Official Update :

THAI ยังไปต่อ! ปิดตลาดวันนี้บวกแรง 10% รับกำไร Q2 โตทะลัก 3,860% โบรกฯ ชูเป็นหุ้นเด่นของกลุ่มท่องเที่ยว

วันนี้ (8 ส.ค. 68) ราคาหุ้นของ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI ปิดตลาดวันนี้อยู่ที่ระดับ 14.70 บาท เพิ่มขึ้น 1.30 บาท หรือ 9.70% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 5,522.28 ล้านบาท โดยปัจจัยที่ส่งผลให้ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้น คาดว่ามาจากการการประกาศผลการดำเนินไตรมาส 2/68 และงวดครึ่งแรกของปี 2568 ที่มีกำไรสุทธิเติบโตอย่างโดดเด่น สูงกว่าคาดการณ์จากนักวิเคราะห์


โดย THAI รายงานกำไรไตรมาส 2/68 มีกำไรสุทธิ 12,124.23 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11,818.09 ล้านบาท หรือ 3,860.35% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/67 ที่มีกำไรสุทธิ 306.14 ล้านบาท ขณะที่งวด 6 เดือนแรกของปี 2568 มีกำไรสุทธิ 21,955.98 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19,240.3 ล้านบาท หรือ 708.49% เมื่อเทียบกับงวด 6 เดือนแรกของปี 2567


ด้าน บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ระบุในบทวิเคราะห์ “อยู่ระหว่างทบทวนประมาณการขึ้น” สำหรับ THAI ทั้งนี้ กําไรสุทธิไตรมาส 2/68 ที่ 1.2 หมื่นล้านบาท (+32% จากไตรมาสก่อน และเพิ่มจาก 306 ล้านบาท งวดไตรมาส 2/67) หากไม่รวมกําไรพิเศษ หลัก ๆ คือ กําไรจากการยกเลิกสัญญาเช่าเครื่องบิน 5 พันล้านบาท มีกําไรปกติ 6.8 พันล้านบาท (ลด 33% จากไตรมาสก่อน ตามฤดูกาล) เติบโตจาก 1.2 พันล้านบาท งวดเดียวกันปีก่อน หนุนด้วยมาร์จิ้นดีขึ้นเป็นหลัก


สำหรับรายได้จากการดําเนินงานที่ 4.3 หมื่นล้านบาท เพิ่ม 1% จากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน เป็นไปตาม Revenue Passenger Kilometers : RPK สูงขึ้น 16% จากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน จากการเพิ่มเส้นทางบินในภูมิภาคยุโรปรวมถึงเพิ่มความถี่เที่ยวบินในภูมิภาคเอเซีย และมี Cabin factor ที่ 77% (ไตรมาส 2/67 ที่ 73%) แต่ Passenger Yield ลงมาที่ 2.7 บาทต่อคนต่อ กม. (ไตรมาส 2/67 ที่ 3.1 บาทต่อคนต่อ กม.) เป็นไปตามการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นในอุตสาหกรรม รวมทั้ง Oil surcharge ต่ำลง


ด้าน OPEX อยูที่ 3.5 หมื่นล้านบาท ลดลง 9% จากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน เพราะค่าน้ำมันเครื่องบิน (สัดส่วน 33% ของ OPEX และ 26% ของรายได้) ต่ำลง 18% จากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน เป็นไปในทิศทางเดียวกับราคาน้ำมัน (-9% จากไตรมาสก่อน, -15% จากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน) ประกอบกับค่าซ่อมแซมบํารุงอากาศยาน (สัดส่วน 12% ของ OPEX) ลดลง 22% จากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน สาเหตุจากการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขสัญญาเช่าเครื่องบิน รวมถึงการแข็งค่าของค่าเงินบาท โดยรวม Operating profit margin (OPM) อยู่ที่ 20% จาก 11% งวดเดียวกันปีก่อน


อย่างไรก็ดี เนื่องจากกําไรปกติครึ่งแรกของปี 2568 ที่ 1.7 หมื่นล้านบาท (ครึ่งแรกของปี 2567 ที่ 7.6 พันล้านบาท) คิดเป็นสัดส่วน 61% ของประมาณการกําไรปกติฝ่ายวิจัย และ 63% ของ BB Consensus โดยรายได้ครึ่งแรกของปี 2568 คิดเป็นสัดส่วน 48% ของสมมติฐานฝ่ายวิจัยทั้งปี ภายใต้แนวโน้มรายได้ผ่านจุดต่ำสุดรายไตรมาสตามฤดูกาล มองว่าฝั่งรายได้สอดคล้อง แต่ OPM งวดครึ่งแรกของปี 2568 ที่ 22% (ครึ่งแรกของปี 2567 ที่ 17%) ดีกว่าสมมติฐานฝ่ายวิจัยทั้งปีที่ 19% มีความเป็นไปได้ที่ประมาณการกําไร จะถูกปรับขึ้นจากทั้งฝ่ายวิจัยและตลาด


ทั้งนี้ ราคาหุ้นมีโอกาสตอบสนองเชิงบวกจากการขยายตัวของกําไรปกติทั้งไตรมาส 2/68 (เทียบกับปีก่อน) และทั้งปีที่มีแนวโน้มเด่นกว่ากลุ่มฯ (และ Free Float ในการซื้อขายไม่สูงในช่วง 6 เดือนแรก) คงเลือกเป็นหุ้นเด่นของกลุ่มท่องเที่ยวคู่กับ CENTEL