Official Update :

SET วันนี้ไปต่อทะยานทดสอบ 1,645 จุด แนะกลยุทธ์ลงทุน 5 หุ้น กำไร Q3โต

บล.กรุงศรีคาด SET ปรับตัวขึ้นทดสอบ 1,640 - 1,645 จุดก่อนจะสลับอ่อนตัว โดยภาวะตลาดยังคงได้แรงหนุน FED ส่งสัญญาณไม่รีบขึ้นดอกเบี้ยแม้จะลดการใช้ QE ลงภายในปีนี้ รวมถึงการผ่อนคลายล็อคดาวน์ภายในประเทศหลังยอดผู้ติดเชื้อ Covid-19 ชะลอตัวลง อย่างไรก็ตามคาดว่าจะมีแรงขายช่วงท้ายตลาดจาก MSCI Rebalance ลดน้ำหนักกลุ่ม EM ลง 0.03% ( ราว 112 ล้านดอลลาร์) ซึ่งจะกดดันให้ดัชนีสลับอ่อนตัว



กลยุทธ์การลงทุน: Selective Buy

กลุ่มเปิดเมือง AOT KBANK BBL CPN CRC HMPRO AAV BA MINT AMATA WHA


กลุ่มเดินเรือ PSL TTA RCL แนวโน้มค่าระวางเรือปรับตัวขึ้น


กลุ่มกำไร 3Q21 เติบโต CKP BANPU GPSC BCH CHG



หุ้นแนะนำวันนี้

HMPRO (ปิด 14.3 ซื้อ/เป้า 16.50) ราคาหุ้นลดลงสะท้อนข่าวปิดสาขาจากคำสั่งล็อกดาวน์ 29 จังหวัดไปแล้ว สัปดาห์นี้ได้ Sentiment บวก ศบค.อนุญาติให้เปิดห้างได้ ขณะที่ราคาหุ้นของ HMPRO ค่อนข้าง Laggard เมื่อเทียบกับกลุ่ม โดย YTD ราคาหุ้น HMPRO เพิ่มขึ้นเพียง 4.4% เทียบกับกลุ่มเพิ่มขึ้น 10-30% และ SET+12%


BGRIM (ปิด 44.75 ซื้อ/เป้า IAA Consensus 55) BGRIM ตั้งเป้าเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 10,000MW ในช่วง 10 ปีข้างหน้า จากปัจจุบันที่ 3,700MW คิดเป็น MW Growth เฉลี่ยปีละ 20% ด้านราคาหุ้นยัง Underperform และ Laggard จากตลาด โดย YTD หุ้น BGRIM ยังติดลบ 7.7%



ประเด็นสำคัญวันนี้

กลุ่มธีมเปิดเมือง ครม. อนุมัติงบจัดซื้อวัคซีนไฟเซอร์เพิ่มอีก 10 ล้านโดส: วานนี้ที่ประชุม ครม. มีมติอนุมัติเงินงบประมาณ 4,745 ล้านบาทเพื่อจัดซื้อวัคซีนไฟเซอร์จำนวน 10 ล้านโดสตามที่ ก.สาธารสุขได้ทำสัญญาจัดซื้อไปแล้วในวันที่ 20 ส.ค.ที่ผ่านมาโดยมีกำหนดส่งมอบในช่วงปลายปีนี้เป็นบวกต่อหุ้นธีมเปิดเมือง โดยเฉพาะกลุ่มท่องเที่ยว


MSCI Rebalance มีผลบังคับโดยใช้ราคาปิดวันนี้ทำให้ท้ายตลาดดัชนีอาจผันผวน: การทบทวนดัชนีรอบนี้ MSCI ปรับลดน้ำหนักการลงทุนของตลาดหุ้นไทยในดัชนี MSCI Emerging market ลง 0.03% เป็น 1.52% คิดเป็นเงินไหลออกประมาณ 110 ล้านเหรียญ BBL-F ถูกปรับออกจากการคำนวณ มีเงินออกประมาณ 80 ล้านเหรียญ นอกจากนี้ยังมีหุ้น Big Cap ที่ถูกลดน้ำหนักการลงทุน คือ PTT, PTTEP, PTTGC, CPALL, SCC, AOT, ADVANC, BDMS, DELTA แต่เงินไหลออกจำกัดประมาณ 1-3 ล้านเหรียญต่อหลักทรัพย์


การเมืองภายในวันนี้ติดตามการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯ และ 5 รมต.: เป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นรายบุคคล เริ่มอภิปราย 31 ส.ค. ถึง 3 กันยายน และลงมติในวันที่ 4 ก.ย. 64 นับเป็นอีกหนึ่งตัวชี้วัดถึงเสถียรภาพของรัฐบาล อย่างไรก็ตามเรายังเชื่อว่า นายกฯ และ รมว. ทั้ง 5 จะยังได้รับความไว้วางใจให้ทำงานต่อโดยอาศัยเสียงข้างมากที่มีอยู่ในสภาฯ (271 ต่อ 212)