DELTA กำลังทำดอยสูงสุด ในประวัติศาสตร์อยู่หรือไม่
หุ้นสุดร้อนแรงแห่งปีอย่างบริษัทเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA ที่ราคาหุ้นปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจนทำราคาสูงสุดทะลุ 400 บาทไปแล้ว แต่ล่าสุดราคาหุ้นย่อตัวกลับมาเคลื่อนไหวในกรอบ 300 กว่าบาทปลายๆ ทำให้นักลงทุนสงสัยกันว่าราคาหุ้นอาจทำนิวไฮไปแล้วหรือไม่ ซึ่งเรามาหาคำตอบไปพร้อมๆ กันเลย
DELTA เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ด้านการจัดการระบบกำลังไฟฟ้า (Power management solutions) รวมถึงชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์บางประเภท ได้แก่ พัดลมอิเล็กทรอนิกส์ (DC Fan) อีเอ็มไอ ฟิลเตอร์ (EMI) และโซลินอยด์ มีฐานการผลิตอยู่ในภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก ได้แก่ เอเชีย ยุโรป และอเมริกาใต้
จากการเพิ่มขึ้นของราคาหุ้นที่ปรับตัวอย่างร้อนแรงทำให้ DELTA ติดอันดับ 4 ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เรียบร้อยแล้ว ในแง่ของราคาหุ้นต่อหน่วยที่มีมูลค่าสูงที่สุด ณ ราคาปิดของวันที่ 9 ธันวาคม 2563 โดยมีมาร์เก็ตแคปอยู่ที่ 4.27 แสนล้านบาท นับว่าเป็นบริษัทที่มีมาร์เก็ตแคปสูงเป็นอันดับ 6 ของตลาดหุ้นไทย
ราคาหุ้นที่เพิ่มขึ้นอย่างบ้าคลั่งของ DELTA ดูเหมือนว่าทำไปสูงกว่าเป้าหมายที่นักวิเคราะห์ประเมินไว้เรียบร้อยแล้ว แม้จะคาดการณ์ผลประกอบการในช่วงไตรมาส 4/63 จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่ขณะเดียวกันราคาหุ้นกลับปรับเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกันทำให้นักวิเคราะห์หลายๆ สำนักต่างให้ขายไปแล้ว
ไม่ว่าจะเป็นนักวิเคราะห์ บริษัท หลักทรัพย์ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) จำกัด ที่บอกว่าอาจจะถึงเวลาทำกำไร โดยแนะนำให้ขาย ราคาเป้าหมาย 209 บาท โดยเชื่อว่าราคาได้นำหน้าปัจจัยพื้นฐานไปแล้ว แม้จะคาดการณ์ผลการดำเนินงานไตรมาส 4/63 จะทำได้ดีกว่าที่ consensus คาดไว้จากรายได้ EV ที่แข็งแกร่งกว่าคาด จึงปรับเพิ่มกำไรต่อหุ้นในปี 63-64 ขึ้น 2-7%พร้อมกับคาดว่าแหล่งจ่ายไฟยานยนต์ (APS) ศูนย์ข้อมูล และธุรกิจโทรคมนาคมจะเป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโตหลักในปี 64
เช่นเดียวกันกับนักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด ที่แนะนำขาย มูลค่าที่เหมาะสม 158 บาท โดยคาดว่าผลประกอบการไตรมาส 4/63 จะอ่อนแอลงจากไตรมาสก่อนตามฤดูกาล และอุปสงค์ของ Data Center ที่ลดลง รวมถึงต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น
ขณะที่นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ยังคงคำแนะนำ "ขาย" เช่นเดียวกัน โดยคงราคาเป้าหมายสิ้นปี 2564 ที่ 150 บาท ซึ่งมองว่าราคาหุ้นสะท้อนแนวโน้มผลประกอบการที่แข็งแกร่งไปแล้ว ซึ่งหากใช้ PER เท่าเดิม ราคาหุ้น DELTA จะสะท้อนกำไรที่ 9.2 พันล้านบาท (เท่ากับประมาณการกำไรปี 2565 ของเรา)
ทั้งนี้คาดว่าผลประกอบการของ DELTA จะโตอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาส 4/63 เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน จากฐานเปรียบเทียบที่ต่ำ แต่จะลดลงจากไตรมาสก่อน เนื่องจากเป็นช่วงเลือกตั้งในประเทศสหรัฐ โดยมองว่าแนวโน้มผลประกอบการปี 2564 จะได้แรงหนุนจาก data center และรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งเราใส่ไว้ในประมาณการของเราเรียบร้อยแล้ว (คาดว่ายอดขายจะโต 15% และอัตรากำไรขั้นต้นจะอยู่ที่ 25.3%)

ส่วนนักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ก็ได้แนะนำ Fully Valued ราคาพื้นฐาน 200 บาท หลังจากราคาหุ้นปรับขึ้นแรง (+29% นับตั้งแต่สิ้นต.ค.63 เพราะมีประกาศว่าจะถูกนำเข้าไปคำนวณใน MSCI Global Standard Index และ +331%YTD) และราคาหุ้นปัจจุบันมี P/Eปี 64 สูงถึง 36 เท่า หรือ +3SD ของค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี
ทั้งนี้ค่าเงินบาทแข็งทำให้การเพิ่มขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้นในปี 64 จำกัด ถึงแม้ว่าในปี 64 บริษัทจะมียอดขายชิ้นส่วนอิเลคทรอนิกส์ที่ใช้กับรถยนต์ EV เพิ่มขึ้น และอัตรากำไรส่วนนี้จะสูงขึ้นเพราะมี Economy of scale แต่จะถูกชดเชยไปด้วยเงินบาทที่แข็งค่า ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นขยับขึ้นจำกัด ส่วนในระยะยาวคาดว่าจะได้ประโยชน์จากโครงการ DELTA Smart Manufacturing ซึ่งจะช่วยให้อัตรากำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น ดังนั้นปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 63ขึ้น +4% และปี 64 ขึ้น +3% สะท้อนยอดขายรูปดอลลาร์ที่เพิ่มขึ้น และค่าใช้จ่าย SGA/ยอดขายลดลง แต่คงสมมติฐานอัตรากำไรขั้นต้นไว้เท่าเดิม
พร้อมยังระบุอีกว่า Consensus คาดหุ้นที่จะเข้าคำนวณใน SET50 ได้แก่ DELTA, BAM, COM7 ขณะที่หุ้นที่คาดจะหลุด SET50 คือ BPP, IRPC และ WHA โดย SET100 หุ้น Consensus คาดว่าจะได้เข้าคำนวณ ได้แก่ DELTA , BAM, MBK, JMART ขณะที่หุ้นที่คาดหลุด SET100 คือ AAV, PSH, SGP และ SIRI ทั้งนี้หลักทรัพย์ที่มีความโดดเด่นที่ถูกคาดว่าจะได้รับคัดเลือกเข้าทั้ง SET50 และ SET100 คือ DELTA และ BAM อย่างไรก็ตามได้มีการเก็งกำไรไปบางส่วนล่วงหน้าแล้ว
“DELTA ระดับราคาได้มีสัญญาณขายในรูปแบบดาบปักวิญญาณ (Gravestone) ที่เกิดขึ้นในภาวะ Overbought ที่รุนแรงมากทำให้ต้องเข้าสู่ภาวะการปรับฐานราคาครั้งใหญ่ หรืออาจจะเป็น Peak ของรอบเลยก็ได้” นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ไอร่า จำกัด (มหาชน) กล่าว
ทีมข่าว Wealthy Thai ตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมพบว่า ค่า P/E ของ DELTA ณ วันที่ 9 ธ.ค.63 อยู่ที่ระดับ 72.48 เท่า เมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมอยู่ที่ระดับ 60.00 เท่า ขณะที่ตลาดอยู่ที่ 29.41 เท่า โดยมี P/BV อยู่ที่ 11.60 เท่า เมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมอยู่ที่ระดับ 5.39 เท่า ซึ่งนักลงทุนน่าจะได้คำตอบแล้วว่าปัจจุบัน DELTA ถูกหรือแพง
