PCE ต้อนรับปีใหม่สุดปัง! ผนึกยักษ์ญี่ปุ่น "Nisshin Oilio" พร้อมส่ง "รินทิพย์" บุก 7-Eleven ดันรายได้ปี 2569 โตเข้าเป้า 10-15%
เมื่อยักษ์ใหญ่น้ำมันปาล์มไทยเลือกที่จะไม่รอฟ้าฝนหรือพึ่งพิงนโยบายรัฐเพียงอย่างเดียว PCE จึงพลิกโฉมธุรกิจครั้งใหญ่ด้วยการเติมนวัตกรรม ผ่านพันธมิตรเบอร์หนึ่งจากญี่ปุ่นอย่าง The Nisshin Oilio Group และเพิ่มช่องทางจำหน่าย ด้วยการส่งแบรนด์ "รินทิพย์" สู่มือผู้บริโภคผ่านเซเว่น อีเลฟเว่นทั่วประเทศ นี่คือย่างก้าวสำคัญที่กำลังเปลี่ยนสินค้าโภคภัณฑ์ธรรมดา ให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงที่พร้อมเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน
นายพรพิพัฒน์ ประสิทธิ์ศุภผล รองกรรมการผู้จัดการสายงานกลยุทธ์และพัฒนาองค์กร บริษัท เพชรศรีวิชัย เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) หรือ PCE เดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจตามแผนกลยุทธ์หลัก มุ่งเน้นการสร้างเติบโตผ่านสินค้าที่มีอัตรากำไรสูง (High Margin) และการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายสู่ตลาดผู้บริโภคยุคใหม่ พร้อมเผยดีลสำคัญร่วมทุนพันธมิตรเบอร์หนึ่งจากญี่ปุ่น และแผนการลงทุนขยายโรงงานเพื่อลดต้นทุนการผลิต
รุกโมเดิร์นเทรดเต็มตัว ส่ง "รินทิพย์" เข้า 7-Eleven ทุกสาขา
ไฮไลต์สำคัญด้านการตลาดในปี 2569 คือการปรับเปลี่ยนโครงสร้างช่องทางการจัดจำหน่ายครั้งใหญ่ จากเดิมที่เน้นกลุ่มร้านค้าดั้งเดิม (Traditional Trade) มุ่งสู่ตลาดโมเดิร์นเทรด (Modern Trade) เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้าง โดย PCE เตรียมนำผลิตภัณฑ์น้ำมันปาล์มบรรจุขวดภายใต้แบรนด์ "รินทิพย์" ที่ได้รับการรีแบรนด์ปรับโฉมใหม่ เข้าวางจำหน่ายในร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven ทุกสาขาทั่วประเทศกว่า 15,000 แห่ง
โดยแผนการวางจำหน่ายนี้คาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ภายในไตรมาส 2 ของปีหน้า ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการขยายฐานลูกค้ากลุ่มผู้บริโภครายย่อย (B2C) และเพิ่มสัดส่วนรายได้จากสินค้ากลุ่มน้ำมันบริโภคเกรดพรีเมียม (Food Grade) ให้เติบโตยิ่งขึ้น
ผนึกกำลัง "The Nisshin Oilio Group" แชมป์น้ำมันพืชญี่ปุ่น
ในฝั่งอุตสาหกรรม PCE ได้บรรลุข้อตกลงร่วมทุน (Joint Venture) กับ บริษัท เดอะ นิสชิน โอยิลลิโอ กรุ๊ป จำกัด (The Nisshin Oilio Group, Ltd) ผ่านบริษัทลูก ISF โดย PCE ถือหุ้น 60% และพันธมิตรญี่ปุ่นถือหุ้น 40% เพื่อรุกตลาดน้ำมันสำหรับอุตสาหกรรมอาหาร (B2B)
The Nisshin Oilio Group คือผู้นำตลาดน้ำมันพืชอันดับ 1 ของญี่ปุ่น ที่มียอดขายกว่าแสนล้านบาทและเครือข่ายธุรกิจใน 8 ประเทศทั่วโลก ความร่วมมือนี้จะผสานจุดแข็งด้านวัตถุดิบของ PCE เข้ากับเทคโนโลยีขั้นสูงของญี่ปุ่น เช่น นวัตกรรมน้ำมันทอดที่ใช้ได้นานถึง 8 ชั่วโมงติดต่อกัน 5 วันโดยไม่ดำ เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ อาทิ น้ำมันสำหรับเบเกอรี่ และน้ำมันทอดคุณภาพสูงที่ช่วยให้ขนมกรอบนาน ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะทางของภาคอุตสาหกรรม
ทุ่มงบ 600 ล้าน อัปเกรดโรงงานด้วยเทคโนโลยีใหม่
PCE วางงบลงทุนปี 2569 ไว้ประมาณ 600 ล้านบาท โดยเน้นการขยายกำลังการผลิตและเพิ่มประสิทธิภาพโรงงาน (Efficiency Improvement) แบ่งเป็น
ขยายโรงสกัด: เดินหน้าโรงสกัดเฟส 2 (กำลังผลิต CPO 650 ตัน/วัน) และลงทุนต่อเนื่องในเฟส 3 อีก 177 ล้านบาท
เทคโนโลยีใหม่: เปลี่ยนระบบนึ่งผลปาล์มเป็น หม้อนึ่งแนวตั้ง (Vertical Sterilizer) ช่วยเพิ่มเปอร์เซ็นต์น้ำมันที่สกัดได้
ลดต้นทุน: การขยายโรงสกัดเองจะช่วยลดการพึ่งพาการซื้อน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) จากภายนอก จากเดิม 75% เหลือ 50% ทำให้ควบคุมต้นทุนได้ดียิ่งขึ้น
ปรับพอร์ตสินค้า ดันกำไรสู่ High Margin
บริษัทตั้งเป้าปรับสัดส่วนสินค้าเพื่อหนีความผันผวนของนโยบายรัฐ โดยลดสัดส่วนไบโอดีเซล (B100) เหลือ 10% และมุ่งเน้นสินค้ากำไรสูง โดยผลักดันยอดขายน้ำมันเมล็ดในปาล์มกึ่งบริสุทธิ์ (RBDPKO) ซึ่งเป็นสารตั้งต้นทดแทนโกโก้และช็อกโกแลต เป้าหมาย 50,000 - 53,000 ตัน พร้อมส่งกะลาปาล์มพรีเมียม ซึ่งเป็นสินค้ามาตรฐาน ESG ส่งออกญี่ปุ่น คาดทำยอดขาย 100,000 - 120,000 ตัน
สำหรับปี 2569 PCE ตั้งเป้ารายได้เติบโต 10-15% (มูลค่า 31,000 - 34,000 ล้านบาท) พร้อมตั้งเป้าขยับอัตรากำไร (Margin) ขึ้นเป็น 5-6% และมองเป้าหมายระยะยาวที่ระดับ 10% โดยเชื่อมั่นว่าการกระจายความเสี่ยงสู่ตลาดโลกและผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง จะช่วยสร้างความยั่งยืนให้กับบริษัทและชาวสวนปาล์มไทย โดยไม่ต้องพึ่งพานโยบายภาครัฐเพียงอย่างเดียว
