Official Update :

“นโยบายสุขภาพดิจิทัล” หุ้นกลุ่มไหนได้ประโยชน์?

ท่ามกลางการขับเคลื่อนกระแสลงทุนที่กำลังมองหา “เมกะเทรนด์ใหม่” หนึ่งในความเคลื่อนไหวล่าสุดที่น่าจับตาไม่น้อย คือการนำ AI เข้ามามีบทบาทในระบบสาธารณสุขมากขึ้น ทั้งในด้านการให้บริการประชาชน การเชื่อมโยงข้อมูล และการพัฒนาศักยภาพโรงพยาบาล ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนควรจับตา เพราะสะท้อนถึงโอกาสการเติบโตของทั้งกลุ่มการแพทย์และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในอนาคต


โดยกระทรวงสาธารณสุขได้เปิดเผยความก้าวหน้าการขับเคลื่อนนโยบายสุขภาพดิจิทัล ทั้งนี้ได้พัฒนาแพลตฟอร์ม MOPH Digital Health ที่เชื่อมข้อมูลผู้ป่วยระหว่างหน่วยบริการกว่า 10,000 แห่ง และมีการพัฒนาระบบรับส่งต่อผู้ป่วย การส่งภาพรังสี รวมถึงความร่วมมือกับโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยและเอกชน


นอกจากนี้ในปี 2569 สำนักสุขภาพดิจิทัลมีแผนจัดทำ MOU เชื่อมข้อมูลกับ 5 มหาวิทยาลัย พร้อมนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ เช่น สมุดฝากครรภ์ดิจิทัล, Caregiver ID, MOPH IOT, AI วิเคราะห์ข้อมูลผู้ป่วย และ AI Chatbot มาใช้ รวมถึงพัฒนาบุคลากรผ่าน MOPH Academy เพื่อผลักดันโรงพยาบาลสู่ Smart Hospital ภายใต้ธรรมาภิบาลข้อมูล


ด้าน บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ กระทรวงสาธารณสุขเปิดเผยแผนการดำเนินงานปี 2569 เน้นขับเคลื่อนนโยบายสุขภาพดิจิทัล ปี 2569 ใช้นวัตกรรมและ AI ในระบบบริการประชาชนเพิ่มขึ้น ลุยระบบ MOPH IOT เชื่อมโยงอุปกรณ์ต่างๆ ในการดูแลผู้ป่วยที่บ้าน, AI Chatbot ให้ข้อมูลสุขภาพ ประเมินส่งผลบวกต่อหุ้นกลุ่มโรงพยาบาล โดยการใช้อุปกรณ์ติดตามค่าสุขภาพต่าง ๆ และเชื่อมต่อเข้าระบบ น่าจะส่งผลให้ความต้องการรักษาเพิ่มขึ้นตั้งแต่เริ่มมีอาการ


สำหรับกลยุทธ์ลงทุน บล.กรุงศรี มองว่าทิศทางดังกล่าวสะท้อนภาพ AI Adoption ที่เริ่มเกิดขึ้นในกลุ่มการแพทย์ เลือกเน้นกลุ่ม ร.พ. ที่มีความพร้อมเทคโนโลยี และระยะสั้นมีภาพแรงขับเคลื่อนผู้ป่วยต่างชาติ อาทิ BH, BDMS, BCH


นอกจากนี้ ยังเป็นบวกต่อกลุ่ม Infra Tech ที่การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลจะต้องรองรับเพิ่มขึ้น ไฟฟ้า เน้น GPSC, BGRIM นิคม เน้น WHA, AMATA สื่อสาร ADVANC รับสร้าง Data Center ได้แก่ STECON, INSET ที่ปรึกษาดิจิทัล BBIK