Official Update :

TEBP น้องใหม่กลุ่มทรัพยากร เตรียมขาย IPO 90 ล้านหุ้น คาดเข้าเทรด mai ไตรมาส 1/69 ระดมทุนขยายกำลังผลิต ชูนโยบายจ่ายปันผล 40%

ในช่วงที่ภาคอุตสาหกรรมเริ่มให้ความสำคัญกับการจัดการของเสียอย่างยั่งยืนมากขึ้น “TEBP” ผู้ให้บริการรับบริหารจัดการกากอินทรีย์ครบวงจร ผู้ผลิตและจำหน่ายก๊าซชีวภาพและไฟฟ้าจากก๊าซชีวภาพ กลายเป็นหนึ่งในธุรกิจที่ถูกจับตาจากบทบาทผู้ให้บริการที่เชื่อมโยงโดยตรงกับกระแส ESG ขณะเดียวกัน จากตัวเลขผลการดำเนินงานที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ TEBP อาจเป็นหนึ่งในหุ้นน้องใหม่ที่น่าสนใจในปีช่วงต้นปี 2569


นายก้องกิต โกกนุทาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยอีสเทิร์น ไบโอ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ TEBP เปิดเผยว่า บริษัทฯ มีความพร้อมที่จะเสนอขายหุ้นสามัญให้กับประชาชนครั้งแรก (IPO) จำนวน 90 ล้านหุ้น โดยแบ่งเป็นหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 75 ล้านหุ้น และหุ้นของผู้ถือหุ้นเดิม TEGH จำนวน 15 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1.00 บาท คิดเป็น 30% ของจำนวนหุ้นภายหลังการ IPO และเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai ในกลุ่มอุตสาหกรรมทรัพยากร ภายในต้นปี 2569


บริษัทดำเนินธุรกิจพลังงานหมุนเวียนมาตั้งแต่ปี 2553 โดยมีโรงงานตั้งอยู่ในจังหวัดชลบุรี และมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องจากความต้องการด้านการจัดการกากอินทรีย์และพลังงานทดแทนที่เพิ่มสูงขึ้น สำหรับแผนการระดมทุนรอบนี้บริษัทจะนำเงินไปใช้ขยายกำลังการผลิตเพื่อรองรับปริมาณงานที่เพิ่มขึ้น รวมถึงนำไปเสริมสภาพคล่องและทุนหมุนเวียน และชำระภาระหนี้เพื่อปรับโครงสร้างทางการเงินให้แข็งแรงขึ้น

“ปัจจุบันลูกค้ารายใหญ่ของธุรกิจไบโอแก๊สมีทั้งโรงงานในเครือและกลุ่ม GCC ซึ่งเป็นลูกค้าหลักที่มีสัญญาระยะยาวกับบริษัท โดยเชื่อว่าด้วยกำลังผลิตที่เพิ่มขึ้นและความต้องการใช้พลังงานทดแทนที่สูงขึ้น จะช่วยให้บริษัทสามารถขยายธุรกิจได้ต่อเนื่องในระยะยาว โดยบริษัทมีนโยบายจ่ายเงินปันผลในอัตราไม่ต่ำกว่า 40% ของกำไรสุทธิ” นายก้องกิต กล่าว


ด้าน นางรัชดา เกลียวปฏินนท์ กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวาณิชธนกิจ 2 บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า TEBP เป็นผู้ประกอบการที่มีจุดแข็งด้านความครบวงจรของการจัดการกากอินทรีย์และการแปรรูปเป็นพลังงานสะอาด ซึ่งช่วยสร้างความสามารถแข่งขันและความสม่ำเสมอของรายได้ในระยะยาว ขณะเดียวกันการเติบโตของธุรกิจยังสอดคล้องกับเมกะเทรนด์ด้านการลดคาร์บอน ทำให้เป็นหนึ่งในหุ้นพลังงานทดแทนที่มีโอกาสได้รับความสนใจจากนักลงทุน โดยคาดว่าจะสามารถยื่นไฟลิ่งและเข้าซื้อขายได้ภายในช่วงไตรมาส 1 ปี 2569


สำหรับผลการดำเนินงาน ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (2565-2567) มีรายได้จากการขายและการให้บริการ 188.41 ล้านบาท, 221.28 ล้านบาท และ 251.01 ล้านบาท ตามลำดับ และมีกำไรสุทธิ 24.76 ล้านบาท 76.90 ล้านบาท และ 68.35 ล้านบาท ตามลำดับ ส่วนงวดบัญชี 6 เดือนปี 2568 สิ้นสุด 30 มิถุนายน 2568 มีรายได้จากการขายและการให้บริการ 166.03 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 44.37 ล้านบาท