Official Update :

BCPG เร่งสร้างการเติบโต หวังเข้า SET 50 – ดัชนี DJSI ตั้งเป้า EBITDA แตะ 7,000 ลบ. ในปี 2571 พร้อมลุย Data Center เพิ่มมูลค่าห่วงโซ่ธุรกิจ

หลังจากสร้างฐานรากมั่นคงในธุรกิจพลังงานสะอาดมากว่าทศวรรษ บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) หรือ BCPG กำลังก้าวเข้าสู่การเติบโตรอบใหม่ ด้วยแผนการลงทุนมูลค่ารวมกว่า 22,000 ล้านบาทในช่วง 3 ปีข้างหน้า พร้อมตั้งเป้าหมายการเติบโตของ EBITDA เกือบ 2 เท่า และมุ่งมั่นที่จะก้าวขึ้นสู่กลุ่มบริษัทชั้นนำใน SET50 และ ดัชนี DJSI


นายรวี บุญสินสุข ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ BCPG เปิดเผยว่า ตลอดทศวรรษที่ผ่านมา บีซีพีจีได้สร้างรากฐานที่มั่นคงในธุรกิจพลังงานสะอาด สะท้อนผ่านพอร์ตการลงทุนที่กระจายตัวทั้งด้านเทคโนโลยีและภูมิภาค ปัจจุบันบริษัทฯ ลงทุนในโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม พลังน้ำ และก๊าซธรรมชาติ ครอบคลุมประเทศไทย สปป.ลาว เวียดนาม สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) และสหรัฐอเมริกา รวมกำลังการผลิต กว่า 2,000 เมกะวัตต์ ภายใต้สัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาวกับทั้งภาครัฐและเอกชน ซึ่งช่วยสร้างกระแสเงินสดที่มั่นคงและลดความเสี่ยงจากความผันผวนทางตลาด


ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานไตรมาส 3 ปี 2568 บริษัทฯ มีกำไรก่อนรายการพิเศษ 711.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 57.4 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 626.0 ล้านบาท ซึ่งกำไรก่อนรายการพิเศษดังกล่าวถือเป็น “จุดสูงสุดใหม่” ของบริษัทฯ สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของโครงสร้างธุรกิจ และศักยภาพในการบริหารจัดการสินทรัพย์พลังงานในหลายประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ


จากความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน บีซีพีจีพร้อมต่อยอดสู่การบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานเชิงยุทธศาสตร์ที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียวและยกระดับ ขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ


โดยในปี 2569 บริษัทฯ ได้ตั้งงบลงทุนไว้ประมาณ 7,000 ล้านบาท เพื่อเดินหน้าโครงการที่อยู่ในพอร์ตให้แล้วเสร็จตามแผน และมีศักยภาพในการลงทุนเพิ่มเติม ในช่วงปี 2570-2571 ไม่น้อยกว่า 15,000 ล้านบาท สำหรับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวเนื่องกับเศรษฐกิจยุคใหม่


บริษัทฯ ตั้งเป้าหมาย EBITDA ให้ถึงระดับ 7,000 ล้านบาท ภายในปี 2571 ซึ่งหมายถึงการเติบโตเกือบสองเท่าจากปี 2568 ที่คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 4,500 ล้านบาท บริษัทฯ ยืนยันว่าการเติบโตระดับ 2 เท่านี้เป็นวิสัยทัศน์ที่สามารถทำได้จริง” นายรวี กล่าว


โดยการเติบโตที่คาดการณ์ไว้จะมาจากสองส่วนหลัก ส่วนแรกคือธุรกิจที่มีอยู่ปัจจุบัน ประกอบด้วย โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมในสหรัฐฯ, ธุรกิจพลังงานสะอาด (เขื่อนและลม) สปป.ลาว, ธุรกิจโซลาร์ในไทย (รวม 250 เมกะวัตต์), และธุรกิจท่อน้ำมัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ธุรกิจในสหรัฐฯ ซึ่งอยู่ในพื้นที่ที่มีภาวะขาดแคลนไฟฟ้า ทำให้ความต้องการเพิ่มขึ้นและผลตอบแทนมีทิศทางสูงขึ้น คาดจะช่วยสนับสนุน EBITDA ให้เติบโตตามเป้าหมายได้


ส่วนที่สองของการเติบโตประมาณ 10-15% จะมาจากธุรกิจใหม่ที่บริษัทจะลงทุนเพิ่มเติม บริษัทได้เตรียมงบประมาณลงทุนขนาดใหญ่ โดยวางแผนงบประมาณลงทุนในปี 2569 ไว้ที่ 7,000 ล้านบาท และมีการลงทุนเพิ่มเติมในช่วงปี 2570-2571 อีก 15,000 ล้านบาท จุดแข็งของ BCPG คือการมีเงินทุนพร้อมที่จะลงทุน และยังมีความสามารถในการกู้เงินจากธนาคารได้อีกมากสำหรับโครงการใหม่ๆ


“การเติบโตอย่างต่อเนื่องทั้งในด้านรายได้และผลกำไร ประกอบกับพอร์ตสินทรัพย์ที่ขยายสู่ระดับภูมิภาค และฐานรายได้ที่มีความมั่นคงจากสัญญาระยะยาว ทำให้บีซีพีจีมีพื้นฐานทางการเงินที่แข็งแกร่งเพียงพอสำหรับการยกระดับสู่บริษัทขนาดใหญ่ในกลุ่ม SET 50


รวมถึงการได้รับการจัดอันดับในดัชนีความยั่งยืนระดับโลก DJSI (Dow Jones Sustainability Index) ได้อย่างยั่งยืน โดยมีทั้งอัตราการเติบโตของ EBITDA ที่ชัดเจน กระแสเงินสดสม่ำเสมอ และโครงสร้างธุรกิจที่มีศักยภาพในการต่อยอดสู่ธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งจะช่วยเสริมเสถียรภาพและมูลค่าตลาดของบริษัทฯ ในระยะยาว” นายรวีกล่าวเพิ่มเติม


สำหรับงบลงทุน 7,100 ล้านบาท ครึ่งหนึ่งบริษัทจะเน้นไปที่การลงทุนในไต้หวันเป็นหลัก อีกประมาณ 2,000 ล้านบาท จะใช้สำหรับโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมที่เวียดนาม โดยโครงการนี้อยู่ระหว่างการเตรียมพร้อมเพื่อเซ็นสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับรัฐบาลเวียดนาม โดยมองว่าเวียดนามเป็นประเทศที่น่าจะมีการเติบโตด้านพลังงานทดแทนสูงที่สุดในภูมิภาคนี้ ส่วนที่เหลือเป็นการพัฒนาโครงการภายในที่มีอยู่แล้วให้มีศักยภาพและกำลังการผลิตที่ดีขึ้น


ส่วนในปี 2570-2571 ซึ่งบริษัทวางงบลงทุนไว้ราว 15,000 ล้านบาท จะใช้สำหรับการวบรวมกิจการ (M&A) และการกระจายความเสี่ยงในอนาคต โดยบริษัทได้เตรียมกำลังการลงทุนไว้รองรับเงินจำนวนนี้แล้ว


นอกจากนี้ บริษัทยังอยู่ระหว่างการศึกษาธุรกิจใหม่และพยายามพัฒนาให้เกิดผลจริง โดยแบ่งออกเป็น 3 ด้าน ได้แก่ 1. Digital Infrastructure เช่น Data Center ซึ่งบริษัทเห็นว่าการต่อยอดจากการเป็นผู้ผลิตไฟฟ้าสีเขียวไปยังผู้ใช้ไฟฟ้าสีเขียวนั้นเป็นการเพิ่มมูลค่าในห่วงโซ่ธุรกิจที่ดี บริษัทกำลังศึกษาโอกาสในการเข้าลงทุนใน Data Center เนื่องจากมองว่าเป็นคลื่นลูกถัดไปของเทรนด์โลกในปัจจุบัน


2. การจัดการน้ำ โดยเฉพาะการจัดหาน้ำที่ดี เพื่อให้มั่นใจว่าการสร้าง Data Center ขนาดใหญ่จะไม่รบกวนการใช้น้ำของชุมชน และ 3. Circular Economy หรือเศรษฐกิจหมุนเวียน ซึ่งรวมถึงการจัดการธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ แบตเตอรี่ที่กำลังจะหมดอายุในอนาคตอันใกล้


บริษัทฯ มองว่าเมื่อสามารถบรรลุเป้าหมายการเติบโตของ EBITDA 7,000 ล้านบาท ภายใน 3 ปีได้ บริษัทจะอยู่ในวิสัยที่สามารถ เข้าสู่ SET50 ได้ BCPG มีพอร์ตสินทรัพย์ที่แข็งแกร่งฃ และพร้อมที่จะเติบโตทั้งจากธุรกิจปัจจุบันที่เป็นรายได้ที่มั่นคง และการต่อยอดไปในธุรกิจข้างเคียงที่มีศักยภาพ” นายรวี กล่าวทิ้งท้าย