Official Update :

NTF ส่งท้ายปี เคาะราคา IPO 6 บาท จองซื้อ 4, 8–9 ธ.ค. เทรด mai 16 ธ.ค. นี้ ระดมทุนเพิ่มกำลังผลิต รับดีมานด์ทุเรียนจีน

กำลังจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) แล้วสำหรับ NTF หรือ บริษัท เอ็นทีเอฟ อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ธุรกิจส่งออกผลไม้สดพรีเมียม ซึ่งน่าจะเป็นหุ้นไอพีโอตัวสุดท้ายสำหรับปี 2568


โดย NTF แต่งตั้งบล.เคจีไอ เป็นลีดอันเดอร์ไรท์เตอร์ เสนอขาย IPO จำนวน 60 ล้านหุ้น พร้อมเคาะราคาหุ้นละ 6 บาท และเปิดให้นักลงทุนจองซื้อหุ้นวันที่ 4 และ 8-9 ธ.ค. 68 คาดเข้าเทรดใน mai วันที่ 16 ธ.ค. นี้


นางรัชดา เกลียวปฏินนท์ กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวาณิชธนกิจ 2 บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน และผู้จัดการการจัดจำหน่าย และรับประกันการจำหน่ายของ NTF เปิดเผยว่า NTF ได้ลงนามในสัญญาแต่งตั้ง บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จํากัด (มหาชน) เป็นผู้จัดการการจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย เพื่อเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนทั่วไปครั้งแรก หรือ IPO จำนวน 60 ล้านหุ้น


โดยมีบริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) และบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จํากัด เป็นผู้จัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย พร้อมกำหนดราคาเสนอขายหุ้น IPO ไว้ที่ 6.00 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราส่วนราคาต่อกำไรต่อหุ้น (P/E Ratio) ที่ 5.7 เท่า โดยคำนวณกำไรสุทธิต่อหุ้นจากกำไรสุทธิในช่วง 12 เดือนย้อนหลัง ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ mai ในกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกัน


ทั้งนี้ NTF บริษัทมีนโยบายจ่ายเงินปันผลในอัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละ 40 ของกำไรสุทธิ โดยจะเปิดจองซื้อ IPO ในวันที่ 4 และ 8-9 ธ.ค. 68 คาดว่าจะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ mai วันที่ 16 ธ.ค. 68


สำหรับรายได้จากการขาย 9 เดือน ปี 2568 ของ NTF อยู่ที่ 2,107 ล้านบาท กำไรสุทธิ 203 ล้านบาท  คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 9.6% ล้านบาท สูงกว่ารายได้รวมและกำไรสุทธิทั้งปีตั้งแต่ปี 2565-2567


ขณะที่ในปี 2568 NTF มีเป้าหมายยอดขายรวมไว้ที่ประมาณ 2,900 ล้านบาท จากคำสั่งซื้อล่วงหน้าตามความต้องการผลไม้ไทยที่เพิ่มขึ้นในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศจีน ตลาดค้าขายผลไม้ขนาดใหญ่แห่งหนึ่งของโลก


ด้านนายวิชัย ศิระมานะกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็นทีเอฟ อินเตอร์กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ช่วง 9 เดือน ปี 2568 NTF มีสัดส่วนการส่งออกทุเรียนสดไปประเทศจีนประมาณ 11,320 ตัน คิดเป็นประมาณ 1.3% ของปริมาณการนำเข้าทุเรียนสดของจีนจากประเทศไทยที่มีปริมาณประมาณ 900,000 ตัน ซึ่งยังไม่เพียงพอต่อความต้องการในตลาด แสดงให้เห็นถึงช่องทางในการขยายการส่งออกทุเรียนของไทยที่ยังมีอีกจำนวนมาก ทั้งนี้คาดว่าสิ้นปีสัดส่วนการส่งออกของ NTF น่าจะขยับขึ้นไปอยู่ที่ราว 1.5-2%


“ที่ผ่านมา NTF มีข้อจำกัดด้านเงินทุน ทำให้ยังไม่สามารถเพิ่มกำลังผลิตได้ทันตามความต้องการของตลาด เงินทุนหมุนเวียนจึงเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ NTF เติบโตมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งที่ผ่านมาได้รับความช่วยเหลือจากสถาบันการเงินในการเพิ่มวงเงินให้อย่างต่อเนื่อง แต่ยังไม่สามารถรองรับความต้องการของตลาดได้ทั้งหมด การเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยเสริมศักยภาพด้านเงินทุน รวมถึงเปิดทางให้ NTF สามารถนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ยกระดับการผลิต และวางรากฐานเพื่อสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องในระยะยาว” นายวิชัย กล่าว


ส่วนเงินที่ได้จากการระดมทุนในครั้งนี้ ประมาณ 50% จะใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ ส่วนที่เหลืออีก 30% จะใช้ลงทุนซื้อเครื่องจักร โดยนำเทคโนโลยีเข้ามายกระดับระบบการผลิต เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดระยะเวลาในการผลิตลงมากกว่า 50% และยกระดับความแม่นยำในการตรวจสอบคุณภาพให้ได้มาตรฐานสากล และอีก 10-15% จะใช้ชำระคืนเงินกู้จากสถาบันการเงิน


ทั้งนี้ ช่วง 9 เดือน ปี 2568 NTF มีสัดส่วนการส่งออกทุเรียนสดไปประเทศจีนประมาณ 11,320 ตัน คิดเป็นประมาณ 1.3% ของปริมาณการนำเข้าทุเรียนสดของจีนจากประเทศไทยที่มีปริมาณประมาณ 900,000 ตัน ซึ่งยังไม่เพียงพอต่อความต้องการในตลาด แสดงให้เห็นถึงช่องทางในการขยายการส่งออกทุเรียนของไทยที่ยังมีอีกจำนวนมาก ทั้งนี้คาดว่าสิ้นปีสัดส่วนการส่งออกของ NTF น่าจะขยับขึ้นไปอยู่ที่ราว 1.5-2%


แม้ตลาดหุ้นไทยยังเผชิญกับความผันผวน แต่บริษัทมองว่าการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น นอกจากนี้ยังเป็นโอกาสสำคัญในการต่อยอดการเติบโต สร้างความเชื่อมั่นให้บริษัทในระยะยาว นายวิชัย กล่าวปิดท้าย