SMD อุปกรณ์การแพทย์พันล้าน กับโอกาสที่เกิดขึ้นมากมายในอนาคต

บริษัท เซนต์เมด จำกัด (มหาชน) หรือ SMD เป็นอีกหนึ่งหุ้นไอพีโอน้องใหม่มาแรงที่ถือได้ว่ารับผลกระทบเชิงบวกจากการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด19 ของไทยในครั้งนี้ ด้วยความที่เป็นบริษัทชั้นนำในการนำเข้าสินค้าอุปกรณ์ทางการแพทย์ในหลายประเภท ซึ่งสำคัญในการต่อสู้กับภาวะโควิดขณะนี้คือเครื่องมือแพทย์ที่เกี่ยวข้องกับเครื่องมืออุปกรณ์ที่ช่วงชีวิตอย่างเครื่องช่วยหายใจ และเครื่องผลิตออกซิเจน ที่มีความจำเป็นอย่างมากสำหรับผู้ป่วยที่ติดเชื้อในขั้นอาการสีส้ม และสีแดง


โดยคุณวิโรจน์ วสุศุทธิกุลกานต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เล่าถึงแผนงานนับจากนี้ไปให้กับ Wealthy Thai ฟังว่า แผนธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลังจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือในช่วงไตรมาส 3/64 ในตอนนี้มีมูลค่าสินค้าที่รอส่งมอบให้กับโรงพยาบาลต่างๆแล้วกว่า 300-400 ล้านบาท ซึ่งจะพยายามเร่งส่งมอบให้ทันได้ตามกำหนดภายในเร็วนี้


ขณะเดียวกันจะต้องรอดูว่าจุดพีคของอัตรายอดการติดเชื้อรายใหม่จากโควิดจะเป็นอยู่ในช่วงใด ซึ่งกรมควบคุมโรคของกระทรวงสาธารณสุขประเมินว่าจะเป็นวันที่ 15 ก.ย.64 ซึ่งนั่นก็หมายความว่าอาจจะทำให้ยอดคำสั่งซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ต่างๆมีโอกาสที่จะมีดีมานด์เข้ามาต่อเนื่องได้อีก ดังนั้นเองจึงทำให้คาดว่าผลประกอบการในปีนี้ โดยเฉพาะในส่วนของรายได้จะอยู่ที่ 1,000 ล้านบาท ซึ่งจะเพิ่มกว่าปีก่อน ที่ทำได้ 661 ล้านบาท


สำหรับในแผนธุรกิจปี 65 คุณวิโรจน์ ระบุว่า หากเราลองเปรียบเทียบสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด19 ในประเทศไทยรอบแรก และหลังจากที่ทุกฝ่ายมองว่าสามารถควบคุมเชื้อไวรัสได้แล้วนั้น แต่อย่างไรก็ตามเกิดสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดขึ้น ด้วยการที่มีการระบาดครั้งใหญ่ในครั้งที่ 2 และครั้ง 3 ตามกันมา จนทำให้ระบบสาธารณสุขของไทยไม่สามารถรองรับกับผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วได้


ดังนั้นเองจึงมองว่า สถานการณ์ในช่วงที่ผ่านมาจึงถือเป็นบทเรียนที่จะทำให้ทุกฝ่ายจะต้องมีการเตรียมความพร้อมเครื่องมืออุปกรณ์การแพทย์ไว้ล่วงหน้าเพื่อนที่จะรองรับกับเหตุการณ์ที่ในอนาคตไม่สามารถคาดเดาได้ว่าจะเกิดขึ้นอีกหรือไม่ ซึ่งทาง SMD เองก็มีความพร้อมที่จะนำเข้าผลิตภัณฑ์ต่างๆเพื่อรองรับหากมีงบประมาณการลงทุนและคำสั่งซื้อที่จะเข้ามา


ขณะเดียวกันมีแผนที่จะนำเข้า ซื้อชุดตรวจแบบ Antigen Test Kit (ATK) มาจำหน่าย ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการอนุมัติใบอนุญาตจาก อย.ซึ่งเบื้องต้นวางแผนจะขายให้ได้ประมาณ 60-100 ล้านบาท ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาบริษัทได้แต่งตั้งให้ ดีทแฮล์ม เคลเลอร์ โลจิสติกส์ บริษัทในกลุ่มดีเคเอสเอช (DKSH) เป็นตัวแทน ผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของ SMD ในอุปกรณ์การแพทย์ต่างๆรวมถึงเครื่องตรวจโควิดในครั้งนี้อีกด้วย


นอกจากนี้ SMD ยังได้ประโยชน์จากการที่รัฐบาลออกกฎอาคารสูงติดตั้งเครื่องเครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าชนิดอัตโนมัติ Automated External Defibrillator (AED) โดยคุณวิโรจน์ บอกว่าปัจจุบันประเทศไทยมีการติดตั้งเครื่อง AED กระจายอยู่ทั่วประเทศ รวมกันแล้ว 30,000 เครื่อง แต่เมื่อเทียบกับประเทศญี่ปุ่นที่มีการติดตั้ง ในพื้นที่สาธารณะจำนวน 500,000 เครื่อง และเกาหลีติดตั้งแล้ว 200,000 เครื่อง


ดังนั้นเองประเทศไทยมีความจำเป็นที่จะต้องเพิ่มจำนวนการติดตั้งเครื่อง AED ภายในระยะเวลา 5 ปีข้างหน้าให้ครบ 200,000 เครื่องทั่วประเทศ สำหรับสาเหตุของการที่มีความจำเป็นจะต้องติดตั้งนั้น เพราะเครื่อง AED จะสามารถช่วยให้อัตราการรอดชีวิตของผู้ป่วยที่หัวใจหยุดเต้นแบบฉุกเฉินได้อย่างรวดเร็ว


หากจะอธิบายให้เห็นภาพแบบง่ายๆคือหากนักกีฬามีสภาวะหัวใจล้มเหลวแบบเฉียบพลันแต่ได้รับการช่วยเหลือจากเครื่อง AED ได้แบบทันท่วงทีก็จะทำให้ร่างกายกลับมาฟื้นเป็นปกติได้อีกครั้ง ดังนั้นเองเครื่อง AED ก็มีส่วนสำคัญที่จะช่วยให้มีอัตราการรอดชีวิตที่มากขึ้น


ขณะเดียวกันในอนาคตการที่ประเทศไทยจะเข้าสู่ในยุคของผู้สูงวัยมากขึ้น และจะทำให้การเข้ารับการรักษานั้นเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างมาก ถึงขั้นที่ผู้ป่วยที่เป็นประเภทผู้สูงวัยไม่ต้องการเดินทางไปรักษาที่โรงพยาบาล ซึ่งเทคโนโลยีในยุคสมัยใหม่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้รักษาด้วยวิธี “Telemedicine หรือ Telehealth”  ซึ่ง SMD ก็จะหาสินค้าผลิตภัณฑ์เครื่องมือแพทย์ให้ตอบโจทย์กับเทรนด์ของโลกอนาคตที่จะเกิดขึ้น



นักวิเคราะห์ปรับเพิ่มประมาณการ

บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด ได้ปรับเพิ่มประมาณการรายได้และกำไรปี 64 สู่ 991 ล้านบาท และ 132 ล้านบาท ตามลำดับ โดยฝ่ายวิจัยมีมุมมองบวกต่อรายได้และผลประกอบการในครึ่งปีหลัง 64 เนื่องจากได้แรงหนุนจาก 1) กระทรวงมหาดไทยกำหนดให้อาคารสูงกว่า 8 ชั้นต้องมีเครื่องกระตุกหัวในอัตโนมัติ หรือ AED


2) มีการนำเข้าชุดตรวจ COVID-19 แบบ Rapid test มาจำหน่ายซึ่งอยู่ระหว่างขออนุญาตจากภาครัฐ และ 3) รับรู้รายได้จากศูนย์ตรวจการนอนหลับที่ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก


ขณะเดียวกันปรับเพิ่มประมาณการรายได้และกำไรปี 65 สู่ 1,091 ล้านบาท และ 142 ล้านบาท ตามลำดับ เพราะมีมุมมองบวกต่อเนื่องต่อความต้องการใช้สินค้าของบริษัท อาทิ สินค้าด้านเวชบำบัดวิกฤต และเครื่องช่วยหายใจและเวชศาสตร์การนอนหลับ ที่มีความต้องการเพิ่มสูงขึ้นจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ในไทย


นอกจากนี้สังคมไทยเริ่มเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุในปี 65 ส่งผลให้มีการใช้จ่ายค่ารักษาพยาบาลเพิ่มขึ้น และมีแผนขยายศูนย์ตรวจการนอนหลับเพิ่มเติมไปยังโรงพยาบาลอื่นๆ คงคำแนะนำ “ซื้อ” พร้อมปรับใช้ราคาเหมาะสมปี 65 ที่ 17.50 บาท



Maratronman

เดินทางสู่โลกใหม่ ค้นหาสิ่งใหม่ นำเสนอมุมใหม่ กับเรื่องราวใหม่

Most Viewed
Fun of Funds
“KTWC-ALPHA” ลงทุน “หุ้นทั่วโลก” สไตล์ “High Conviction”… โอกาสสร้าง “Alpha” ตอบโจทย์ความมั่งคั่งระยะยาว เสนอขายครั้งแรก (IPO) วันที่ 1 – 8 ก.ย. 69 นี้ !!!
Updated 1 day ago
Stock of the Day
CPF ลุยธุรกิจน้ำดื่ม! ทุ่ม 335 ลบ. ถือ BREW 51% โบรกฯ ชี้ดีลไม่แพง ต่อยอดระยะยาว จับตากำไรครึ่งปีหลังฟื้น ให้เป้า 25 บ.
Updated 1 day ago
Fun of Funds
“กองตราสารหนี้โลก”…Upside จำกัด - แต่ได้ Yield สูงชดเชย !!!
Updated 19 hours ago
Insurance
เมืองไทยประกันชีวิต ยกระดับ MTL Health Services มากกว่าความคุ้มครอง ช่วยลูกค้าวางแผนการรักษาอย่างมั่นใจ
Updated 20 hours ago
Stock of the Day
SET นิ่ง แต่เงินไม่ได้นิ่ง! จับตาวอลุ่ม “เก็บ” ก่อนหุ้นวิ่ง รอบนี้โฟกัสกลุ่มโรงพยาบาล BDMS วอลุ่มพุ่ง BH เด้งรับ Cover Short
Updated 22 hours ago
Follow Us