MASTER รีเซ็ตระบบใหม่ หลังเจอมรสุมกัดกินองค์กร เร่งปรับกลยุทธ์-ปูรากฐานความแข็งแกร่ง มั่นใจปี 2569 ฟื้นตัว เห็นผลชัดตั้งแต่ Q1
ธุรกิจเสริมความงาม ถือเป็นธุรกิจที่มีการแข่งขันค่อนข้างสูง โดยเฉพาะประเทศไทยที่การศัลยกรรมได้รับการยอมรับเป็นอย่างมาก ทำให้ผู้เล่นในกลุ่มธุรกิจนี้ต้องเผชิญความท้าทายเป็นอย่างมาก เช่นเดียวกับผู้เล่นรายใหญ่อย่าง MASTER ที่ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาต้องเผชิญกับเหตุการณ์สำคัญที่ทำให้ต้องกลับมาปรับฐานองค์กรครั้งใหญ่ ทั้งในเชิงโครงสร้าง ทีมบริหาร และระบบหลังบ้านที่ต้องยกเครื่องใหม่แทบทั้งหมด
นางสาวลภัสรดา เลิศภานุโรจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มาสเตอร์ สไตล์ จำกัด (มหาชน) หรือ MASTER เปิดเผยว่า ช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา MASTER อยู่ในจังหวะสำคัญของการปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ ทั้งในมิติของโครงสร้างองค์กร ทีมผู้บริหาร และระบบหลังบ้านที่ต้องยกเครื่องใหม่เกือบทั้งหมด ภาพรวมจึงมีลักษณะของช่วงเปลี่ยนผ่านก่อนเข้าสู่ระลอกการเติบโตใหม่ ซึ่งเชื่อว่าจะเริ่มเห็นผลเชิงรูปธรรมตั้งแต่ไตรมาส 1/69
สำหรับปี 2568 บริษัทได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและการแข่งขันที่ทวีความรุนแรงขึ้น แม้ว่าจำนวนลูกค้าจะเพิ่มขึ้น แต่ยอดใช้จ่ายต่อบิล (Average bill) ลดลงเหลือราว 4% จากระดับปกติที่เคยขยายตัวเฉลี่ยปีละ 10-15% ส่งผลให้ปี 2568 ไม่ใช่ปีที่ผลประกอบการจะเร่งตัวขึ้น หากแต่เป็นปีที่มุ่งเน้นการจัดระเบียบระบบภายในและวางรากฐานเพื่อรองรับการเติบโตในรอบใหม่มากกว่า
อีกทั้งในปี 2568 ปัจจัยบวกด้านดีมานด์กลับถูกกดทับด้วยแรงกดดันด้านบุคลากรและข้อมูลภายใน โดยเริ่มจากกรณี อดีตแพทย์บริหารที่รู้กลยุทธ์บริษัทเป็นอย่างดีได้ย้ายไปอยู่กับคู่แข่ง ซึ่งนำไปสู่กระบวนการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายราว 75 ล้านบาท ตามด้วยเหตุการณ์การดึงตัวพนักงานรวมกว่า 12 คนด้วยข้อเสนอค่าตอบแทนสูงถึง 3 เท่า ตลอดจนการร้องเรียนใบอนุญาตอาคารที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ แม้บริษัทมีความมั่นใจว่าเอกสารทุกส่วนถูกต้อง โดยประเด็นเหล่านี้อยู่ระหว่างการดำเนินการทางกฎหมาย
“ในช่วงที่ผ่านมา MASTER เผชิญกับเหตุการณ์ข้อมูลเชิงกลยุทธ์รั่วไหลถึงคู่แข่งภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง ทำให้ต้องยกระดับการรักษาความปลอดภัยข้อมูลอย่างเร่งด่วน และย้ายการประชุมสำคัญไปยังพื้นที่ที่มีระบบควบคุมเข้มงวด พร้อมทั้งดำเนินการปรับปรุง Internal Control ใหม่ทั้งหมด” นางสาวลภัสรดา กล่าว
นอกจากนี้ สาขาหาดใหญ่ยังต้องรับมือกับเหตุอุทกภัยครั้งรุนแรง ระดับน้ำท่วมสูงกว่า 3 เมตร ภายในสิบวันหลังการเปิดให้บริการ ส่งผลให้ชั้นล่างได้รับความเสียหายทั้งหมด แต่บริษัทคาดว่าจะสามารถฟื้นฟูและกลับมาเปิดให้บริการได้เร็วที่สุดในพื้นที่ภายในวันที่ 20 ธันวาคมนี้
“ในส่วนของกลยุทธ์ระยะกลาง บริษัทเชื่อว่าโครงสร้างใหม่จะทำให้ Master มีความแข็งแกร่งเชิงองค์กรเพิ่มขึ้น พร้อมรองรับเป้าหมายสู่การเป็น Regional Company โดยการเติบโตในปีหน้าจะมาจากประสิทธิภาพของระบบหลังบ้านที่ยกระดับขึ้น และการนำดีมานด์ต่างประเทศมาแปลงเป็นรายได้ที่มีคุณภาพมากขึ้น มากกว่าการขยายจำนวนสาขา”
สำหรับแนวโน้มธุรกิจครึ่งปีแรกของ 2569 และกลยุทธ์รับมือการแข่งขัน บริษัทฯ ประเมินว่าอุตสาหกรรมศัลยกรรมและเสริมความงามของไทยยังเติบโตแต่อยู่ในอัตราที่ชะลอลง ตามประมาณการของศูนย์วิจัยกสิกรไทยที่คาดว่าตลาดจะเติบโตเพียง 1.0% เทียบกับ 1.6% ในปี 68 แม้จำนวนผู้ใช้บริการและอัตราค่าบริการจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น แต่ภาวะเศรษฐกิจและการแข่งขันที่เข้มข้นยังคงเป็นแรงกดดันหลักต่อกำลังซื้อ และการขยายฐานลูกค้าใหม่
ทั้งนี้ MASTER เตรียมปรับแผนธุรกิจเชิงรุก โดยเน้น 4 แกนกลยุทธ์สำคัญ ได้แก่
1. การบริหารต้นทุนและโครงสร้างราคาที่เหมาะสม เพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ใน ระดับที่แข็งแรง แม้ภายใต้ภาวะการแข่งขัน
2. การขยายฐานลูกค้าต่างชาติอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศที่มีศักยภาพสูง และ ต้องการศัลยกรรมเฉพาะทาง เช่น อินโดนีเซีย เมียนมา และลาว พร้อมตั้งเป้ารายได้ต่างชาติ แตะระดับ 40% ของรายได้รวม
3. การพัฒนา Product Mix และเพิ่มสัดส่วนบริการเฉพาะทางที่มีมาร์จิ้นสูง รวมถึงการร่วมมือกับพันธมิตรในธุรกิจโรงพยาบาลศัลยกรรม และธุรกิจเสริมอาหารเพื่อความงาม
4. การป้องกันระบบภายในให้แข็งแกร่ง โดยเฉพาะการป้องกันการประกอบธุรกิจค้าแข่ง
อย่างไรก็ดี ประเมินว่าแนวโน้มในช่วงครึ่งปีแรก 2569 จะยังเคลื่อนไหวในลักษณะทรงตัวตามภาวะเศรษฐกิจและจังหวะการจัดระบบภายใน แต่หลังผ่านพ้นไตรมาสแรก คาดว่าจะเริ่มเห็นผลจากการปรับทัพอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะตลาดต่างประเทศซึ่งยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ลูกค้าอินโดนีเซียยังมีความแข็งแรง คาดปิดปี 2568 ด้วยสัดส่วนรายได้ราว 30% และตั้งเป้าเพิ่มเป็น 40% ในปี 2569
ซึ่งสอดคล้องกับการตั้งเป้าหมายกลุ่มลูกค้าภายในประเทศไว้ที่ 60% และลูกค้าต่างชาติที่ 40% ผ่านความร่วมมือทางธุรกิจในอินโดนีเซียและแผน Pop-up ในประเทศลาว อย่างไรก็ตาม จะไม่มีการขยายธุรกิจเข้าสู่ตลาดเวียดนาม เนื่องจากโครงสร้างตลาดที่ประกอบด้วยคลินิกขนาดเล็กจำนวนมากและการแข่งขันด้านราคาที่ไม่สอดคล้องกับโมเดลธุรกิจโรงพยาบาลของบริษัท และด้วย
“ในช่วง 2 ไตรมาสที่ผ่านมา หลังจากที่ MASTER ได้รับผลกระทบ เป็นเรื่องที่หนักและคาดไม่ถึง อย่างไรก็ดี เราจะจัดการในส่วนของแพทย์ พนักงาน ที่ไม่ได้ปฏิบัติตามสัญญาให้เป็นเรื่องของคดีไป ส่วน MASTER หลังจากที่ปรับปรุงระบบเรียบร้อยแล้ว จะมุ่งมั่นทำงานอย่างเต็มที่เพื่อให้ผลการดำเนินงานมีกำไรเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าจะเริ่มเห็นการเติบโตอย่างชัดเจนตั้งแต่ไตรมาส 1 ของปี 2569 เป็นต้นไป และคาดว่าจะเห็นการเติบโตของปี 2569 ที่ระดับตัวเลขหลักเดียว (Single Digit)” นางสาวลภัสรดา กล่าวทิ้งท้าย
นางสาวลภัสรดา เลิศภานุโรจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มาสเตอร์ สไตล์ จำกัด (มหาชน) หรือ MASTER เปิดเผยว่า ช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา MASTER อยู่ในจังหวะสำคัญของการปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ ทั้งในมิติของโครงสร้างองค์กร ทีมผู้บริหาร และระบบหลังบ้านที่ต้องยกเครื่องใหม่เกือบทั้งหมด ภาพรวมจึงมีลักษณะของช่วงเปลี่ยนผ่านก่อนเข้าสู่ระลอกการเติบโตใหม่ ซึ่งเชื่อว่าจะเริ่มเห็นผลเชิงรูปธรรมตั้งแต่ไตรมาส 1/69
สำหรับปี 2568 บริษัทได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและการแข่งขันที่ทวีความรุนแรงขึ้น แม้ว่าจำนวนลูกค้าจะเพิ่มขึ้น แต่ยอดใช้จ่ายต่อบิล (Average bill) ลดลงเหลือราว 4% จากระดับปกติที่เคยขยายตัวเฉลี่ยปีละ 10-15% ส่งผลให้ปี 2568 ไม่ใช่ปีที่ผลประกอบการจะเร่งตัวขึ้น หากแต่เป็นปีที่มุ่งเน้นการจัดระเบียบระบบภายในและวางรากฐานเพื่อรองรับการเติบโตในรอบใหม่มากกว่า
อีกทั้งในปี 2568 ปัจจัยบวกด้านดีมานด์กลับถูกกดทับด้วยแรงกดดันด้านบุคลากรและข้อมูลภายใน โดยเริ่มจากกรณี อดีตแพทย์บริหารที่รู้กลยุทธ์บริษัทเป็นอย่างดีได้ย้ายไปอยู่กับคู่แข่ง ซึ่งนำไปสู่กระบวนการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายราว 75 ล้านบาท ตามด้วยเหตุการณ์การดึงตัวพนักงานรวมกว่า 12 คนด้วยข้อเสนอค่าตอบแทนสูงถึง 3 เท่า ตลอดจนการร้องเรียนใบอนุญาตอาคารที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ แม้บริษัทมีความมั่นใจว่าเอกสารทุกส่วนถูกต้อง โดยประเด็นเหล่านี้อยู่ระหว่างการดำเนินการทางกฎหมาย
“ในช่วงที่ผ่านมา MASTER เผชิญกับเหตุการณ์ข้อมูลเชิงกลยุทธ์รั่วไหลถึงคู่แข่งภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง ทำให้ต้องยกระดับการรักษาความปลอดภัยข้อมูลอย่างเร่งด่วน และย้ายการประชุมสำคัญไปยังพื้นที่ที่มีระบบควบคุมเข้มงวด พร้อมทั้งดำเนินการปรับปรุง Internal Control ใหม่ทั้งหมด” นางสาวลภัสรดา กล่าว
นอกจากนี้ สาขาหาดใหญ่ยังต้องรับมือกับเหตุอุทกภัยครั้งรุนแรง ระดับน้ำท่วมสูงกว่า 3 เมตร ภายในสิบวันหลังการเปิดให้บริการ ส่งผลให้ชั้นล่างได้รับความเสียหายทั้งหมด แต่บริษัทคาดว่าจะสามารถฟื้นฟูและกลับมาเปิดให้บริการได้เร็วที่สุดในพื้นที่ภายในวันที่ 20 ธันวาคมนี้
“ในส่วนของกลยุทธ์ระยะกลาง บริษัทเชื่อว่าโครงสร้างใหม่จะทำให้ Master มีความแข็งแกร่งเชิงองค์กรเพิ่มขึ้น พร้อมรองรับเป้าหมายสู่การเป็น Regional Company โดยการเติบโตในปีหน้าจะมาจากประสิทธิภาพของระบบหลังบ้านที่ยกระดับขึ้น และการนำดีมานด์ต่างประเทศมาแปลงเป็นรายได้ที่มีคุณภาพมากขึ้น มากกว่าการขยายจำนวนสาขา”
สำหรับแนวโน้มธุรกิจครึ่งปีแรกของ 2569 และกลยุทธ์รับมือการแข่งขัน บริษัทฯ ประเมินว่าอุตสาหกรรมศัลยกรรมและเสริมความงามของไทยยังเติบโตแต่อยู่ในอัตราที่ชะลอลง ตามประมาณการของศูนย์วิจัยกสิกรไทยที่คาดว่าตลาดจะเติบโตเพียง 1.0% เทียบกับ 1.6% ในปี 68 แม้จำนวนผู้ใช้บริการและอัตราค่าบริการจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น แต่ภาวะเศรษฐกิจและการแข่งขันที่เข้มข้นยังคงเป็นแรงกดดันหลักต่อกำลังซื้อ และการขยายฐานลูกค้าใหม่
ทั้งนี้ MASTER เตรียมปรับแผนธุรกิจเชิงรุก โดยเน้น 4 แกนกลยุทธ์สำคัญ ได้แก่
1. การบริหารต้นทุนและโครงสร้างราคาที่เหมาะสม เพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ใน ระดับที่แข็งแรง แม้ภายใต้ภาวะการแข่งขัน
2. การขยายฐานลูกค้าต่างชาติอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศที่มีศักยภาพสูง และ ต้องการศัลยกรรมเฉพาะทาง เช่น อินโดนีเซีย เมียนมา และลาว พร้อมตั้งเป้ารายได้ต่างชาติ แตะระดับ 40% ของรายได้รวม
3. การพัฒนา Product Mix และเพิ่มสัดส่วนบริการเฉพาะทางที่มีมาร์จิ้นสูง รวมถึงการร่วมมือกับพันธมิตรในธุรกิจโรงพยาบาลศัลยกรรม และธุรกิจเสริมอาหารเพื่อความงาม
4. การป้องกันระบบภายในให้แข็งแกร่ง โดยเฉพาะการป้องกันการประกอบธุรกิจค้าแข่ง
อย่างไรก็ดี ประเมินว่าแนวโน้มในช่วงครึ่งปีแรก 2569 จะยังเคลื่อนไหวในลักษณะทรงตัวตามภาวะเศรษฐกิจและจังหวะการจัดระบบภายใน แต่หลังผ่านพ้นไตรมาสแรก คาดว่าจะเริ่มเห็นผลจากการปรับทัพอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะตลาดต่างประเทศซึ่งยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ลูกค้าอินโดนีเซียยังมีความแข็งแรง คาดปิดปี 2568 ด้วยสัดส่วนรายได้ราว 30% และตั้งเป้าเพิ่มเป็น 40% ในปี 2569
ซึ่งสอดคล้องกับการตั้งเป้าหมายกลุ่มลูกค้าภายในประเทศไว้ที่ 60% และลูกค้าต่างชาติที่ 40% ผ่านความร่วมมือทางธุรกิจในอินโดนีเซียและแผน Pop-up ในประเทศลาว อย่างไรก็ตาม จะไม่มีการขยายธุรกิจเข้าสู่ตลาดเวียดนาม เนื่องจากโครงสร้างตลาดที่ประกอบด้วยคลินิกขนาดเล็กจำนวนมากและการแข่งขันด้านราคาที่ไม่สอดคล้องกับโมเดลธุรกิจโรงพยาบาลของบริษัท และด้วย
“ในช่วง 2 ไตรมาสที่ผ่านมา หลังจากที่ MASTER ได้รับผลกระทบ เป็นเรื่องที่หนักและคาดไม่ถึง อย่างไรก็ดี เราจะจัดการในส่วนของแพทย์ พนักงาน ที่ไม่ได้ปฏิบัติตามสัญญาให้เป็นเรื่องของคดีไป ส่วน MASTER หลังจากที่ปรับปรุงระบบเรียบร้อยแล้ว จะมุ่งมั่นทำงานอย่างเต็มที่เพื่อให้ผลการดำเนินงานมีกำไรเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าจะเริ่มเห็นการเติบโตอย่างชัดเจนตั้งแต่ไตรมาส 1 ของปี 2569 เป็นต้นไป และคาดว่าจะเห็นการเติบโตของปี 2569 ที่ระดับตัวเลขหลักเดียว (Single Digit)” นางสาวลภัสรดา กล่าวทิ้งท้าย
Most Viewed
Wealth EZ
“บริหารเงินก้อน” ยามเกษียณอย่างไรดี?
Updated 19 hours ago
Where to put your money
“หุ้นกู้มีปัญหา” 9M26 สุทธิอยู่ที่ 6.6 พันลบ. ไตรมาส4/26 มี “หุ้นกู้ระยะยาว” ครบกำหนด 1.7 แสนลบ. เป็น “High Yield” เพียง 7% เท่านั้น !!!
Updated 1 day ago
Stock of the Day
เปิดโผ 3 ธีมหุ้น ESG เด่น รับเกณฑ์ประเมินใหม่ FTSE Russell ยกระดับมาตรฐานตลาดทุนไทยสู่สากล โอกาสลงทุนก่อนเริ่มใช้ปลายปี 2569
Updated 1 hour ago
Follow Us
News Update
Wealth EZ
“บริหารเงินก้อน” ยามเกษียณอย่างไรดี?
