Official Update :

รอรับได้เลย ! 7 หุ้นพื้นฐานดี ราคาร่วง เป็นโอกาสเข้า "ซื้อ"

COVID-19 ยังเป็นหัวใจสำคัญต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ยิ่งตัวเลขผู้ติดเชื้อ และเสียชีวิตลดลงมากเท่าไหร่ ยิ่งตอกย้ำมาตรการคลาย lockdown ได้เร็วยิ่งขึ้น ทั้งนี้สัญญาณของผู้ติดเชื้อ COVID-19 มีทิศทางที่ดีขึ้น โดยจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่แม้จะอยู่ในระดับสูง แต่ก็ยังมีอัตราที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง


ดังนั้นหากมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่องแบบนี้ อาจมีคลาย lockdown ในระยะถัดไป และถือเป็น Sentiment การลงทุนในตลาดหุ้นดูดีขึ้น ซึ่งทีมข่าว Wealthy Thai จึงได้รวบรวมหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานที่ดี ผ่านการประเมินของ บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด


โดยมีความเห็นว่า ความคาดหวังตัวเลขผู้ติดเชื้อที่มีแนวโน้มลดลงแบบค่อยเป็นค่อยไป หนุนให้หุ้น Reopening ที่ลงมาลึกกลับมาได้รับความสนใจมากขึ้นอีกครั้งดังนั้นฝ่ายวิจัยฯ จึงทำการคัดกรองหาหุ้นพื้นฐานดีที่ปรับฐานลงมาลึก จนน่าเข้าไปเก็บสะสมอีกครั้ง โดยผ่านเงื่อนไขต่างๆ ดังนี้ 1.หุ้นที่ฝ่ายวิจัยแนะนำ “ซื้อ” 2. มี Upside 3. ปรับฐานลงมาลึกเกิน 10% ในช่วง กังวล Covid ระลอกใหม่ (15 มิ.ย. – 20  ส.ค. 64) ได้ผลลัพธ์หุ้นพื้นฐานดีปรับฐานลงมาลึกในช่วงกังวลโควิด ดังนี้




จากนั้นคัดกรองต่ออีกชั้นหนึ่ง เพื่อเลือกเฉพาะหุ้นที่ฟื้นขึ้นมาเร็วในอดีต ยามที่โควิดผ่อนคลาย คือ MAJOR, STEC, CRC, PYLON, AOT, CPN, PLANB



MAJOR มีกำไรพิเศษ

โดย MAJOR  นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ขณะนี้แนะนำ“ซื้อ” ราคาพื้นฐาน 22.80 บาท โดยไตรมาส 3/64 จะได้กำไรพิเศษจากขาย SF แม้ธุรกิจโรงภาพยนตร์จะปิดทั้งหมดตั้งแต่ 2 ส.ค. แต่ถูกทางภาครัฐสั่ง ดังนั้นจะไม่มีค่าเช่า และต้นทุนผันแปรก็จะหายไปตามรายได้ แต่ได้ขยายธุรกิจ popcorn ไปนอกโรงภาพยนตร์และออนไลน์ การขาย SF สิ้นเดือนนี้จะบันทึกกำไรพิเศษทำให้เป็นไตรมาสที่มีกำไรสูงและทั้งปีมีกำไรได้ อย่างไรก็ตามยังรอภาครัฐผ่อนคลายให้สามารถเปิดโรงภาพยนตร์ได้เมื่อไหร่ ซึ่งมีภาพยนตร์ ตปท. รอฉายอยู่แล้ว โดยยังคงคาดปีนี้กำไร 2,355 ล้านบาท และปี 2565 ที่ 1,019 ล้านบาท



STEC ผ่านจุดต่ำสุดแล้ว

ต่อมา STEC บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ระบุว่า ฐานกำไรที่ต่ำกว่าปกติมากในปีนี้ ทำให้การประเมิน FV วิธี PER จะให้มูลค่าที่ต่ำมากซึ่งไม่ได้สะท้อนพื้นฐานที่แท้จริงของบริษัท จึงเปลี่ยนมาใช้วิธี PBV อิง Historical 10Y-1.5SD ประเมินมูลค่าเหมาะสมได้ 15 บาท เชื่อว่าจุดต่ำสุดของผลประกอบการได้ผ่านไปแล้วในงวดไตรมาส 2/64


จึงแนะนำทยอยสะสม รอการฟื้นตัวของผลประกอบการในปีหน้า จากการทำงานที่กลับสู่ปกติโดย STEC ยังมี Backlog ในมือสูงเกือบ 1 แสนล้านบาท และยังมีโอกาสได้รับงานเพิ่มเติมจากโครงการขนาดใหญ่ภาครัฐที่กำลังจะเปิดประมูลทั้งรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตกและสายสีม่วงใต้



CRC ธุรกิจฟื้นตัวไตรมาส 4

บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด ระบุว่า ขณะนี้แนะนำ “ซื้อ” มูลค่าที่เหมาะสม 40.00 บาท โดยจากการประชุมนักวิเคราะห์การขายในช่องทาง Omnichannel, การดำเนินงานของกลุ่มไทวัสดุที่ดีทำให้การขยายสาขาเพิ่มขึ้น, การกลับมาเปิดเศรษฐกิจของอิตาลีเป็นปัจจัยที่จะช่วยลดผลของปัจจัยลบในปีนี้ก่อนที่อัตราการฉีดวัคซีนจะเพิ่มขึ้นในไทยและเวียดนาม ทำให้การฟื้นตัวของธุรกิจปกติกลับมาดีขึ้นคาดในไตรมาส 4/64



PYLON
ยังมีงานเจรจาอีก 400-500 ล้านบาท

บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ระบุว่า แม้การปิดไซต์ก่อสร้างเดือน ก.ค. จะกระทบรายได้ของ PYLON แต่เชื่อผลประกอบการไตรมาส 3/64 น่าจะยังมีกำไร ตามแผนการใช้เครื่องจักรที่จะทยอยเพิ่มขึ้นตั้งแต่กลางเดือน ส.ค และคาดว่าอัตราการใช้เครื่องจักรจะเพิ่มขึ้นเกิน 20 ชุดในไตรมาส 4/64 จากการเริ่มงานโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ทั้งนี้ PYLON ยังมีงานที่อยู่ระหว่างเจรจาอีก 400-500 ล้านบาท รวมถึงโอกาสรับงานภาครัฐขนาดใหญ่อย่างทางด่วนดาวคะนอง-พระราม 3 รถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้และส้มตะวันตก ที่จะช่วยต่อยอดสร้างการเติบโตต่อเนื่องในปีหน้า



AOT
อยู่ในจุดน่าสะสมรอรับการฟื้นตัวเร็ว

บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ระบุว่า หุ้นอยู่ในจุดน่าสะสมรอรับการฟื้นตัวเร็ว และแน่นอนสุดในกลุ่มธุรกิจการบิน โดยภายใต้จุดเด่นฐานะการเงินแข็งแกร่ง สิ้นสุดงวดบัญชีไตรมาส 3/64 มีเงินสดในมือ 4.7 พันล้านบาท หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย 9.67 พันล้านบาท ส่วนของผู้ถือหุ้น 1.17 แสนล้านบาท ซึ่งยังมี Net Gearing ต่ำเพียง 0.04 เท่า จึงมีศักยภาพอยู่รอดผ่านช่วงวิกฤติ COVID ได้แน่นอน


ประกอบกับจุดเด่นผูกขาดบริการสนามบินหลัก จึงสามารถคาดหวังการฟื้นตัวได้แน่นอนและเร็วที่สุดในกลุ่ม ราคาหุ้นอยู่ในโซนน่าสะสมลงทุนระยะยาว หลังปรับฐานจากจุดสูงสุด ก่อนการระบาดในประเทศรุนแรง 17.5% เชื่อสะท้อนความกังวลการฟื้นตัวล่าช้าพอสมควรแล้ว กอปรกับ มูลค่าพื้นฐานปี 2565 (WACC 8%, growth 4%) ที่ปรับไปใช้ที่ 70 บาท ยังให้ Upside 23.3% คงแนะนำ ซื้อ



CPN พื้นฐานธุรกิจที่พร้อมฟื้นตัว

บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป จำกัด (มหาชน) ระบุว่า แนะนำ “ซื้อ” ราคาพื้นฐานที่ 56.00 บาท โดยจากการบังคับใช้มาตรการที่เข้มข้น ขึ้นใน 29 จังหวัดพื้นที่สีแดงเข้ม แม้ทางฝ่ายกังวลผลดำเนินงานไตรมาส 3/64 อาจอ่อนตัวแต่ด้วยความหวังบวกต่อสถานการณ์ที่คาดดีขึ้นในไตรมาส 4/64 จากวัคซีนที่ทยอยเข้ามาบวกกับพื้นฐานธุรกิจของ CPN ที่พร้อมฟื้นตัวได้ทันทีหลังสถานการณ์คลี่คลายตลอดจน การเป็นผู้นำธุรกิจศูนย์การค้าที่มีความหลากหลายขึ้นหลังการเข้าซื้อ SF



PLANB
ขยายสื่อโฆษณานอกบ้านที่หลากหลาย

บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด ระบุว่า ขณะนี้ แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมายที่ 6.8 บาท โดยคาดผลประกอบการปีหน้าจะกลับมาฟื้นตัวได้จากการคาดสถานการณ์ COVID-19 จะผ่อนคลาย ประกอบกับจากการขยายสื่อโฆษณานอกบ้านของ PLANB ที่หลากหลายรวมถึงการขยายสื่อใหม่ใน 7-11



This’s Alano

“มุ่งแสวงหาข่าวสาร สร้างสรรค์ผลงานอย่างถูกต้อง เพื่อนำเสนอให้นักลงทุนได้อ่าน”