เจาะกลยุทธ์หุ้นไทย Q4/68 แม้มูลค่าไม่ถูก แต่ยังแกว่งขึ้น แรงหนุนลดดอกเบี้ย–มาตรการรัฐ–Thai ESG ธีม Domestic-Yield Play เด่น ลุ้นเป้าปีหน้า 1,400 จุด

ไตรมาส 3/68 ที่ผ่านมา ดัชนี SET Index ปรับตัวขึ้น 16.94% จากไตรมาส จากหลากหลายปัจจัยหนุน ทั้งการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ และไทยที่มีความชัดเจน ความขัดแย้งชายแดนไทยและกัมพูชาที่ลดระดับความรุนแรงลง รวมถึงการเมืองในประเทศที่สามารถจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ได้ ทำให้ตลาดคาดหวังว่าจะเห็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่


แล้วในช่วงโค้งสุดท้ายของปี 2568 แนวโน้มตลาดหุ้นไทนจะเป็นอย่างไร ยังมีปัจจัยบวกเข้ามาสนับสนุนหรือไม่ และนักลงทุนควรเน้นกลุ่มหุ้นไหน มาดูมุมมองที่น่าสนใจจาก บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด


โดยฝ่ายวิเคราะห์มองว่าแนวโน้มไตรมาส 4/68 อัตราเร่งการปรับขึ้นของ SET Index จะเริ่มชะลอตัว เพราะที่ระดับ PER ปี 2568-2569 ที่ 14.7 เท่า และ 13.7 เท่า ถือว่าไม่อยู่ในโซนที่ถูก เมื่อเทียบกับ MSCI Emerging Market ที่ 15.3 เท่า และ 13.3 เท่า ตามลำดับ แต่ยังมีโอกาสแกว่ง Sideway to sideway up จากแรงหนุนของ


1) การปรับลดอัตราดอกเบี้ยของเฟดอีก 1-2 ครั้งในช่วงที่เหลือของปี กดดัน US Bond Yield และ Dollar Index ให้อ่อนตัวลง หนุนกระแสเงินไหลเข้า Emerging Market โดยเฉพาะกลุ่ม Yield Play เช่น สื่อสาร, โรงไฟฟ้า, ไฟแนนซ์, REIT


2) มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องของจีน หนุนกลุ่ม China Play เช่น พลังงานและปิโตรเคมี 3) มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากของรัฐบาลชุดใหม่ และแรงเก็งกำไรการเลือกตั้งที่จะเกิดช่วงต้นปีหน้า หนุนกลุ่ม Domestic Play เช่น ค้าปลีก, ไฟแนนซ์, หุ้นขนาดกลาง-เล็ก


และ 4) เม็ดเงินลงทุนจากกองทุนประหยัดภาษี Thai ESG หนุนหุ้นที่ได้ SET ESG Rating สูง และกอง REIT & IFF ที่จะได้แรงหนุนจากเม็ดเงินของกองทุนดังกล่าวเป็นครั้งแรก


เราปรับไปใช้เป้าหมาย SET Index สิ้นปี 2568 ที่ 1,400 จุด อิงกำไรต่อหุ้นที่ 90 บาท เพิ่มขึ้น 6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ PER Multiplier ที่ 15.5 เท่า บนสมติฐาน GDP ปี 2569 ที่ 2% และคาดสภาพคล่องในการซื้อขายกลับมาฟื้นตัวอยู่ที่ 4.5-5.0 หมื่นล้านบาทต่อวัน จากที่ลงไปเหลือ 4.2 หมื่นล้านบาทต่อวันในปีนี้ ซึ่งเพียงพอที่จะทำให้ SET Index ซื้อขายบน Valuation ที่ใกล้เคียงภูมิภาคได้ ขณะที่เป้าหมาย SET Index สิ้นปีนี้เรายังคงไว้ที่ 1,275 จุด อิงกำไรต่อหุ้นที่ 85 บาทต่อหุ้น และ PER Multiplier ที่ 15 เท่า


สำหรับ Theme การลงทุนหลักในไตรมาส 4/68 คือ Domestic & Yield Play อิงแนวโน้มการปรับลดดอกเบี้ยของเฟด และ กนง. รวมถึงมาตรการกระตุ้นการบริโภค และการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณของรัฐบาลชุดใหม่ กลุ่มที่คาดว่าจะ Outperform ตลาด คือ ค้าปลีก, ไฟแนนซ์, สื่อสาร, โรงไฟฟ้า, รับเหมา ก่อสร้าง, วัสดุก่อสร้าง และหุ้นขนาดกลาง-เล็กที่ Valuation ไม่แพง เช่น CPNREIT, FSMART, CPALL, TRUE, PTT ส่วน DR เช่น ICBC19, AIA19
Most Viewed
Stock of the Day
เช็คลิสต์ 5 หุ้น ต่างชาติ “ซื้อ-ขาย” มากสุดตั้งแต่ต้นปี
Updated 1 day ago
Fun of Funds
“มิถุนา-ปีมะเมีย” ดักเงินหนีจาก “ตลาดแพง” หา “ของดี-ราคาถูก”... ถึงเวลา “หุ้นเอเชีย-หุ้นเวียดนาม” 2 ตลาด “ดาวเด่น” กับโอกาสลงทุนบน “Story of Growth” !!!
Updated 22 hours ago
Wealth EZ
พันธบัตรสหรัฐฯ สำคัญอย่างไร? Bond Yield สหรัฐฯ พุ่ง “โอกาส” หรือ “ความเสี่ยง”
Updated 2 hours ago
Stock of the Day
TU ฉลอง 10 ปี กลยุทธ์ “Sea Change” ชี้เชื่อมโยงการเงิน-ความยั่งยืนถึง 75% ลุยกุ้งคาร์บอนต่ำ ดัน Net Zero ในปี 2030
Updated 1 hour ago
Stock of the Day
SpaceX ฉีกธรรมเนียม IPO เคาะราคาขาย 135 ดอลลาร์ล่วงหน้า จำนวน 555.5 ล้านหุ้น ก่อนโรดโชว์ ตลาดจับตาราคาไฟนอล 11 มิ.ย. นี้
Updated 28 minutes ago
Follow Us