เทียบฟอร์ม FA เสนอขายหุ้น IPO ใครครองแชมป์หุ้นบวกมากที่สุด
การนำบริษัทเข้าตลาดหุ้น ก็ถือเป็นความฝันของหลายๆบริษัท ไม่ว่าจะเป็นการระดมทุนเพื่อขยายธุรกิจให้เติบโต หรือแม้กระทั่งสร้างความน่าเชื่อถือให้แก่บริษัทตนเองด้วนเช่นกัน แต่ก็ใช้ว่าการนำบริษัทเข้าตลาดหุ้นจะประสบความสำเร็จทุกราย เพราะบางรายผลตอบรับวันเทรดก็ไม่ค่อยดี หรือบางรายเข้ามาตลาดหุ้นแล้ว แต่ก็ต้องถูกถอดถอนออกเช่นกัน ดังนั้นเบื้องหลังการนำบริษัทเข้าตลาดหุ้นนักลงทุนสงสัยหรือไม่ว่าเป็นใคร และมีผลงานในรอบปี 63 น่าพอใจสักแค่ไหน วันนี้ทีมข่าว Wealthy Thai จะพานักลงทุนไปหาคำตอบ
ทั้งนี้ที่ปรึกษาทางการเงิน (Financial Advisor) หรือที่เราเรียกกันว่า FA ถือเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ตามวัตถุประสงค์ของบริษัทนั้นๆว่าจะระดมทุนเพื่ออะไร ซึ่ง FA มีความหมายในตัวเองอยู่แล้ว โดยจะทำหน้าที่วางแผนทางการเงินให้กับธุรกิจต่างๆ ทั้งการใช้เงิน หรือการลงทุนขยายธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการเข้าซื้อกิจการ และการร่วมลงทุนกับบริษัทอื่นๆ
วันนี้ทีมข่าว Wealthy Thai ได้รวบรวมข้อมูลที่ปรึกษาทางการเงิน ที่ได้นำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นรอบปี 63 ทั้ง SET และ mai มาฝากนักลงทุน โดยพบว่าตั้งแต่ต้นปี 63 จนถึงปัจจุบัน ณ วันที่ 9 ธ.ค.63 มีที่ปรึกษาทางการเงินนำบริษัทเข้าตลาดหุ้นจำนวน 19 ราย ดังนี้

ขณะที่บริษัท แอสเซท โปร แมเนจเม้นท์ จำกัด, บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน), บริษัท คันทรี่ กรุ๊ป แอ๊ดไวเซอรี่ จำกัด,บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน), ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน), บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน),บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และธนาคาร ทิสโก้ จำกัด (มหาชน) ที่ปัจจุบันราคาหุ้น IPO โดยรวมกองรีดฯ ด้วย โดยมีราคาหุ้นต่ำกว่าราคา IPO แล้ว
ทั้งนี้บริษัท แอสเซท โปร แมเนจเม้นท์ จำกัด ได้รับแรงกดดันจาก DHOUSE และ PRAPAT แม้ RT ทำราคาเปิดต่ำกว่าราคา IPO แต่ราคาล่าสุดสูงกว่า IPO แล้ว ขณะที่บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) และบริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) ที่ได้รับแรงกดดันจาก CRC แม้ทำราคาเปิดเท่า ราคา IPO แต่ราคาล่าสุดเคลื่อนไหวในกรอบที่ต่ำกว่าราคา IPO
ส่วนบริษัท คันทรี่ กรุ๊ป แอ๊ดไวเซอรี่ จำกัด แม้ WGE จะเปิดการซื้อขายวันแรกสูงกว่าราคา IPO แต่ล่าสุดทำราคาต่ำกว่า IPO แล้ว ขณะที่บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) นำหุ้นเข้าเทรด 2 ตัว แต่ได้รับแรงกดดันจาก ETC แม้วันแรกจะเปิดสูงกว่าราคาไอพีโอ แต่ล่าสุดเคลื่อนไหวในระดับต่ำกว่า IPO แล้วเช่นกัน ด้านบริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) นำหุ้นเข้าเทรด 2 ตัวเช่นกัน แต่ได้รับแรงกดดันจาก SABUY ที่ปัจจุบันราคาหุ้นต่ำกกว่าราคา IPO แล้ว

