TASCO วิ่งแรงกว่า 9% หลังสหรัฐฯ เข้าควบคุมเวเนฯ โบรกฯ แนะ “Trading Buy” ชูเป้า 16.60 บ. มองเป็นโอกาสเก็งกำไรนำเข้าน้ำมันมากขึ้น

TASCO วิ่งแรงกว่า 9% หลังสหรัฐฯ เข้าควบคุมเวเนซูเอลา ฟากโบรกฯ แนะ “Trading Buy” ชูเป้า 16.60 บาท มองเป็นโอกาสเก็งกำไรนำเข้าน้ำมันมากขึ้น หนุนปริมาณขาย-Yield การผลิต


วันนี้ (5 ม.ค.69) ราคาหุ้นของ บริษัท ทิปโก้แอสฟัลท์ จำกัด (มหาชน) หรือ TASCO ล่าสุดอยู่ที่ระดับ 15.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.30 บาท หรือ 9.49% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 330.33 ล้านบาท


โดยคาดว่าการปรับตัวเพิ่มขึ้นดังกล่าวมาจากความคาดหวังโอกาสเก็งกำไรการนำเข้าน้ำมันจากเวเนซูเอลามากขึ้นหลังสหรัฐฯ เข้าควบคุมเวเนซูเอลา โดยหาก TASCO สามารถนำเข้าน้ำมันจากเวเนฯ ได้เป็นบวกในแง่ปริมาณขาย, Yield การผลิต และสัญญาที่แน่ชัด


ทั้งนี้ บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุ แนะนำ “Trading Buy” หุ้น TASCO ด้วยราคาเป้าหมาย 16.60 บาท โดยช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา สหรัฐฯ เข้าควบคุมประธานาธิบดีเวเนซูเอลา และอยู่ระหว่างเข้าบริหารประเทศในช่วงเปลี่ยนถ่ายอำนาจ โดยมีความพยายามเข้าแทรกแซงธุรกิจพลังงานของประเทศ


โดย บล.กรุงศรี มองประเด็นดังกล่าว แม้ยังมีความไม่แน่นอนว่าสหรัฐฯ สามารถเข้าควบคุมธุรกิจน้ำมันของเวเนฯ ได้หรือไม่ แต่ให้ประโยชน์จากข้อสงสัย (Benefit of the doubt) เปิดโอกาสเก็งกำไรกรณี TASCO สามารถซื้อน้ำมันดิบประเภท Heavy crude จากเวเนซูเอลาได้อีกครั้ง หลังถูกห้ามนำเข้าน้ำมันจากเวเนฯ มาตั้งแต่ ก.ย. 2563


ปัจจุบัน รูปแบบธุรกิจของ TASCO เน้นในลักษณะ Trading (ซื้อมา-ปรับปรุงคุณภาพ-ขายต่อ) สัดส่วนกว่า 80% ของปริมาณขายทั้งหมด 1.2 ล้านตัน/ปี โดย หาก TASCO สามารถนำเข้าน้ำมันจากเวเนฯ ได้จริง จะทำให้โรงผลิตยางมะตอยของ TASCO ซึ่งเป็นโรงกลั่นที่เหมาะสำหรับใช้น้ำมันจากเวเนฯ มากที่สุด (ใช้ 90% ของน้ำมันที่ใช้ทั้งหมด) สามารถเดินเครื่องได้มากขึ้น จะได้ประโยชน์ทั้งต้นทุนที่ถูก, Yield การผลิตยางมะตอยที่สูง และมีสัญญาระยะยาว เทียบกับปัจจุบันต้องหา Crude/Feedstock เป็นครั้งต่อครั้ง


ในช่วงก่อนปี 2563 ที่ TASCO ยังสามารถใช้น้ำมันจากเวเนฯ ได้ จะมียอดขายราว 2-2.2 ล้านตัน/ปี กำไร 2.5-3 พันลบ./ปี เทียบกับปัจจุบันที่เหลือ 1.2 ล้านตัน/ปี และมีกำไรราว 1.5 พันลบ./ปี ถือเป็น Upside ระยะกลาง-ยาว โดยเรายังติดตามความ คืบหน้าและนำเสนอต่อไป


ทั้งนี้ บล.กรุงศรี คงกำไรปี 2568-69 ไว้ที่ราว 1.5 พันลบ./ปี โดยมองกรณีนำเข้าน้ำมันจากเวเนฯ จะเกิดอย่างเร็วสุดไตรมาส 3/69 และมองเป็น Upside สำหรับปี 2570 เป็นต้นไป โดยอิงเหตุการณ์ช่วงปี ต.ค.2566 ที่สหรัฐฯ ยกเลิกแบนเวเนฯ ชั่วคราว 6 เดือน พบว่า TASCO ไม่สามารถซื้อจากเวเนฯ ได้ทัน เพราะต้องใช้เวลาในการติดต่อทีมผู้บริหารใหม่ทั้งหมด รวมถึงมีผู้ซื้อเสนอจำนวนมาก มีผลต่อความคุ้มค่าไม่ได้เท่าเดิม


ดังนั้น ประเด็นดังกล่าว บล.กรุงศรี มองเป็นบวกต่อหุ้น TASCO