เช็กลิสต์หุ้นรับ Sentiment เชิงบวก หลังสองมหาอำนาจ สหรัฐฯ-จีน ดีลลงตัว
สงครามการค้าระหว่างสองมหาอำนาจโลกกำลังส่งสัญญาณพักรบอีกครั้ง หลังสหรัฐฯ–จีน หันหน้าเจรจาคลี่คลายความตึงเครียดทางเศรษฐกิจ ด้วยชุดข้อตกลงใหม่ที่ต่างฝ่ายต่างยอมลดอาวุธภาษีลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งอาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญต่อทิศทางการค้าโลก รวมถึงเศรษฐกิจไทย ที่อาจได้อานิสงส์โดยตรงจากการผ่อนคลาย Supply Chain และกระแสการย้ายฐานการผลิตสู่ภูมิภาคอาเซียนอีกระลอก
ทั้งนี้ บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ระบุว่า หลังจากที่ผู้นำทั้ง 2 ประเทศ(สหรัฐฯ-จีน) เจรจากันคลายตึงเครียดลงในหลายประเด็นทั้ง 2 ฝ่าย เริ่มที่ข้อตกลงจากสหรัฐฯ จะระงับภาษีตอบโต้บางส่วนต่อจีนออกไปอีก 1 ปี, ระงับแผนการที่จะเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจีน 100% ตามเคยขู่ไว้, จะขยายเวลาการยกเว้นภาษีตามมาตรา 301 บางรายการที่จะหมดอายุในวันที่ 29 พ.ย. 68 ออกไป จนถึงวันที่ 10 พ.ย. 69, ปรับลดภาษีศุลกากรที่เกี่ยวข้องกับเฟนทานิลให้กับจีนลงเหลือ 10% จากเดิม 20% โดยมีผลบังคับใช้ 10 พ.ย. 69
ทั้งนี้ บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ระบุว่า หลังจากที่ผู้นำทั้ง 2 ประเทศ(สหรัฐฯ-จีน) เจรจากันคลายตึงเครียดลงในหลายประเด็นทั้ง 2 ฝ่าย เริ่มที่ข้อตกลงจากสหรัฐฯ จะระงับภาษีตอบโต้บางส่วนต่อจีนออกไปอีก 1 ปี, ระงับแผนการที่จะเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจีน 100% ตามเคยขู่ไว้, จะขยายเวลาการยกเว้นภาษีตามมาตรา 301 บางรายการที่จะหมดอายุในวันที่ 29 พ.ย. 68 ออกไป จนถึงวันที่ 10 พ.ย. 69, ปรับลดภาษีศุลกากรที่เกี่ยวข้องกับเฟนทานิลให้กับจีนลงเหลือ 10% จากเดิม 20% โดยมีผลบังคับใช้ 10 พ.ย. 69
ส่วนข้อตกลงจากจีน จะระงับการเก็บภาษีสินค้าเกษตรสหรัฐฯ และยกเลิกการขึ้นบัญชีดำบริษัทอเมริกัน, จะกลับมาเปิดตลาดและสั่งซื้อสินค้าเกษตรจากสหรัฐฯ จำนวนมาก โดยเฉพาะถั่วเหลือง, จะยกเลิกมาตรการควบคุมการส่งออกแร่หายาก และแร่ธาตุสำคัญอื่น ๆ, จะยุติการไหลเข้าของสารตั้งต้นที่ใช้ผลิตยาเฟนทานิลเข้าสู่สหรัฐฯ
สำหรับผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย ภาพตลาดส่งออกและ Supply Chain ในอาเซียน (รวมไทย) ได้รับการผ่อนคลายลง รวมถึงไทยอาจได้รับโอกาสด้านผลิตภัณฑ์ที่จีนหรือสหรัฐฯ หดตัวในช่วงก่อนหน้านี้ซึ่งย้ายฐานการผลิตไปยังอาเซียน (รวมไทย) ถือเป็นโอกาสในอุตสาหกรรมที่ไทยมีศักยภาพ และอาจได้แรงหนุนทางเศรษฐกิจหากวันที่ 5 พ.ย.68 ศาลฎีกานัดไต่สวนคดี Trump และมีแนวโน้มว่าเป็นการกระทำที่ผิดต่อประเทศอื่น ๆ
ส่วนเศรษฐกิจไทย ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประเมินว่าในไตรมาส 4 การส่งออกสินค้าต่าง ๆ และจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ จะเป็นตัวพยุงเศรษฐกิจ เสริมแรงด้วยโครงการสนับสนุนจากภาครัฐฯ ซึ่งน่าจะทำให้อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย (GDP) ปี 2568 มีโอกาสขยายตัวเกิน +2.2% ดังที่คาดไว้ก่อนหน้าได้
ซึ่งกลุ่มหุ้นที่คาดว่าจะได้รับ Sentiment เชิงบวก เช่น กลุ่ม Global Play (PTTEP, BANPU, PTTGC) กลุ่ม Logistic (SJWD, LEO, III, AMA) กลุ่มท่องเที่ยว, การบิน (AOT, BA, ERW, CENTEL) กลุ่มค้าปลีก (CPALL, BJC, CPAXT) เป็นต้น

Most Viewed
Stock of the Day
จับตา GUNKUL-HANA MSCI ดันเงินไหลเข้า โบรกฯ ชี้รับทรัพย์แล้ว 28.5 ล้านเหรียญฯ CHG-JTS-CPF-DELTA-CPN เสี่ยงแรงขาย
Updated 1 day ago
Fun of Funds
“ASP-TAIWAN” เกาะกุม “หุ้นไต้หวัน”... “หัวใจ” ของซัพพลายเชน “ชิปโลก” โอกาสลงทุนที่ยิ่งใหญ่ “สำคัญ” เกินกว่าจะละเลย !!!
Updated 1 day ago
Fun of Funds
“หุ้นไต้หวัน” มหาอำนาจ “ชิปโลก”... โอกาสลงทุนรับการเติบโตของ “AI Megatrend” เศรษฐกิจโตดี-หุ้นโตโดดเด่น” !!!
Updated 1 day ago
Banking
ทีทีบี ผนึกพันธมิตร DBS สร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ ยกระดับการบริหารความมั่งคั่ง
Updated 1 day ago
News Highlight
ONEE ท็อปฟอร์ม! โชว์ศักยภาพผ่านงาน Earnings Call ไตรมาส 2 ปี 2569 ทำรายได้รวม 2,259.36 ลบ. กำไรสุทธิ 67.88 ลบ.
Updated 1 day ago
Follow Us
News Update
