The Conversation EP.25 ...KGI กับการยึดครองตลาด DW แบบเบ็ดเสร็จ แบรนด์และความเร็วคือหัวใจความสำเร็จ
ธุรกิจที่มีการแข่งขันรุนแรงและมีผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามาต่อเนื่อง มักจะทำให้ผู้เล่นรายเดิมที่อยู่ในตลาดอยู่แล้วต้องสูญเสียส่วนในการตลาดให้กับผู้เล่นรายใหม่ แต่เรื่องนี้กลับไม่เกิดขึ้นในตลาดใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ หรือ DW ที่ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา มีผู้เล่นเพิ่มขึ้นจากเดิมไม่เกิน 7 ราย มาอยู่ที่ 13 ราย แต่ผู้นำตลาดกลับมีเค้กที่ใหญ่มากขึ้น
ชัยชนะแบบเบ็ดเสร็จของ DW13 ของบริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ที่ตอนนี้มีส่วนแบ่งทางการตลาดในระดับ 50% กับการทำการตลาดโดยใช้ พี่ติ๊ก เจษฎาภรณ์ กับประโยคติดหูว่า “DW13 ใครไม่เทรด ติ๊กเทรดนะคะ” เป็นสิ่งที่น่าสนใจอย่างมาก ที่ว่า KGI ทำไมถึงเติบโตได้ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงขนาดนี้
วันนี้บรรณาธิการ WEATHY THAI ต้องขอนั่งคุยกับเจนวิทย์ ชินกุลกิจนิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายธุรกิจตราสารอนุพันธ์ บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) เพื่อแกะรอยความสำเร็จ และอนาคตที่ KGI วาดฝัน และโอกาสพัฒนาสินค้าใหม่อย่าง CBBC
ผู้เล่นยิ่งเยอะตลาดยิ่งโต
เริ่มต้นกับการพูดคุยกับ พี่เจน เจนวิทย์ ชินกุลกิจนิวัฒน์ หนึ่งในขุนพลหนุ่มของ KGI ที่ดูแลการสินค้าอนุพันธ์ที่มีความซับซ้อนสูง ที่ระยะหลังห่างหายไปจากหน้าสื่อด้วยภาระรับผิดชอบที่มากขึ้น และได้ให้โอกาสกับ WEALTHY THAI ในการให้สัมภาษณ์ โดยเขามองว่าการแข่งขันในตลาด DW ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมามีความรุนแรงและมีผู้เล่นรายใหม่มากขึ้น ซึ่งในมุมของ KGI มองว่า การมีผู้เล่นรายใหม่เข้ามานั้นมีแต่ข้อดีทำให้ตลาด DW ในไทยนั้นโตมากขึ้น จะเห็นได้จากสัดส่วนต่อมูลค่าการซื้อขายของ DW โตอย่างมากเลยทีเดียว จาก 3 ปีก่อนที่ระดับ 5-6 % ของมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันก็ถือว่าสูงมาก แต่ตอนนี้ในตลาดประเทศไทยเทรดกันอยู่ที่ระดับ 10 % ถือว่าประสบความสำเร็จ
“ในอนาคตตลาด DW ยังโตได้อีกมาก อย่างในต่างประเทศที่เป็นตลาดชั้นนำในเอเชีย สัดส่วนการเทรดต่อมูลค่าการซื้อขายของพวกเขาอยู่ในระดับ 20 % ดังนั้นตลาดประเทศไทยยังเติบโตได้อีก การมีผู้เล่นในตลาดมากๆก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี ที่เราจะได้ช่วยกันสร้างการเรียนรู้ใน DW ให้กับนักลงทุนได้รู้จักและเทรด DW มากขึ้น”
เมื่อเราติดตามข้อมูลการซื้อขาย DW ในตลาดเราพบว่า นักลงทุนตอนนี้รู้จักและเทรด DW ได้ดีมาก สมัยก่อนในยุคเริ่มต้นนักลงทุนจะเทรดในขาของ CALL DW แต่ตอนนี้เราเริ่มเห็นการเทรดในด้าน PUT โดยเฉพาะในการเทรด DW ที่อ้างอิง SET 50 เพราะสามารถประเมินดัชนีการเคลื่อนไหวได้ดีกว่า ซึ่งในภาพรวมการแข่งขันของผู้ออก DW ตอนนี้คือ การออกในเรื่องของความไวและซีรี่ย์อ้างอิงที่หลากหลายมากกว่าในอดีต
KGI กำลังโตสวนตลาด
การแข่งขันที่รุนแรงแต่ในทางกลับกัน KGI กลับเติบโตขึ้น โดย เจนวิทย์ มองว่า การเติบโตของ KGI ในช่วงที่ผ่านมานั้นสูงมาก เราครองมาร์เก็ตแชร์ 50 % จากก่อนหน้าที่ระดับ 30 % เป็นการเติบโตท่ามกลางคู่แข่งที่เพิ่มขึ้นด้วย และหัวใจสำคัญของการเติบโต คือ แบรนด์ และ ความเร็ว
“DW เป็นสินค้าที่โบรกเกอร์เป็นผู้ออก ดังนั้นแบรนด์จึงสำคัญ เมื่อผู้ลงทุนรู้ว่า DW13 นั้นเป็นของ KGI นักลงทุนมีความเชื่อมั่นในผู้ออกที่เที่ยงตรงและเป็นไปตามตารางอ้างอิงราคา DW เมื่อนักลงทุนเชื่อมั่นเขาก็จะมาเทรดกับเราดังนั้นเราต้องรักษามาตรฐานและความซื่อตรงกับลูกค้า”
อย่างในช่วงต้นปีที่ COVID-19 ทำให้หุ้นไทยปรับตัวลดลงไปแรงมาก และไม่กี่วันดัชนีฟื้นตัว ซึ่งเรามีการจำหน่าย DW ออกไปจำนวนมาก การเหวี่ยงแรงขนาดนั้นส่งผลกับผู้ออกDW แน่นอนเราในฐานะผู้ออกก็เลือกที่จะทำตามตาราง DW ที่ให้ไว้กับนักลงทุน แม้บริษัทจะได้รับผลกระทบบ้างก็ตาม ซึ่งการทำแบบนี้ทำให้นักลงทุนเชื่อมั่นกับ DW 13
นอกจากมาตรฐานแล้วอีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้เราประสบความสำเร็จ คือ ความเร็วในการออกDW เราใช้เวลาไม่เกิน 2 วันในการออกซีรี่ย์อ้างอิงใหม่ ซึ่งตอนนี้เรามี DW ครอบคลุมเกือบทุกหลักทรัพย์และมากที่สุดในตลาด โดยปัจจุบันมีการออก DW ไปแล้วในปีนี้มากกว่า 700 ตัว และในปีนี้อาจมีการออกมากกว่า 1,000 ตัว
ซึ่งในฝั่งของการบริหารความเสี่ยงของ KGI นั้นเรามีระบบการซื้อขายและบริหารความเสี่ยงที่รวดเร็ว มีการลงทุนพัฒนาระบบอย่างต่อเนื่อง ทำให้เรามั่นใจว่าจะทำให้ผลการดำเนินงานของ KGI ในอนาคตจะเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง
อนาคต KGI ต้องออกสินค้าให้หลากหลาย
สำหรับทิศทางในอนาคต ของ KGI นั้น เรามองว่า จะเน้นการออกสินค้าให้มีความหลากหลาย ตอนนี้ KGI ออกสินค้าครอบคลุมหลักทรัพย์เกือบทั้งหมดที่อนุญาตแล้ว แต่จะไปเน้นด้านรายละเอียดมากกว่า เช่นใน 1 หุ้นอ้างอิง อาจจะมีการออกหลายอัตราทด เพื่อให้นักลงทุนได้เลือกลงทุนตามความเสี่ยงที่ตนเองรับได้ จะเห็นได้ว่า ผลิตภัณฑ์ของ KGI จะมีออกทั้งซีรี่ย์ A ซีรี่ย์ B หรือซีรี่ย์ C ให้เลือกตามความถัด
ในขณะเดียวกันเราสนใจที่จะออก CBBC ในอนาคตด้วย หากกฏเกณฑ์นั้นอนุญาต ส่วนการออก DW ในต่างประเทศเรามองว่ามีความเสี่ยงในเรื่องอัตราแลกเปลี่ยน จึงอาจไม่ใช่ตลาดที่ KGI จะสนใจเข้าไป และKGI ยังให้โฟกัสในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ให้ตอบโจทย์นักลงทุนมากที่สุด
