Official Update :

เปิดคาดการณ์งบไตรมาส 2 6 หุ้นโรงไฟฟ้ารายใหญ่ของไทย

หุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้า ถือเป็นกลุ่มที่ได้รับความนิยมสูงจากนักลงทุนมาอย่างต่อเนื่อง เพราะถือเป็นหุ้น  "หุ้นปลอดภัย " หรือ Defensive Stocks มีผลงานค่อนข้างมีเสถียรภาพตามสัญญาการซื้อขายไฟฟ้า และล่าสุดก็เข้าสู่การประกาศงบงวดไตรมาส  2/64 แล้ว ดังนั้นทีมข่าว Wealthy Thai จึงได้รวบรวมคาดการณ์มาฝากนักลงทุน จะมีความน่าสนใจแค่ไหน ไปดูกันเลย


โดยนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ระบุว่า กลุ่มโรงไฟฟ้าพลังงาน หลักจะประกาศผลประกอบการในช่วงวันที่ 6-16 ส.ค. เราคาดว่ากลุ่มโรงไฟฟ้าพลังงานหลักจะรายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/2564 ที่ 9.6 พันล้านบาท ลดลง 17% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่โตขึ้น 21%จากไตรมาสแรก


โดยคาดว่าการปรับลดลง จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นผลจากขาดทุน FX ของ BGRIM และ EGCO จากหนี้สินในสกุลเงินต่างประเทศ เพราะเงินบาทอ่อนค่าลง 0.7 บาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ มาอยู่ที่ 32.2 บาท/ดอลลาร์ฯ เทียบกับที่แข็งค่าขึ้น 1.2 บาท/ดอลลาร์ฯ ในไตรมาส 2/2563


ทั้งนี้คาดว่ากำไรปกติจะอยู่ที่ 1.04 หมื่นล้านบาท โตขึ้น 42%จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จาก 1.การปิดซ่อมบำรุงที่น้อยลงของโรงไฟฟ้าหงสา (BPP และ RATCH) และ SBPL (EGCO) 2.การขยายกำลังการผลิต (GULF และ RATCH) 3.อุป สงค์จากกลุ่มผู้ใช้ภาคอุตสาหกรรมที่สูงขึ้น (BGRIM) 4.กระแสน้ำไหลเข้าที่สูงขึ้น (EGCO และ GPSC) และ 5.อัตรากำไรกลุ่ม SPP ที่สูงขึ้น


ทั้งนี้ส่วนต่างราคาก๊าซนั้นปรับเพิ่มขึ้น 13% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็น 1.4 บาท/ยูนิต ซึ่งเป็นผลดี กับกลุ่ม SPP (BGRIM GPSC และ GULF) ส่วนการเติบโตในเชิง จากไตรมาสแรก คาดว่าเป็นผลมาจากขาดทุน FX ที่น้อยลง ของ BGRIM EGCO และ GULF จากหนี้สินสกุลเงินต่างประเทศ หลังจากเงินบาทอ่อนค่าลง 0.7 บาท/ดอลลาร์ฯ มาอยู่ที่ 32.2 บาท/ดอลลาร์ฯ เทียบกับที่แข็งค่าขึ้น 1.2 บาท/ดอลลาร์ฯช่วงไตรมาส 1/2564


ยิ่งกว่านั้นคาดว่า กำไรปกติจะโตขึ้น 8% จากไตรมาสแรก มาอยู่ที่ 1.04 หมื่นล้านบาท จาก 1.การขยายกำลังการผลิต (GULF และ RATCH) 2.การปิดซ่อมบำรุงที่น้อยลงของโรงไฟฟ้าหงสา (BPP และ RATCH) QPL (EGCO) และ GHECO-one (GPSC และ WHAUP) และ 3กระแสน้ำไหลเข้าที่สูงขึ้น (EGCO และ GPSC)


สรุปประเมินกำไรสุทธิรายตัว โดยเริ่มจาก  RATCH หรือ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) คาดไตรมาส 2/64 จะรายงานกำไรสุทธิ 2,274 ล้านบาท เติบโต 112% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเติบโต 9% จากไตรมาสแรก ให้ราคาเป้าหมาย 54 บาท


ต่อมา GULF หรือ บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) คาดไตรมาส 2/64 จะรายงานกำไรสุทธิ 1,421 ล้านบาท ลดลง 24% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง 13% จากไตรมาสแรก ให้ราคาเป้าหมาย 42.25 บาท


ขณะที่ EGCO หรือ บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) ประเมินไตรมาส 2/64 จะรายงานกำไรสุทธิ 1,553 ล้านบาท ลดลง 69% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 165%จากไตรมาสแรก ให้ราคาเป้าหมาย 289 บาท


ถัดมา GPSC หรือ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) ประเมินไตรมาส 2/64 จะรายงานกำไรสุทธิ 2,304 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 17% จากไตรมาสแรก ให้ราคาเป้าหมาย 89 บาท


ส่วน บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM คาดไตรมาส 2/64 จะรายงานกำไรสุทธิ 764 ล้านบาท ลดลง 25% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 25% จากไตรมาสแรก ให้ราคาเป้าหมาย 55 บาท


และสุดท้าย BPP หรือ บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) ประเมินไตรมาส 2/64 จะรายงานกำไรสุทธิ 1,280 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 88% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 24%จากไตรมาสแรก ให้ราคาเป้าหมาย 20.60 บาท


อย่างไรก็ตามคาดว่ากลุ่มโรงไฟฟ้าพลังงานหลักที่เราวิเคราะห์อยู่จะรายงานกำไรปกติในไตรมาส 3/2564 ที่อ่อนตัวลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน และจากไตรมาส 2/64 เนื่องจากส่วนต่างราคาพลังงานที่หดตัวลง (BGRIM GPSC และ GULF) และจากกำหนดการปิดซ่อมบำรุง โรงไฟฟ้าหงสา (BPP และ RATCH) ซึ่งได้รับการชดเชยส่วนหนึ่งมาจากประเด็น กระแสน้ำไหลเข้าที่สูงขึ้น (GPSC และ EGCO)


ทั้งนี้คาดว่าส่วนต่างราคาพลังงานจะหดตัวลงจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น ขณะที่ค่า Ft คงที่อยู่ในระดับ 0.1532 บาท/ยูนิต เราคาดว่าราคาก๊าซจะปรับสูงขึ้น 11%จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 9% จากไตรมาส 2/64 เป็น 261 บาท/mmbtu เพราะราคาก๊าซธรรมชาติของไทยปรับตัวช้ากว่าราคาน้ำมันดิบ


ขณะที่เลือกกลุ่ม IPP (GULF) เป็นหุ้นเด่นสำหรับกลุ่มโรงไฟฟ้าพลังงานหลัก เพราะกลุ่มนี้จะสามารถส่งต่อภาระราคาพลังงานที่สูงขึ้นไปยัง กฝผ. ได้ ทั้งนี้ GULF มีโครงการจำนวนมากที่มีกำหนดการเริ่มเดินเครื่องในปี 2564 ซึ่งจะมาหนุนกำไรของบริษัท



เปิดคำทำนายโบรกฯอื่นๆ

ขณะที่บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน)แนะนำ`ซื้อ` GULF ราคาเป้าหมาย 45.00 บาท โดยคาดว่า GULF จะมีกำไรหลักที่แข็งแกร่งในครึ่งปีหลัง (อาจเป็นสถิติใหม่สำหรับทั้งไตรมาส 3 และ4/64) นำโดยเงินปันผลจาก INTUCH ไตรมาส 3 และกำไรจาก GSRC unit-2 ใน ไตรมาส 4/64 คาดการณ์กำไรหลักปี 64 ที่ 7.6 พันล้านบาท (เพิ่มขึ้น 69% YoY) โดยมีอัพไซด์จากคำเสนอซื้อหุ้น INTUCH แม้ว่าจะใช้สมมุติฐานเชิงอนุรักษ์นิยมว่าไม่มี PPA ใหม่ แต่ GULF ยังคงเติบโตแบบ double digit ได้ในระยะ 10 ปีข้างหน้า นอกจากนี้ รัฐบาลไทยและเวียดนามกำลังทบทวนแผนพัฒนาพลังงานของตน (PDPs) ซึ่งจะเน้นการลดหลังงานถ่านหิน และเวียดนาม PDP8 จะเน้นหลังงานลม ซึ่งน่าจะมีความชัดเจนมากขึ้นในครึ่งหลังของครึ่งหลังของปีนี้ และอาจเปิดโอกาสการลงทุนขนาดใหญ่สำหรับ GULF



RATCH ลุ้น
อัตราเงินปันผลปีนี้ 4.7%

ด้านบริษัทหลักทรัพย์ ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุว่า แนะนำถือ RATCH ราคาเป้าหมาย 51 บาท โดย RATCH ยังคงให้อัตราเงินปันผลตอบแทน 4.7% สำหรับปี 64 และ 4.1% ในปี 65 ซึ่งสูงที่สุดในบรรดาหุ้น big-cap  แต่มีมุมมองลบเล็กน้อยต่อ RATCH หลังจากที่ได้มีการประกาศเพิ่มทุนจำนวนมากเมื่อเร็วๆ นี้ เนื่องจากจะทำให้กำไรต่อหุ้นลดลง 22% และ 21% จากประมาณการครั้งก่อนของเราเป็น 4.10 บาท/หุ้น และ 4.32 บาท/หุ้นในปี 65 และ 66 ตามลำดับ



BGRIM ราคาปัจจุบันมี Valuation ที่ถูก

ส่วนบริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด แนะนำซื้อ BGRIM มูลค่าพื้นฐานที่ 55.00 บาท โดยคงมุมมองบวกต่อแนวโน้มผลประกอบการ ราคาหุ้นสะท้อนปัจจัยลบไปเกินกว่าที่ควรจะเป็น ขณะที่ผลประกอบการยังคงแข็งแกร่งและคาดว่าจะทำ New high ได้ในไตรมาส 2/64 ราคาปัจจุบันมี Valuation ที่ถูกกว่าในอดีตอย่างมีนัยสำคัญ งบไตรมาส 2/64 ดี ขณะที่ไตรมาส 3/64 ลุ้นดีล M&A เป็นโอกาส ซื้อ



EGCO
โบรกฯคาดโตต่อเนื่องในระยะยาว

บริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) แนะนำ ซื้อ EGCO ราคาเป้าหมาย 262.00 บาท โดยคงมุมมอง core-operation บริษัทมีความน่าสนใจ ฟื้นตัว y-y ต่อเนื่องตลอดปี จากแรงเสริมของโรงไฟฟ้าใหม่ และ operation โรงเดิมดีขึ้น และคาดโตต่อเนื่องในระยะยาว เรามองราคาปัจจุบันมี downside จำกัดแม้มีโอกาสของการด้อยค่า (non-cash) โรงไฟฟ้าที่ใกล้หมดอายุ หรือกำไรต่ำกว่าบริษัทประเมิน



BPP มี
Upside โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในสหรัฐฯ

บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด แนะนำซื้อ ราคาเหมาะสมที่ 22.30 บาท คาดผลประกอบการปี 2564 ที่ 3,719 ล้านบาท (+0.1% YoY) แม้ราคาถ่านหินอยู่ในระดับสูงแต่ BPP สามารถเติบโตได้เล็กน้อย จากการรับรู้รายได้โครงการโรงไฟฟ้าที่เข้าลงทุนเพิ่มเติมและการ COD โครงการโรงไฟฟ้าต่างๆในปี 2564 โดยมี Upside เพิ่มเติมได้หากมีการเข้าควบคุมราคาถ่านหินในจีน รวมถึงการเข้าลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในสหรัฐฯ



GPSC ธุรกิจ
new S-curve เสริมการเติบโต

บริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) แนะนำ ซื้อ GPSC ราคาเป้าหมาย 91.50 บาท/หุ้น และเลือกเป็นหนึ่งใน top picks จากเข้าสู่รอบการฟื้นตัวของกำไร มีโรงใหม่หนุนต่อเนื่องในครึ่งปีหลัง 64 ถึงปี 66 ประกอบกับมีธุรกิจ new S-curve เสริมการเติบโต



This’s Alano

“มุ่งแสวงหาข่าวสาร สร้างสรรค์ผลงานอย่างถูกต้อง เพื่อนำเสนอให้นักลงทุนได้อ่าน”

Most Viewed
Wealth EZ
“รุ่นหนึ่งสร้าง-รุ่นสองรักษา-รุ่นสามทำลาย” !!!
Updated 1 day ago
Stock of the Day
จับตาวิกฤตตะวันออกกลาง ซาอุฯ ปิดท่อส่งน้ำมันดันราคาพุ่ง ชู PTTEP เด่นรับอานิสงส์น้ำมันดิบ กบง. ขยายเวลาตรึงดีเซลกดดันโรงกลั่น
Updated 13 hours ago
Stock of the Day
เรากำลังแข่งกันสร้าง “พระเจ้า” แต่เราแน่ใจแล้วหรือว่าจะเป็น “พระเจ้าผู้ทรงเมตตา”? ความกังวลที่ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น แต่เพิ่งเริ่มเป็นที่รับรู้
Updated 11 hours ago
Fun of Funds
“Fund of Property fund - Thai” โอกาสลงทุนรับ “ปันผลดี-สม่ำเสมอ” ง่ายๆ ผ่าน “กองทุนรวม” !!!
Updated 5 hours ago
News Highlight
“Hummix” เปิดตัว AI Low-Code ออกแบบเพื่อธุรกิจไทย เชื่อม “AI-ข้อมูล-ระบบ” สู่การทำงานจริง รองรับองค์กรทุกขนาด
Updated 10 hours ago
Follow Us