วิเคราะห์มูลค่าการซื้อขายแสนล้านบาท บล.เกียรตินาคินภัทรขึ้นเบอร์ 1 พบ 2 โบรกเกอร์ซื้อหุ้นเกินหมื่นล้าน
ภาวะตลาดหุ้นฟื้นตัวส่งผลให้มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันของตลาดหุ้นไทยพุ่งขึ้นเกินแสนล้านบาท ปัจจัยที่ผลักดันความคึกคัก เกิดจากภาวะตลาดหุ้นที่กลับขาเป็นกระทิงแบบสุด จากความคืบหน้าของการผลิตวัคซีนเพื่อพิชิต COVID-19 รวมถึงการเลือกตั้งสหรัฐ ที่นายโจ ไบเดน เป็นผู้ชนะและจะก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี ทำให้เกิดภาวะเงินไหลเข้าตลาดเกิดใหม่
ความบ้าคลั่งของกระทิงดุรอบนี้ส่งผลให้ในรอบ 45 วันที่ผ่านมา ตลาดหุ้นไทยในวันที่ 16 พ.ย.ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 1,482 จุด หรือเพิ่มขึ้น 24.03 % มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 9.1 หมื่นล้านบาท ในภาวะการณ์เคลื่อนไหวของนักลงทุนรายกลุ่ม พบว่า นักลงทุนสถาบัน ขายสุทธิ 10,413 ล้านบาท บริษัทหลักทรัพย์ ซื้อสุทธิ 12,454 ล้านบาท นักลงทุนต่างประเทศ ซื้อสุทธิ 40,144 ล้านบาท ขายสุทธิ 42,186 ล้านบาท การเพิ่มขึ้นของดัชนีและมูลค่าการซื้อขายรอบนี้ทำให้โบรกเกอร์ถูกจับตาว่าจะได้ประโยชน์แบบเต็มๆ
บล.เกียรตินาคิน ขึ้นเบอร์ 1
มองย้อนกลับไปในธุรกิจโบรกเกอร์ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ต้องบอกเลยว่าเป็นธุรกิจที่เจอความท้าทายอย่างมาก หลายบริษัทประสบภาวะขาดทุนต่อเนื่อง จากการแข่งขันค่าธรรมเนียมซื้อขายหลักทรัพย์ที่รุนแรง การแย่งชิงตัวผู้แนะนำการลงทุน รวมถึงการโดยดิสรัปชั่นจากเทคโนโลยีใหม่ๆ หลายโบรกเกอร์นั้นล้มหายตายจากไปมาก และเมื่อภาวะตลาดหุ้นฟื้นตัว วอลุ่มแสนล้าน ทำให้เกิดความหวังการอยู่รอดในรอบใหม่ของธุรกิจ
โดยจากข้อมูลในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้รายงานออกมา พบว่า ตั้งแต่ช่วงวันที่ 2 พ.ย. ถึงวันที่ 16 ธ.ค. 63 ที่เกิดภาวะเงินไหลบ่าเข้าตลาดหุ้นไทย พบว่า ผู้ที่ครองส่วนแบ่งทางการตลาดของธุรกิจหลักทรัพย์ 5 อันดับแรก ได้แก่

พบ 2 โบรกเกอร์ลุยซื้อหุ้นหมื่นล้าน !!
นอกจากความคึกคักของมูลค่าการซื้อขายที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมาก อีกจุดหนึ่งที่น่าสนใจ คือ คำสั่งซื้อขายหุ้นของโบรกเกอร์นั้น เมื่อพบว่าในรอบ 45 วันที่ผ่านมา มี 2 บริษัทหลักทรัพย์ที่มียอดการซื้อสุทธิสูงเกิน หมื่นล้านบาท โดยจากข้อมูลของตลาดหลักทรัพย์ นั้นพบว่า บล.ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) มีคำสั่งซื้อสุทธิ 1 หมื่นล้านบาท และบล.ธนชาต มีคำสั่งซื้อสุทธิ 1.83 หมื่นล้านบาท และในขณะที่บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) คำสั่งขายสุทธิ 2 หมื่นล้านบาท บล.เครดิต สวิส (ประเทศไทย) ขายสุทธิ 1.68 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้การซื้อขายของแต่ละบริษัทหลักทรัพย์นั้น อาจจะมีหลายองค์ประกอบอยู่ด้วยกัน ทั้งคำสั่งซื้อขายลูกค้าของแต่ละบริษัทหลักทรัพย์ รวมถึงการทำธุรกิจของโบรกเกอร์ในรูปแบบต่างๆ แต่อาจจะเป็นสัญญาณสะท้อนมุมมองของแต่ละโบรกเกอร์เกี่ยวกับภาวะในตลาดหลักทรัพย์ด้วย
