Official Update :

หุ้นอสังหาฯ ยังไหวไหม? เมื่อ Covid-19 ยังยืดเยื้อ

สถานการณ์ Covid-19 ในไทยยังมีความไม่แน่นอน ซึ่งเป็นผลกระทบโดยตรงกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ทั้งจำนวนผู้ติดเชื้อใหม่ที่เพิ่มขึ้นในระดับสูงต่อเนื่อง การฉีดวัคซีนที่ล่าช้าและอาจไม่ได้ตามเป้าหมาย สัดส่วนหนี้ครัวเรือนพุ่งสูงขึ้น ในขณะที่กำลังซื้อของคนในในประเทศถดถอย ส่วนกำลังซื้อจากต่างชาติก็ยังไม่กลับมา ประกอบกับธนาคารพาณิชย์มีเกณฑ์อนุมัติสินเชื่อเข้มงวดมากขึ้น ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อความต้องการซื้อที่อยู่อาศัย ส่งผลให้ตลาดอสังหาฯ ปีนี้มีแนวโน้มชะลอตัวลง



หวังตลาดอสังหาฯ ฟื้นตัวปี
2565

โดยผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ SENA ให้มุมมองว่า ภาพรวมตลาดอสังหาฯ ในปี 2564 อาจหดตัว 10% จากปีก่อน จากการระบาดของ Covid-19 ซึ่งรุนแรงกว่าปีที่ผ่านมา ทำให้รัฐบาลใช้มาตรการควบคุมที่เข้มงวดมากขึ้น เช่น การปิดแคมป์คนงานที่ทำให้การก่อสร้างหยุดชะงัก รวมถึงกำลังซื้อที่ถดถอยและหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง ซึ่งกระทบต่อการพิจารณาสินเชื่อที่อยู่อาศันของธนาคาร ขณะเดียวกันผู้ประกอบการก็ยังไม่กลับมาเปิดโครงการใหม่เต็มที่ เพราะไม่สามารถประเมินสถานการณ์ Covid-19 ได้


ส่วนแนวโน้มการฟื้นตัวนั้น คาดว่าจะเริ่มเห็นในปี 2565 เป็นต้นไป หากสถานการณ์ Covid-19 ในไทยคลี่คลายภายในสิ้นปีนี้ และการฉีดวัคซีนครอบคลุมประชาชนมากขึ้น ส่งผลให้ภาวะเศรษฐกิจกลับมาฟื้นตัว ภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมกลับมาเดินหน้าอีกครั้ง ซึ่งจะส่งผลบวกต่อธุรกิจอสังหาฯ ที่ต้องพึ่งพิงกำลังซื้อของผู้บริโภค


สำหรับแผนการดำเนินงานของ SENA ผศ.ดร.เกษรา กล่าวว่า บริษัทยังคงเป้าหมายยอดขายปีนี้ที่ 1.1 หมื่นล้านบาท แม้ครึ่งปีแรกจะทำยอดขายได้เพียง 3 พันล้านบาท แต่บริษัทเชื่อว่าหาก Covid-19 มีแนวโน้มคลี่คลายก่อนเข้าไตรมาส 4/64 ยอดขายน่าจะกลับมาเติบโตได้ จากการเร่งเปิดตัวโครงการใหม่ เบื้องต้นมีประมาณ 4 โครงการ ที่เลื่อนการเปิดตัวมาจากไตรมาส 3/64 ส่วนยอดโอนบริษัทคาดว่าจะทำได้ตามเป้าหมายที่ 1 หมื่นล้านบาท ปัจจุบันมีมูลค่ายอดขายรอโอน (Backlog) อยู่ที่ 8 พันล้านบาท และคาดว่าจะรับรู้รายได้เข้ามาในครึ่งปีหลังราว 5 พันล้านบาท


นักวิเคราะห์จากบล.เอเซีย พลัส ระบุว่า คาดกำไรไตรมาส 2/64 มีแนวโน้มอ่อนตัวจากผลกระทบ Covid-19 รอบ 3 และไม่มีการโอนคอนโดใหม่ แต่กำไรมีแนวโน้มฟื้นตัวสูงในช่วงครึ่งปีหลัง จากแผนการเปิดตัวโครงการใหม่และส่งมอบคอนโดในไตรมาส 3/64 และไตรมาส 4/64 ต่อเนื่อง จึงยังคงประมาณการกำไรปกติปีนี้ที่ 951 ล้านบาท ลดลง 15.01% จากปีก่อน แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 4.68 บาท นอกจากนี้ยังน่าสนใจด้วย Div Yield 6% และ PER ซื้อขาย 6.3 เท่า



ส่องผลงาน
6 หุ้นอสังหาฯ

นอกเหนือจาก SENA แล้ว ลองมาดูหุ้นอสังหาฯ อื่นๆ ว่ามีแนวโน้มการเติบโตอย่างไร เริ่มที่ SPALI หรือ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) ที่ประกาศกำไรสุทธิไตรมาส 2/64 ออกมาวานนี้ (10 .. 64) โดยมีกำไร 1,730.47 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 312% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 133% จากไตรมาสก่อนหน้า ตามโอนกรรมสิทธิ์และส่วนแบ่งกําไรจากเงินลงทุนในการร่วมค้าและบริษัทร่วมที่เพิ่มขึ้น ด้านนักวิเคราะห์จากบล.ไทยพาณิชย์ ระบุว่า ยังคงประมาณการกำไรปี 2564 ของ SPALI ไว้ที่ 6 พันลบ. ทำสถิติสูงสุด โดยไม่มีกำไรพิเศษจาก SPALIRT และยังคงเรทติ้ง OUTPERFORM โดยเลือก SPALI เป็นหุ้นเด่นในกลุ่มที่อยู่อาศัย กำหนดราคาเป้าหมายปี 2565 ที่ 27 บาท


LH หรือ บริษัทแลนด์แอนด์เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) มีกำไรสุทธิไตรมาส 2/64 ที่ 1,869.53 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34.02 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 7.17% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยนักวิเคราะห์จากบล.เอเซีย พลัส คาดว่า LH จะมีกำไรสุทธิปี 2564 ที่ 7.75 พันลบ. เพิ่มขึ้น 6% จากปีก่อน แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมายที่ 9.65 บาท (อิงวิธี SOTP) ราคาหุ้นมี upside 20% รวมถึงประเมินเงินปันผลครึ่งแรกปี 2564 ที่หุ้นละ 0.23 บาท หรือ 2.99 และทั้งปีคาด 6.6% ถือเป็นระดับที่น่าดึงดูดในภาวะดอกเบี้ยต่ำ


ORI หรือ บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) นักวิเคราะห์จากบล.ไทยพาณิชย์ คาดว่ากำไรไตรมาส 2/64 จะอยู่ที่ 868 ลบ. เพิ่มขึ้น 22.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 5.2% จากไตรมาสก่อนหน้า จากการจัดตั้งบริษัทร่วมทุน 2 โครงการ รวมถึงประเมินกำไรปี 2564 ที่ 2.9 พันลบ. เพิ่มขึ้น 15.1% จากปีก่อน แนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสมที่ 10.50 บาท พร้อมคาดเงินปันผลงวดครึ่งปีแรกที่ 0.23 บาท คิดเป็น Dividend yield 2.6% ช่วยจำกัด Downside risk ระยะสั้น


AP หรือ บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) มีกำไรสุทธิไตรมาส 2/64 ที่ 1.11 พันลบ. ลดลง 8.23% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 20.47% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยนักวิเคราะห์จากบล.ไทยพาณิชย์ คาดกำไรปี 2564 ของ AP ที่ 3.89 พันลบ. ลดลง 7.8% จากปีก่อน โดยสาเหตุมาจากส่วนแบ่งกําไร JV ที่ลดลง และคงประมาณการปี 2565 ไว้เหมือนเดิม คาดว่ากำไรจะอยู่ในระดับทรงตัว ดังนั้นจึงคงเรทติ้ง NEUTRAL ด้วยราคาเป้าหมายปี 2565 ที่ 8.80 บาท อ้างอิง PE ที่ 7.1 เท่า


SIRI หรือ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) นักวิเคราะห์จากบล.ไทยพาณิชย์ คาดว่าไตรมาส 2/64 จะมีกำไร 636 ลบ. เพิ่มขึ้น 146% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 65.6% จากไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลจากการรับรู้รายได้โดดเด่นและอัตรากำไรขั้นต้นที่แข็งแกร่ง โดยยังคงประมาณการกำไรปี 2564 ที่ 2.39 พันลบ. เพิ่มขึ้น 43.3% จากปีก่อน แต่จะจับตาดูยอดขายและการเปิดตัวโครงการใหม่ในไตรมาส 3/64 ซึ่งอาจได้รับผลกระทบจากการล็อกดาวน์ แม้การลงทุนในบริษัทที่ประกอบธุรกิจด้านการเงินเป็นพัฒนาการเชิงบวก แต่ผลตอบแทนยังไม่ชัดเจน จึงยังคงเรทติ้ง NEUTRAL ด้วยราคาเป้าหมายปี 2565 ที่ 0.84 บาท


และสุดท้าย LPN หรือ บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) มีกำไรสุทธิไตรมาส 2/64 ที่ 121 ลบ. ลดลง 21.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 1.5% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยนักวิเคราะห์จากบล.ไทยพาณิชย์ คาดกำไรปี 2564 ของ LPN จะอยู่ที่ 523 ลบ. ลดลง 27% จากปีก่อน เพราะคอนโดอีก 1 โครงการจะเสร็จล่าช้าไปเป็นปี 2565 นอกจากนี้ยังเล็งเห็นความเสี่ยงในการทำยอดขายให้สำเร็จตามเป้า เนื่องจาก LPN ไม่น่าจะสามารถเปิดตัวโครงการทั้งหมดได้ตามแผนที่วางไว้ จึงคงเรทติ้ง UNDERPERFORM ด้วยราคาเป้าหมายปี 2565 ที่ 3.70 บาท แม้ LPN จะประกาศจ่ายเงินปันผลงวดครึ่งปีแรก 0.10 บาท แต่มองว่าไม่น่าสนใจ เนื่องจาก valuation แพงเกินไปที่ PE 13.6 เท่า



ศุภมาศ ศรีขำ

นักข่าวสายการเงินและตลาดทุน ที่คลุกคลีกับวงการข่าวมาตั้งแต่เด็ก ชื่นชอบการออกไปหาประสบการณ์และการเรียนรู้ใหม่ๆ อยากถ่ายทอดมุมมองและประสบการณ์เกี่ยวกับการเงิน และตลาดทุนให้ผู้อ่านทุกคนใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ เพื่อไปถึงเป้าหมายการลงทุนที่ตั้งไว้