Official Update :

ส่องหุ้น Laggard Play น่าสนใจ จังหวะเก็งกำไรตาม Fund Flow

ภาวะตลาดหุ้นไทยในช่วงนี้เริ่มมีสัญญาณบวกจากกระแสเงินทุนต่างชาติ (Fund Flow) ที่เริ่มไหลกลับเข้าสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความคาดหวังต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ และแนวโน้มดอกเบี้ยนโยบายที่อาจผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้บรรยากาศการลงทุนเริ่มฟื้นตัว นักลงทุนเริ่มกลับมาหาจังหวะเข้าซื้อ โดยเฉพาะหุ้นที่ยังปรับตัวขึ้นน้อยกว่าตลาด (Laggard) แต่มีพื้นฐานดีและราคายังไม่แพง ซึ่งมีแนวโน้มจะได้รับแรงหนุนเพิ่มเติมหากกระแส Fund Flow ยังไหลเข้าอย่างต่อเนื่อง


ทั้งนี้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด ระบุในบทวิเคราะห์ สำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้และต้องการเก็งกำไร แนะนำหุ้น Laggard Play ซึ่งคาดได้อานิสงส์หาก Fund Flow ไหลเข้าต่อเนื่อง โดยเลือกหุ้น SET50 ซึ่งราคาหุ้นปรับขึ้นตั้งแต่ต้นเดือน (MTD) ต่ำกว่า SET และ Valuation ถูก โดยมี PBV และ PER 2568F < -1SD อีกทั้งมีพื้นฐานดี (กำไรเติบโต, ฐานะการเงินแข็งแกร่ง และมี SET ESG Ratings A-AAA) แนะนำ BDMS, CPALL, MINT, MTC และ PTT


โดย บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS บล.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ แนะนำ “ซื้อ” ด้วยราคาเป้าหมาย 30.50 บาท คาดว่ากำไรในปีงบประมาณ 2568 จะเติบโต 5% เมื่อเทียบกับปีก่อน ปัจจัยหนุนหลักจากรายได้ผู้ป่วยต่างชาติที่มีแนวโน้มเติบโตระดับ double digit และการยกระดับธุรกิจโรงพยาบาลนอกพื้นที่กรุงเทพฯ ด้วยการขยาย capacity เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ตั้งแต่ต้นเดือนถึงวันที่ 8 ส.ค. 68 ราคาหุ้น BMS ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาแล้ว 2.79%


ขณะที่ บล.หยวนต้า แนะนำ “ซื้อ” บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL ด้วยราคาเป้าหมาย 62.00 บาท โดยคาดการณ์กำไรปกติปี 2568 ที่ 2.7 หมื่นลบ. (+6% จากปีก่อน) และปี 2569 ที่ 2.9 หมื่นลบ. (+7% จากปีก่อน) โดยตั้งแต่ต้นเดือนจนถึงวันที่ 8 ส.ค. 68 ราคาหุ้น CPALL ปรับตัวลดลงไปแล้ว 2.12% 


สำหรับ บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT บล.ทรีนีตี้ แนะนำ “ซื้อ” ด้วยราคาเป้าหมาย 38.60 บาท โดยคาดกำไรปกติปี 2568 ที่ 7.27 พันล้านบาท เติบโต 6.9% จากปีก่อน ทั้งนี้ ตั้งแต่ต้นเดือนจนถึงวันที่ 8 ส.ค. 68 ราคาหุ้น MINT ปรับตัวลงมาแล้ว 2%


ส่วน บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ MTC บล.ทรีนีตี้ แนะนำ “ซื้อ” ด้วยราคาเป้าหมาย 54.60 บาท โดยคาดกำไรปี 2568 เติบโตราว 15% จากปีก่อน จากสมมตฐิานสินเชื่อที่เติบโต 14% จากปีก่อน โดยคาดว่าสินเชื่อจะยังคงขยายตัวอย่างโดดเด่นได้ต่อจากการเปิดสาขาเพิ่ม 500 – 600 สาขา ประกอบกับมีการควบคุม Credit Cost ให้อยู่ในกรอบของ guidance โดยตั้งแต่ต้นเดือนจนถึงวันที่ 8 ส.ค. 68 ราคาหุ้น MTC ปรับตัวลงไปแล้ว 1.32%


ปิดท้ายด้วยคำแนะนำ “ถือ” บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT จาก บล.เคจีไอ ด้วยราคาเป้าหมาย 35.00 บาท โดยคาดการณ์กำไรปี 2568 อยู่ที่ 8.37 หมื่นล้านบาท และปี 2569 อยู่ที่ 9.70 หมื่นล้านบาท โดยตั้งแต่ต้นเดือนจนถึงวันที่ 8 ส.ค. 68 ราคาหุ้น PTT ปรับตัวลดลงไปแล้ว 3.76%