โอกาส Fed ลดดอกเบี้ย เดือนธันวาคมพุ่งแรง หลังประธาน NY Fed เผยมีพื้นที่ลดดอกเบี้ยเพิ่ม ฟากนักวิเคราะห์เสียงแตก–เสี่ยงข้อมูลไม่ครบ
ตลาดเริ่มคาดว่าแนวโน้มที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ Federal Reserve (Fed) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายโดยในเดือนธันวาคม 2025 มีมากขึ้น
ซึ่งการปรับตัวนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ John C. Williams ประธาน Federal Reserve Bank of New York (NY Fed) และสมาชิกของ Federal Open Market Committee (FOMC) ระบุในวันที่ 21 พฤศจิกายน 2025 ว่าทิศทางนโยบายการเงินในปัจจุบันยังคง “ค่อนข้างตึงตัวอยู่ในระดับปานกลาง” จึงมี “พื้นที่สำหรับการปรับลดเพิ่มเติมในระยะใกล้”
คำพูดของเขาได้ทำให้ตลาดประเมินความเป็นไปได้ของการลดดอกเบี้ยในการประชุม Fed วันที่ 9‑10 ธันวาคมนี้ใหม่
โดย CME FedWatch ชี้ว่าความเป็นไปได้ของการลดดอกเบี้ยในเดือนธันวาคมที่ตลาดมองนั้น พุ่งจากประมาณ 39 % เป็นกว่า 70 % ภายในแค่วันเดียว
นอกจากนี้ ตลาดการเงินก็เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วด้วย เช่น
-
ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลลดลง (ผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีของสหรัฐฯ ลดลงประมาณ 4.1 basis point) เนื่องจากนักลงทุนคาดการณ์นโยบายที่ผ่อนคลายมากขึ้น
-
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ฟื้นตัว โดยดัชนีหลักทั้งสามปรับตัวขึ้นอย่างชัดเจนในวันนั้น โดยเฉพาะ Dow Jones เพิ่มขึ้นราว 1.08% ในวันที่ 21 พฤศจิกายน
-
สินทรัพย์เสี่ยงและหุ้นเทคโนโลยีทั่วโลกได้รับประโยชน์จากความหวังในการผ่อนคลายดอกเบี้ยที่สูงขึ้น แม้ว่าตลาดบางภูมิภาค (เอเชียแปซิฟิก ยุโรป) ยังคงเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยอื่น
อย่างไรก็ คำพูดของ Williams เมื่อบวกกับตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ที่ออกมาแล้ว ก็ทำนักวิเคราะห์เสียงแตกออกเป็นสองฝั่ง
โดยฝั่งที่มองว่า Fed จะยังไม่ลดดอกเบี้ยในเดือนธันวาคม ได้แก่
-
Morgan Stanley: ถอนมุมมองว่า Fed จะลดดอกเบี้ยในเดือนธันวาคม และคาดว่าการลดดอกเบี้ยครั้งแรกจะเกิดในเดือนมกราคม 2026 แทน เนื่องจากการจ้างงานที่แข็งแกร่งกว่าที่คาดและเงินเฟ้อพื้นฐานที่ยังสูง
-
J.P. Morgan และ Standard Chartered: ถอนคำคาดการณ์การลดดอกเบี้ยในเดือนธันวาคม เช่นกัน เนื่องจากตลาดแรงงานแข็งแรงและเงินเฟ้อยังสูง ทำให้การลดดอกเบี้ยทันทีไม่น่าจะเกิดขึ้น
สำหรับฝั่งที่มองว่ามีโอกาสที่ดอกเบี้ยจะลงในเดือนธันวาคม ได้แก่
-
Citigroup, Deutsche Bank, Wells Fargo และ BNP Paribas : ยังคงคาดการณ์การลดดอกเบี้ย 25 basis point ในเดือนธันวาคม
-
Citigroup : กล่าวว่า “การลดดอกเบี้ยในเดือนธันวาคมมีความเป็นไปได้ โดยมองว่าอัตราว่างงานเดือนตุลาคมที่เพิ่มขึ้นเป็น 4.44% จะเพียงพอให้เจ้าหน้าที่เริ่มเปิดใจสนับสนุนการลดดอกเบี้ย
แต่ไม่ว่าจะเป็นมุมมองไหน ก็ยังมีความเสี่ยงที่ควรพิจารณาทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น
-
ข้อมูลเศรษฐกิจที่ไม่ครบถ้วน: ข้อมูลการจ้างงานและเงินเฟ้อบางส่วนถูกเลื่อนออกไปเนื่องจากการ shutdown ของรัฐบาลสหรัฐฯ ทำให้การประชุมเดือนธันวาคมอยู่ในสภาพขาดข้อมูลสำคัญ
-
เงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ในระดับสูง: แม้ Williams ชี้ถึงความเสี่ยงของตลาดแรงงานที่อ่อนตัว แต่เจ้าหน้าที่ Fed คนอื่นยังระมัดระวังเพราะเงินเฟ้อพื้นฐาน (3% ในเดือนกันยายน) ยังสูงเกินเป้าหมายที่ 2%
-
ความแตกต่างในมุมมองนโยบายของ Fed: ขณะที่มุมมองของ Williams เอนเอียงไปทางการผ่อนคลาย แต่ประธาน Fed ภูมิภาคอื่น ๆ เช่น Susan Collins แห่ง Boston Fed หรือ Lorie Logan แห่ง Dallas Fed ยังเน้นย้ำถึงการรอดูสถานการณ์และคงนโยบายไว้
สรุป
โดยสรุปแล้ว คำกล่าวของ John Williams ประธาน New York Fed ได้ทำให้ตลาดมองโอกาสการลดดอกเบี้ยในเดือนธันวาคมสูงขึ้น ส่งผลให้สินทรัพย์เสี่ยงปรับตัวขึ้นตาม อย่างไรก็ตาม เส้นทางข้างหน้ายังมีความไม่แน่นอนสูง ไม่ว่าจะจากข้อมูลเศรษฐกิจที่ส่งสัญญาณผสมและไม่ครบถ้วน รวมถึงมุมมองที่ต่างกันท่ามกลางสมาชิก Fed เอง ดังนั้น การประชุมเดือนธันวาคมจึงมีความสำคัญมากสำหรับนักลงทุนและตลาดการเงิน
