หุ้นแบงก์กำลังลากดัชนีพุ่ง 18.40 จุด เตือนหุ้นกลาง-เล็ก ระวังแรงขายระยะสั้น!!
ตลาดหุ้นไทยวันนี้ (23 ส.ค. 2564) ปรับตัวขึ้นแรง โดยปิดตลาดภาคเช้าที่ 1,571.58 จุด เพิ่มขึ้น 18.40 จุด จากปัจจัยบวกที่เข้ามาสนับสนุน ทั้งจำนวนผู้ติดเชื้อใหม่ที่เพิ่มขึ้นในอัตราที่น้อยกว่าผู้ป่วยที่รักษาหายกลับบ้าน และหุ้นขนาดใหญ่หลายกลุ่มที่ทยอยฟื้นตัว โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มธนาคารที่ปรับขึ้นแรงช่วยหนุนดัชนีให้ปรับขึ้นต่อเนื่อง
โดยคุณกิจพณ ไพรไพศาลกิจ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์และนักกลยุทธ์ บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) ให้มุมมองว่า ตลาดหุ้นไทยมีโอกาสฟื้นตัวจากหุ้นขนาดใหญ่ ในกลางตลาดหุ้นอาจมีความไม่แน่นอน แต่ระยะสั้นอาจมีการฟื้นตัวขึ้นมาทดสอบ 1,565 จุด หรือ 1,590 จุด ตามการฟื้นตัวของหุ้นขนาดใหญ่ ซึ่งที่ผ่านมามีการปรัยฐานลงประมาณ 20-30% แต่ประมาณการกำไรแทบไม่ปรับลดลงเลย เพราะฉะนั้นด้วยราคาหุ้นที่ปรับลงมาแต่ประมาณกำไรยังแข็งแกร่งมาก จึงทำให้หุ้นขนาดใหญ่หลายตัวอยู่ในจุดที่จะฟื้นได้
ประกอบกับการปรับน้ำหนักการคำนวณหุ้นในดัชนี FTSE ซึ่งก่อนหน้านี้ตลาดกังวลว่าจะมีการปรับหุ้นธนาคารออกไปทั้งหมด แต่ปรากฏว่าเป็นการปรับเอาหุ้นธนาคารต่างประเทศออกจากการคำนวณ และนำหุ้นธนาคารที่มีสภาพคล่องการซื้อขายและเป็นหุ้นในประเทศเข้ามาคำนวณ เช่น KBANK และ BBL ซึ่งจะเป็นการซื้อขายบนกระดานปกติ จึงเป็นปัจจัยบวกที่ดีกว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ ทำให้หุ้นในกลุ่มธนาคารเป็นกลุ่มหนึ่งที่ฟื้นตัวขึ้นมาค่อนข้างแรง ช่วยดึง Sentiment ของตลาดหุ้น รวมถึงตัวเลขผู้ติดเชื้อใหม่ที่ปรับตัวดีขึ้นก็เป็นอีกปัจจัยบวกที่เข้ามาสนับสนุนเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนที่มีหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็กต้องระมัดระวังแรงขายทำกำไรที่อาจเกิดขึ้น เนื่องจากช่วงที่ผ่านมาตลาดหุ้นไทยปรับขึ้นจากหุ้นกลางและหุ้นเล็กเป็นหลัก เห็นได้จากดัชนี SET ที่ปรับขึ้นจาก 1,450 จุด ไป 1,640 จุด เป็นการปรับขึ้นกว่า 200 จุด แต่ดัชนี SET50 ไม่ได้ทำนิวไฮ จึงเป็นสถานการณ์ที่หุ้นใหญ่ฟื้นตัวแต่หุ้นกลางและหุ้นเล็กมีโอกาสถูกขายทำกำไร โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มที่ปรับขึ้นมามาก เช่น อิเล็กทรอนิกส์ และการแพทย์
สำหรับกลยุทธ์การลงทุน เก็งกำไรระยะสั้น มองหุ้นกลุ่มเปิดเมือง เน้นกลุ่มที่จะได้รับผลบวกจากความต้องการในประเทศที่อั้นไว้ เช่น ห้างสรรพสินค้า CPN CRC แม้การเปิดประเทศอาจใช้เวลานาน แต่ทันทีที่มีการผ่อนคลาย คนน่าจะอยากเดินห้างและออกมาใช้ชีวิต และกลุ่มโรงแรมที่มีธุรกิจอยู่ในยุโรปและอังกฤษซึ่งมีการท่องเที่ยวฟื้นตัวในระดับดีกว่าไทยมาก เช่น MINT SHR นอกจากนี้ยังเป็นโอกาสสะสมหุ้นที่มีงบมั่นคงและมีการเติบโตต่อเนื่อง เช่น หุ้นกลุ่มสาธารณูปโภค EASTW EGCO RATCH GPSC เป็นต้น
