Official Update :

เปิดโผหุ้นอิงการท่องเที่ยว รับอานิสงส์จีนแนะปชช.งดไปญี่ปุ่น

ในช่วงที่กลุ่มท่องเที่ยวกำลังเตรียมลุยไฮซีซั่นปลายปี ปัจจัยภายนอกกลับขยับเข้ามามีผลเร็วกว่าที่คาด เมื่อรัฐบาลจีนออกคำเตือนให้งดเดินทางไปญี่ปุ่น ทำให้ไทยถูกจับมองว่าอาจเป็นหนึ่งในจุดหมายที่ได้รับอานิสงส์โดยตรงจากกรณีนี้ ซึ่งรวมไปถึงหุ้นที่เกี่ยวข้องที่คาดว่าจะมีผลพลอยได้ในช่วงที่อุตสาหกรรมกำลังเข้าสู่จุดพีคของปี


บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุว่า จีนแนะประชาชนงดเที่ยวญี่ปุ่น หลัง ‘ทาคาอิจิ’ พูดปมไต้หวัน กระทรวงการต่างประเทศจีนออกแถลงการณ์เมื่อวันศุกร์ เตือนพลเมืองให้หลีกเลี่ยงการเดินทางไปญี่ปุ่นในช่วงนี้ โดยระบุว่า เมื่อไม่นานมานี้ ผู้นำญี่ปุ่นได้แสดงความเห็นยั่วยุเกี่ยวกับประเด็นไต้หวัน ส่งผลให้บรรยากาศการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชนเสื่อมถอยลงอย่างมาก และสร้างความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของชาวจีนในญี่ปุ่นอย่างยิ่ง


ดังนั้น จึงขอแนะนำอย่างยิ่งให้ประชาชนชาวจีนหลีกเลี่ยงการเดินทางไปญี่ปุ่นในช่วงอนาคตอันใกล้ ส่วนผู้ที่อยู่ในญี่ปุ่นอยู่แล้ว ขอให้ติดตามสถานการณ์ความปลอดภัยในพื้นที่อย่างใกล้ชิดและเพิ่มการดูแลตนเอง หากเกิดเหตุฉุกเฉินให้รีบแจ้งตำรวจและขอความช่วยเหลือจากสถานทูตและสถานกงสุลจีน (ที่มา: เว็บไซต์แนวหน้า)


บล.ดาโอ มองเป็น sentiment เชิงบวกต่อกลุ่มท่องเที่ยวในประเทศไทย เพราะคาดว่าหากนักท่องเที่ยวจีนต้องชะลอหรือยกเลิกการเดินทางไปญี่ปุ่น เนื่องจากคำเตือนด้านความปลอดภัยและความตึงเครียดทางการเมือง จะทำให้ประเทศที่เป็นคู่แข่งทางการท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชียมีแนวโน้มได้รับความนิยมแทน โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศไทยที่คาดว่านักท่องเที่ยวจีนมีโอกาสกลับมาเที่ยวไทยเพิ่มมากขึ้น


โดยนักท่องเที่ยวจีนที่ไปญี่ปุ่นช่วง 9 เดือน ปี 2568 สูงถึง 7.5 ล้านคน ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้น +44% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (หรือจาก 9 เดือน ปี 2567 ที่ 5.2 ล้านคน) ซึ่งสูงที่สุดในบรรดานักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด 31.65 ล้านคน ขณะที่นักท่องเที่ยวจีนมาไทยช่วง 10 เดือน ปี 2568 อยู่ที่ 3.8 ล้านคน ลดลง -34% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (หรือจาก 10 เดือน ปี 2567 ที่ 5.7 ล้านคน)


ทั้งนี้ หุ้นที่ได้รับผลบวกจากจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่มีโอกาสเพิ่มขึ้นได้ดี เรียงลำดับจากมากไปน้อยตามสัดส่วนรายได้ในประเทศไทย ได้แก่ ERW, CENTEL, MINT, SHR ให้น้ำหนักการลงทุนเป็น “เท่ากับตลาด” โดย Top Pick ของกลุ่ม เลือก CENTEL, ERW และคาดว่า SAV และ AAV จะได้ประโยชน์จากข่าวดังกล่าว


โดยแนะนำ “ซื้อ” CENTEL ด้วยราคาเป้าหมาย 36.00 บาท จากกำไรไตรมาส 4/68 มีโอกาสเพิ่มขึ้นทั้งจากช่วงเดียวกันของปีก่อนและไตรมาสก่อน จากยอด Booking และการเติบโตของรายได้ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ขณะที่ไตรมาส 2/68 เป็นจุด Bottom ของปีไปแล้ว นอกจากนี้ยังได้ผลดีจากสนามบินมัลดีฟส์ที่เปิด Terminal ใหม่ ซึ่งจะส่งผลดีต่อ CENTEL ที่มีสัดส่วนรายได้ที่มัลดีฟส์ราว 15%


แนะนำ “ซื้อ” ERW ด้วยราคาเป้าหมาย 2.90 บาท จากแนวโน้มกำไรไตรมาส 4/68 จะเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน เพราะผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในไตรมาส 2/68 ขณะที่ ERW มีสัดส่วนรายได้จากนักท่องเที่ยวจีนสูงสุดในกลุ่มที่ 13%


แนะนำ “ซื้อ” SAV ด้วยราคาเป้าหมาย 18.00 บาท จะได้ประโยชน์จากนักท่องเที่ยวจีนที่อาจเปลี่ยนไปเที่ยวสิงคโปร์ มาเลเซีย และเวียดนามตอนใต้มากขึ้น ซึ่งเที่ยวบินจีนต้องบินผ่านน่านฟ้ากัมพูชา หนุนกำไรไตรมาส 4/68 มีลุ้นทำสถิติสูงสุดใหม่ อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้น SAV จะยังคงมีปัจจัย overhang จากความตึงเครียดไทย-กัมพูชา


แนะนำ “ขาย” AAV ด้วยราคาเป้าหมาย 1.05 บาท มีโอกาสได้ประโยชน์จากนักท่องเที่ยวจีนที่มาเที่ยวไทยมากขึ้น ซึ่ง AAV อาจได้อานิสงส์จากปัจจัยดังกล่าวทำให้ผู้โดยสารเพิ่มขึ้นจากเดิมบ้าง แต่อาจไม่มากนัก เนื่องจาก AAV มีการปรับลดเที่ยวบินจีนต่อเนื่องจากการแข่งขันที่รุนแรง ทั้งนี้ งวด 9 เดือน ปี 2568 AAV มีสัดส่วนรายได้จากเที่ยวบินจีนราว 9% ของรายได้รวม ลดลงจากปี 2567 ที่ 13%