 บาท จาก 42 บาท


ข้อสังเกตุจากข้อมูลทั้ง 3 บริษัทดังกล่าว ทีมข่าว Wealthy Thai พบว่า ราคาหุ้นปัจจุบัน มีอัพไซต์ต่อราคาเป้าหมายค่อนข้างน้อย และ PSL ราคาหุ้นเพิ่มขึ้นสูงค่าราคาเป้าหมายแล้ว ดังนั้นนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ ควรลงทุนอย่างระมัดระวัง เพราะว่าในช่วงที่ผ่านมาราคาหุ้นปรับเพิ่มขึ้นอย่างร้อนแรง



This’s Alano

“มุ่งแสวงหาข่าวสาร สร้างสรรค์ผลงานอย่างถูกต้อง เพื่อนำเสนอให้นักลงทุนได้อ่าน”