Official Update :

คัด 13 หุ้นพื้นฐานดี – P/E ต่ำ หลุมหลบภัยช่วงตลาดหุ้นแพง

การระบาดของ Covid-19 ทำให้ธนาคารกลางทั่วโลกออกมาตรการ QE เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ทำให้เม็ดเงินถูกส่งเข้าระบบมหาศาล ไหลเข้าสู่สินทรัพย์ต่างๆ ซึ่งตลาดหุ้นหรือสินทรัพย์เสี่ยงก็ได้รับอานิสงส์ดังกล่าวด้วย ส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลกรวมถึงไทยปรับตัวขึ้นมาสูงกว่าช่วงก่อนเกิดการระบาด และมีการซื้อขายบนพื้นฐาน P/E ที่สูง


โดยคุณภราดร เตียรณปราโมทย์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ระบุว่า ช่วงที่ผ่านมาตลาดหุ้นทั่วโลกรวมถึงไทยถูกผลักดันจากสภาพคล่องส่วนเกินทั้งจากการกระตุ้นด้วย นโยบายการเงินและการคลังแบบจัดเต็ม โดยเม็ดเงินที่เข้าสู่ระบบ ส่วนหนึ่งไหลเข้าสู่สินทรัพย์เสี่ยง ช่วยหนุนให้ตลาดหุ้นทั่วโลก Outperform ขึ้นมาสูงกว่าช่วงก่อนเกิดการระบาดของ Covid-19 ค่อนข้างมาก (ระยะเวลาประมาณ 1 ปี 7 เดือน) อีกทั้งยังส่งผลให้ระดับการซื้อขายบน Tailing P/E แพงขึ้นกว่าในอดีต เช่น ตลาดหุ้นในประเทศพัฒนาแล้ว (MSCI World Index) ปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงกว่าช่วงก่อน Covid ประมาณ 30% ขณะที่ P/E ปัจจุบันแพงขึ้น 3.5 เท่า มาอยู่ที่ 24.65 เท่า ตามมาด้วยตลาดหุ้นในประเทศเกิดใหม่ (MSCI Emerging Index) เพิ่มขึ้น 10% ขณะที่ P/E ปัจจุบัน แพงขึ้น 0.7 เท่า มาอยู่ที่ 16.81 เท่า ส่วนตลาดหุ้นไทยก็ปรับตัวขึ้นมาใกล้เคียงกับช่วงก่อนเกิด Covid-19 โดยปรับตัวลดลง 2.8% และ P/E ซื้อขาย ณ ปัจจุบัน แพงขึ้นกว่าในอดีตมากถึง 5 เท่า มาอยู่ที่ 23.6 เท่า (ในอดีตซื้อขายกันบน P/E เฉลี่ย 19 เท่า)


ในขณะที่ตลาดหุ้นไทยซื้อขายบน P/E ที่แพงขึ้น แต่อนาคตยังมีอุปสรรคทั้งจากการระบาดของ Covid-19 ในไตรมาส 3/64 ที่อาจกดดันให้ตัวเลขเศรษฐกิจและกำไรบริษัทจดทะเบียนในไทยปรับลดลง รวมถึงความเสี่ยงสภาพคล่องที่หนุนระบบเริ่มจำกัด จากการพิจารณาลดระดับ QE ส่งผลให้หุ้นที่มีค่า P/E สูงจะมีความเสี่ยงในการปรับฐานมากกว่า โดยปัจจุบันช่วง 2 วันที่ผ่านมาเริ่มเห็นหุ้นขนาดเล็ก P/E สูงปรับฐานแรง สะท้อนได้จาก ดัชนี mai มี P/E สูงถึง 60 เท่า และปรับตัวลง 5.5% ขณะที่หุ้นขนาดใหญ่อย่าง SET50 มี P/E เพียง 19 เท่า ปรับตัวลงน้อยกว่าที่ 0.5%  


เพราะฉะนั้นในภาวะที่ตลาดผันผวนและมีความเสี่ยงรออยู่ข้างหน้า ฝ่ายวิจัยแนะนำให้ลดการลงทุนในหุ้นที่มี P/E สูง หันกลับมาเลือกหุ้นขนาดใหญ่พื้นฐานแข็งแกร่ง และมี P/E ต่ำ น่าจะปลอดภัยกว่า โดยฝ่ายวิจัยทำการคัดกรองหุ้นดังกล่าวผ่านเงื่อนไข 1. P/E น้อยกว่า 15 เท่า (ไม่แพง), 2. มีปันผล (ผันผวนน้อย), 3. มาร์เก็ตแคปมากกว่า 1 หมื่นล้านบาท (มีขนาดกลาง - ใหญ่) 4. แนะนำ “ซื้อ” และมี Upside (พื้นฐานแข็งแกร่ง) ซึ่งจะได้หุ้นทั้งหมด 13 ตัว ดังนี้



ศุภมาศ ศรีขำ

นักข่าวสายการเงินและตลาดทุน ที่คลุกคลีกับวงการข่าวมาตั้งแต่เด็ก ชื่นชอบการออกไปหาประสบการณ์และการเรียนรู้ใหม่ๆ อยากถ่ายทอดมุมมองและประสบการณ์เกี่ยวกับการเงิน และตลาดทุนให้ผู้อ่านทุกคนใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ เพื่อไปถึงเป้าหมายการลงทุนที่ตั้งไว้

Most Viewed
Stock of the Day
หุ้นไทยจ่อเปลี่ยนกลุ่มเล่น เงินเริ่มหมุนออกจากแบงก์ จับตาบอนด์ยิลด์สหรัฐฯ จ่อพีคเดือนต.ค. BGRIM-GPSC เด่น รับอานิสงส์ยีลด์ขาลง
Updated 1 day ago
Stock of the Day
XO ส่งซิกครึ่งปีหลังโตเด่น ดันรายได้ปี 69 แตะ 2.4 พันลบ. ทุ่ม 1.3 พันลบ. สร้างโรงงานใหม่ ปูทางสู่เบอร์ 1 ตลาดซอสศรีราชาโลก
Updated 4 hours ago
Digital Asset
ก.ล.ต. ย้ำเตือนผู้ลงทุนให้ดำเนินการต่อทรัพย์สินของตนในแอปพลิเคชัน Holdstation และ UNO ก่อนการปิดกั้น ในวันที่ 1 ตุลาคม 2569
Updated 1 day ago
Stock of the Day
KCE พุ่งแรง 10% หลังโบรกฯ นอกให้เป้าสูง บล.กรุงศรี ชี้ยังมีอัพไซส์ปรับราคาขาย แต่สะท้อนในหุ้นแล้ว ชู DELTA เด่นกว่า
Updated 1 day ago
Stock of the Day
EGCO ผ่านจุดต่ำสุดแล้ว! Q3/69 กำไรฟื้นแตะ 1.2 พันลบ. AE II เพิ่มอัพไซส์-ปันผล 3.25 บาท ลุ้นปี 70 กำไร 4.6 พันลบ. โตแรง 39%
Updated 1 day ago
Follow Us