AU ยังหอมหวานอยู่ไหม? จากต้นปีราคาหุ้นรูด 45% กูรูมองกลาง แนะทั้ง “ถือ” และ “Neutral ชี้ผลงานยังอ่อนแอ แต่ปันผลน่าสนใจ
ราคาหุ้น บริษัท อาฟเตอร์ ยู จำกัด (มหาชน) หรือ AU ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน โดยวันที่ 3 ต.ค.68 ราคาหุ้นปิดตลาดที่ระดับ 5.85 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่ 4.46 ล้านบาท ทั้งนี้ หากนับจากต้นปีราคาหุ้นปรับตัวลดลงไปแล้ว 45.33% จากระดับ 10.70 บาท ณ วันที่ 2 ม.ค. 68
ราคาหุ้น AU ถูกกดดันจากผลประกอบการที่ออกมาต่ำกว่าประมาณการ ขณะที่ค่าใช้จ่ายจากการขยายสาขาและต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นยังบีบอัตรากำไร อีกทั้งภาวะเศรษฐกิจและการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่ชะลอตัวก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่กดดันการดำเนินงานของบริษัท
ทั้งนี้ นักวิเคราะห์มีมุมมองที่ค่อนข้างไปในทิศทางเดียวกันหุ้น AU โดยแนะนำทั้ง “ถือ” และ “Neutral” เนื่องจากแม้บริษัทฯ ยังมีจุดแข็งด้านแบรนด์และฐานะการเงินแข็งแกร่ง แต่กำไรในช่วงครึ่งหลังปี 2568 คาดว่าจะยังอ่อนแอเมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่แนวโน้มผลประกอบการยังถูกกดดันจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงมีผลตอบแทนจากเงินปันผลราว 4% ต่อปี
โดย บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด ระบุ แม้ว่า AU จะมีจุดเด่นจากการเป็นแบรนด์ร้านขนมหวานชั้นนำของไทยที่สามารถสร้างเมนูใหม่ ๆ ได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากลูกค้าอย่างต่อเนื่อง และมีฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง โดยในไตรมาส 2/68 แทบไม่มีหนี้ที่มีภาระดอกเบี้ย อีกทั้งยังมีฐานะเงินสดสุทธิราว 244 ล้านบาท
ขณะที่กระแสเงินสดจากการดำเนินงานอยู่ที่ประมาณปีละ 300-400 ล้านบาท ซึ่งเพียงพอสำหรับรองรับแผนการลงทุนและการจ่ายเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอ แต่เนื่องจากกำไรในช่วงครึ่งหลังปี 2568 คาดว่าจะยังอ่อนแอเมื่อเทียบกับปีก่อน และราคาหุ้นปัจจุบันมีอัพไซด์ไม่มากนักจากราคาเป้าหมายใหม่ปี 2569 ที่ 7.80 บาท อิงวิธี DCF (WACC ที่ 8.8% และอัตราเติบโตระยะยาวที่ 2%)
จึงทำให้กลยุทธ์การลงทุนในระยะสั้นถูกปรับลดคำแนะนำจากเดิม “Outperform” เป็น “Neutral” เพื่อรอรับเงินปันผลและติดตามการฟื้นตัวของผลประกอบการหลังจากภาวะเศรษฐกิจปรับตัวดีขึ้น โดยคาดว่าบริษัทจะมีการจ่ายเงินปันผลจากกำไรปี 2568 ที่หุ้นละ 0.31 บาท คิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลราว 4% ต่อปี
ขณะที่ บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด แนะนำ “ถือ” หุ้น AU ด้วยราคาเหมาะสม 7.80 บาท จากเดิม 10.20 บาท โดยยังคงอิงวิธี Discounted Cash Flow (DCF) บนสมมติฐาน WACC 8.5% แต่ปรับ Terminal Growth ลดลงสู่ 1% จากเดิม 2% สะท้อนความเสี่ยงของการเติบโตที่มีทิศทางชะลอตัวและปรับคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2568 ลง 14% สู่ 246 ล้านบาท (-17% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า) ทำให้กระทบต่อกระแสเงินสดรับ โดยแม้ราคาเหมาะสมมีอัพไซด์ 33% แต่แนวโน้มผลประกอบการยังคงถูกกระทบจากเศรษฐกิจที่อ่อนแอ
