Official Update :

ตลท. ชี้แนวโน้มปี 2569 ตลาดทุนทั่วโลกขยายตัว แนะกระจายพอร์ต-เน้นหุ้นคุณค่า จับตาดอลลาร์อ่อนค่า หนุนตลาดเกิดใหม่

เข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายของปี 2568 นักลงทุนเริ่มให้ความสำคัญกับการจัดทิศทางพอร์ตสำหรับปีหน้า โดยเฉพาะเมื่อภาพของตลาดโลกเริ่มส่งสัญญาณเปลี่ยนผ่านหลายด้าน ทั้งปัจจัยเศรษฐกิจ การเงิน และกระแสเงินทุนที่เคลื่อนตัวไม่เหมือนเดิม ปี 2569 จึงกลายเป็นช่วงเวลาที่ต้องประเมินโครงสร้างพอร์ตอย่างรอบคอบมากขึ้น เพื่อจับจังหวะใหม่ที่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ


นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยแนวโน้มการลงทุนทั่วโลกที่กำลังก้าวสู่ปี 2569 โดยประเมินว่าภาพรวมยังคงอยู่ในทิศทางขยายตัว แต่แนะนำให้นักลงทุนให้ความสำคัญกับการคัดเลือกสินทรัพย์รายตัวมากขึ้น (Selective) โดยเฉพาะการกระจายความเสี่ยงออกจากหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ในสหรัฐฯ ไปสู่ตลาดเกิดใหม่ (Emerging Economy) และหุ้นคุณค่า (Value Equity) พร้อมทั้งหลีกเลี่ยงบริษัทที่มีภาระหนี้สูง


สำหรับหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ โดยเฉพาะ ‘7 นางฟ้ามองว่าอาจมีแรงขายทำกำไรออกมา เนื่องจากหลายบริษัทถูกจับตาว่าราคาปรับขึ้นแรงจนอยู่ในระดับที่อาจสูงเกินพื้นฐาน (Extreme Level)


โอกาสการลงทุนเริ่มเปิดกว้างมากขึ้นในหุ้นขนาดเล็ก (Small Cap), หุ้นคุณค่า (Value Equity) และตลาดนอกสหรัฐฯ โดยเฉพาะหุ้นในกลุ่ม Emerging Equity ที่เริ่มกลับมาได้รับความสนใจจากนักลงทุนสถาบันอีกครั้ง และเมื่อมุ่งไปที่ฝั่งเทคโนโลยี ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามคือความสามารถในการทำรายได้ของแพลตฟอร์ม AI (Monetization) เห็นได้จากกรณีของ ChatGPT ที่เริ่มเก็บค่าบริการและลดความเร็วสำหรับผู้ใช้งานฟรี สะท้อนแนวโน้มที่บริษัทเทคโนโลยีต้องพิสูจน์ผลตอบแทนจากการลงทุนอย่างจริงจัง


สำหรับธุรกิจประเภท Funded Capex มองว่าบริษัทที่อยู่ในกระแสและมีการทุ่มเงินลงทุนจำนวนมาก แต่ยังไม่สามารถพิสูจน์ความสามารถในการสร้างกำไร อาจเป็นความเสี่ยงสำคัญหากกระแสเงินทุนเริ่มชะลอตัว และเมื่อหันไปดูเสถียรภาพทางการเงิน แนะนำให้นักลงทุนหลีกเลี่ยงบริษัทที่มีภาระหนี้สูง เนื่องจากแนวโน้มอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Yield Curve) มีโอกาสชันตัวขึ้น (Steepening) โดยดอกเบี้ยระยะสั้นอาจทยอยลดลง แต่ดอกเบี้ยระยะยาวกลับมีโอกาสดีดตัวสูงขึ้นจากความไม่แน่นอนด้านเศรษฐกิจและปริมาณพันธบัตรที่ออกสู่ตลาด


อีกหนึ่งปัจจัยที่ต้องติดตามคือค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งมีแนวโน้มอ่อนค่าลง ส่งผลให้เงินทุนมีโอกาสเคลื่อนย้ายสู่สินทรัพย์ในประเทศอื่นมากขึ้น รวมถึงตลาดเกิดใหม่ที่อาจได้ประโยชน์โดยตรงนายอัสสเดช กล่าวทิ้งท้าย