Official Update :

กลุ่มลีสซิ่งเครื่องติด! จับตา 3 หุ้นใหญ่ครึ่งปีหลังสดใส

ทิศทางการดำเนินงานของหุ้นกลุ่มลีสซิ่งในช่วงครึ่งหลังปี 2568 มีแนวโน้มสดใสขึ้น จากปัจจัยหนุนทั้งความต้องการสินเชื่อที่เพิ่มขึ้น ผลขาดทุนจากรถยึดที่ลดลง การตั้งสำรองที่คาดว่าจะทรงตัว และการปรับลดดอกเบี้ยที่ช่วยลดต้นทุนทางการเงิน Wealthy Thai จึงสำรวจคาดการณ์การเติบโตของ 3 หุ้นใหญ่ในกลุ่มอย่าง SAWAD, MTC และ TIDLOR มาดูกันว่าผลงานแต่ละบริษัทจะเติบโตจากช่วงเดียวกันปีก่อนได้หรือไม่


สำหรับทิศทางการเติบโตของ SAWAD บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด คาดทิศทางกำไรสุทธิในไตรมาส 3/68 และ 4/68 จะโตทั้งจากช่วงเดียวกันของปีก่อนและไตรมาสก่อนหน้าต่อเนื่อง หลังผ่านจุดที่แย่ที่สุดไปแล้ว และทิศทางการปล่อยสินเชื่อกำลังกลับมาเร่งตัวขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มสินเชื่อจำนำทะเบียนรถที่มีความเสี่ยงต่ำกว่าสินเชื่อเช่าซื้อ ทำให้คาดทั้งรายได้ดอกเบี้ย รายได้ค่าธรรมเนียมจะปรับตัวขึ้น


ขณะที่ค่าใช้จ่ายที่เกิดจากผลขาดทุนจากการขายรถจักรยานยนต์จะลดลงตามปริมาณการขายที่น้อยลง และราคาของรถจักรยานยนต์ที่มีเสถียรภาพ ส่วนการตั้งสำรองคาดลดลงต่อ เพราะลูกหนี้กลุ่มใหม่เป็นกลุ่มที่ถูกลด Loan to Value ลงมาแล้ว ทำให้ความเสียหายในกรณีที่ลูกหนี้ผิดนัดชำระหนี้ต่ำลง ทำให้การตั้งสำรองของบริษัทปรับลงเช่นกัน ฝ่ายวิเคราะห์คาด SAWAD จะมีกำไรสุทธิปี 2568 จำนวน 4,955 ล้านบาท ลดลง 1.9% จากปีก่อน และกลับมาโต 12.1% อยู่ที่ 5,554 ล้านบาท ในปี 2569 โดยคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 36 บาท


ส่วน MTC ฝ่ายวิเคราะห์คาดทิศทางกำไรสุทธิในไตรมาส 3/68 จะยังเห็นการเติบโตทั้งจากช่วงเดียวกันของปีก่อนและจากไตรมาสก่อนหน้า ทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง หนุนจากรายได้ดอกเบี้ยรับสุทธิและรายได้ค่าธรรมเนียมที่เพิ่มขึ้นตามปริมาณสินเชื่อปล่อยใหม่ที่เพิ่มขึ้น


ด้านการตั้งสำรองและผลขาดทุนจากการขายรถยึดคาดจะปรับตัวลง เพราะราคารถจักรยานยนต์มือสองยังอยู่ในเกณฑ์ดี และปริมาณหนี้เสียเริ่มผ่อนคลายลง ส่วนทิศทางของ NIM คาดกลับมาปรับตัวขึ้นรับผลบวกจากการปรับลดดอกเบี้ยนโยบาย หนุนให้คาดว่า MTC จะมีกำไรสุทธิในปี 2568 จำนวน 6,589 ล้านบาท โต 12.3% จากปีก่อน และโตต่อ 10.9% มาอยู่ที่ 7,306 ล้านบาท ในปี 2569 โดยคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 52 บาท


สุดท้าย TIDLOR ฝ่ายวิเคราะห์คาดครึ่งปีหลังยังมีผลการดำเนินเติบโตดีจากช่วงเดียวกันปีก่อน แม้จะมีค่าใช้จ่ายตามฤดูกาลสูงขึ้นในไตรมาส 4/68 หนุนจากการเร่งตัวขึ้นของฝั่งรายได้ จากทั้งรายได้ดอกเบี้ยรับสุทธิที่ได้อานิสงส์บวกจากความต้องการสินเชื่อที่เพิ่มขึ้น และ NIM ที่จะเริ่มขยับขึ้นตามดอกเบี้ยนโยบาย รวมถึงการ Rollover หุ้นกู้ไปยังหุ้นกู้ชุดใหม่ที่มีดอกเบี้ยต่ำลง ส่วนคุณภาพสินทรัพย์ยังอยู่ในเกณฑ์ดี เพราะบริษัทใช้นโยบายเชิงระมัดระวังมาหลายไตรมาส


ด้านรายได้ค่าธรรมเนียม หลักๆ จะเร่งตัวขึ้นจากรายได้ค่าธรรมเนียมนายหน้าประกันภัยเพราะเป็นช่วงปลายปีลูกค้าจะซื้อประกันกันมากขึ้น บวกกับบริษัทได้ขยายช่องทางการขายใหม่นอกสาขาของ TIDLOR เช่น สาขาบนพื้นที่ห้าง และ Digital Platform ซึ่งมีผลตอบรับที่ดีขึ้นตามลำดับ หนุนให้คาดทั้งปี 2568 TIDLOR จะมีกำไรสุทธิ 4,622 ล้านบาท โต 9.3% จากปีก่อน และโตต่อ 8.9% มาอยู่ที่ 5,034 ล้านบาท ในปี 2569 ปรับเพิ่มคำแนะนำจาก “TRADING” เป็น “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 22.50 บาท


Most Viewed
Fun of Funds
“M-MIDSMALL-A” เฟ้นหุ้นไทย “ไซส์กลาง-เล็ก”... ตอบโจทย์ “ความมั่งคั่ง” ระยะยาว !!!
Updated 19 hours ago
Sustainability
“การปรับปรุงหลักเกณฑ์” ครั้งนี้… ช่วยเพิ่ม “ขีดความสามารถทางการแข่งขัน” ให้ภาคธุรกิจไทย !!!
Updated 12 hours ago
Wealth EZ
“บริหารเงินก้อน” ยามเกษียณอย่างไรดี?
Updated 11 hours from now
Fund Move
“หุ้นอินโดนีเซีย” (IDX) ปีนี้ดิ่งหนัก -40.18%!...หลัง “MSCI” ไม่ปลื้ม จ่อถอดออกจาก “ดัชนีหุ้นโลก” กด “กองหุ้นอินโดฯ” ติดลบเฉลี่ย -23.46%
Updated 1 day ago
News Highlight
GULF สานต่อภารกิจกองทุน 100 ลบ. ยืนหยัดเคียงข้างผู้เสียสละเพื่อชาติ เยี่ยมให้กำลังใจพร้อมมอบเงิน 2 ลบ. ช่วยเหลือทหารบาดเจ็บจากการปกป้องอธิปไตย
Updated 1 day ago
Follow Us