ORI ถึงช่วงเวลาที่เหมาะสม ก้าวต่อไปจะเติบโตภายใต้ธุรกิจใหม่
บริษัทออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI นักลงทุนหลายท่านคงจะรู้แล้วว่าต่อจากนี้ไป “ออริจิ้น” จะไม่ได้เป็นเพียงแค่ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพียงอย่างเดียวแล้ว ต่อจากนี้ไปจะไม่ใช่แค่ซื้อที่ดินเพื่อมาพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยเพียงอย่างเดียว เพราะด้วยการกระจายโอกาสการลงทุนไปยังกลุ่มธุรกิจที่เป็นเทรนด์ทันสมัยต่อโลกอนาคตจึงทำให้ นับจากนี้ไป ORI จะมีมูลค่าเชิงบวกที่จะมีผลต่อ ORI อย่างมีนัยสำคัญ
โดยในช่วงระยะถัดไปธุรกิจที่ ORI เข้าไปลงทุนจะเริ่มเห็นผลงอกเงย ซึ่งล่าสุดได้เปิดตัวแบรนด์ แอลฟา (ALPHA) ที่ร่วมทุนธุรกิจ JWD ซึ่งทำธุรกิจประเภทคลังสินค้า ศูนย์โลจิสติกส์ สวนอุตสาหกรรม นิคมอุตสาหกรรม ระบบการจัดการคลังสินค้าออนไลน์ เป็นต้นซึ่งมีการตั้งเป้ากันว่าจะขยายโรงงานและคลังสินค้ากว่า 1 ล้าน ตร.ม.และจะขายสินทรัพย์เข้ากองรีทส์ รวมถึงในปี 68 จะนำเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
เช่นเดียวกับนักวิเคราะห์บริษัทหยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ประเมินว่า ORI ควรซื้อขายที่เป็นพรีเมี่ยมมากกว่าหุ้นตัวอื่นๆในธุรกิจอสังหาฯทั่วๆไป เพราะในระยะสั้น และระยะกลางมีแผนที่จะนำบริษัทย่อยต่างๆเข้าตลาดอาทิ บริษัท บริทาเนีย (BRI) ดำเนินธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แนวราบ และบริษัท วัน ออริจิ้น จำกัด ดำเนินธุรกิจโรงแรมและอสังหาฯ เชิงพาณิชย์) รวมถึงธุรกิจ Healthcare, พลังงานทดแทน และธุรกิจบริหารสินทรัพย์ (AMC)
ปัจจุบันธุรกิจต่างๆที่ ORI เข้าไปลงทุนใหม่ๆซื้อขายบน PER ที่ระดับ 15-30 มากกว่าอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ที่ราว 7.5 ดังนั้น ORI จึงควรซื้อขายบน PER ครึ่งแรกของปี 65 ที่เป็นพรีเมี่ยมมากกว่ากลุ่ม จากแนวโน้มการเติบโตและ Synergy ของธุรกิจใหม่ที่จะเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายครึ่งหลังปี 64 เป็นต้นไป คงคำแนะนำ “ซื้อ” และปรับเพิ่มราคาเหมาะสม ณ สิ้นครึ่งแรกของปี 65 เป็น 13.40 บาทต่อหุ้น โดยอิง PE ที่9.6 เทียบเท่า
ขณะที่บทวิเคราะห์เอเชีย พลัส จำกัด มองในทิศทางเดียวกันว่าการที่ ORI ร่วมทุนกับ JWD สัดส่วน 50:50 ตั้งบริษัท ALPHA ดำเนินธุรกิจพัฒนาอสังหา แม้อาจยังไม่สามารถคาดหวังต่อผลกำไรในระยะสั้น (รับรู้ส่วนแบ่งกำไร) แต่คาดความคืบหน้าของธุรกิจจะหนุนต่อการเติบโตของกำไรในระยะกลาง-ยาว หากทำได้ตามแผน
สำหรับ ภายใต้แผนลงทุนเพิ่มพื้นที่เช่าข้างต้น บริษัทคาดหมายรายได้ปี 2565 อยู่ที่ 155 ล้านบาท ก่อนเพิ่มเป็น 540 ล้านบาท, 840 ล้านบาท และ 1 พันล้านบาทปี 2566-2568 ขณะที่ประเมินกำไรปี 2565 เท่ากับ 55 ล้านบาท, 270 ล้านบาทปี 2566, 465 ล้านบาทปี 2567 และ 600 ล้านบาทปี 2568 ซึ่งจะช่วยเสริมฐานกำไรของ ORI อย่างมีนัยฯ ใน จึงต้องติดตามพัฒนาการของ ALPHA ต่อไป

