JMART สวนกระแส! ตั้งเป้าปี 69 รายได้โต 50% แตะ 1.5 หมื่นลบ. ลุยให้บริการ “ผ่อนมือถือออนไลน์” ครบวงจร มั่นใจ SINGER ผ่านจุดต่ำสุด พร้อมเทิร์นอะราวด์
ถือเป็นการแสดงจุดยืนสวนกระแสความผันผวนทางเศรษฐกิจทันที สำหรับ JMART เมื่อผู้บริหารตั้งเป้าหมายการเติบโตของรายได้ในปี 2569 ไว้ที่ 50% แตะระดับ 1.5 หมื่นล้านบาท หลังเดินหน้าต่อยอดธุรกิจด้านสินเชื่อโดยการเปิดโอกาสให้ลูกค้าสามารถผ่อนสมาร์ทโฟนผ่านช่องทางออนไลน์แบบครบวงจร พร้อมหนุนบริษัทในเครืออย่าง SINGER เติบโตควบคู่ไปด้วยกันแบบ “เทิร์นอะราวด์” จาก SG Finance+
นายดุสิต สุขุมวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจมาร์ท โมบาย จำกัด (Jaymart Mobile) กล่าวว่า ในปี 2569 Jaymart Mobile ขยายบทบาทจากผู้ให้บริการค้าปลีกสู่การเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศ Mobile & Digital Finance เปิดตัว “บริการผ่อนมือถือออนไลน์แบบครบวงจร” ภายใต้แนวคิด “A New Era of Mobile Loans - Seamless. Fully Online. Anytime.” เพื่อตอบรับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคดิจิทัลที่ให้ความสำคัญกับความรวดเร็ว ความสะดวก และการเข้าถึงบริการได้ทันที
โดยนับเป็นก้าวสำคัญของ Jaymart Mobile ในการยกระดับบริการ สร้างความได้เปรียบเชิงกลยุทธ์ พร้อมตอกย้ำการผสาน Retail + Digital Finance คือทิศทางสำคัญของอุตสาหกรรมในอนาคต และสะท้อนวิสัยทัศน์ในการพัฒนาโซลูชันที่เชื่อมโยงเทคโนโลยี การเงิน และไลฟ์สไตล์เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว
บริการดังกล่าวถูกออกแบบบนแนวคิด Mobile - First และ Customer - Centric มอบประสบการณ์การใช้งานที่ครบทุกขั้นตอน ตั้งแต่การสมัคร การพิจารณาอนุมัติ ไปจนถึงการรับสินค้า ผ่านระบบออนไลน์เต็มรูปแบบ รองรับการใช้งานได้ทุกที่ ทุกเวลา โดยไม่ต้องพึ่งพากระบวนการออฟไลน์แบบเดิม
ขณะเดียวกัน บริษัทมองว่าในปี 2569 ตลาดสมาร์ตโฟนในประเทศไทยยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง จากการฟื้นตัวของกำลังซื้อ การเปลี่ยนเครื่องรอบใหม่ และความต้องการสมาร์ตโฟนที่รองรับเทคโนโลยี AI โดยเฉพาะในกลุ่มรุ่นราคาจับต้องได้ จึงมั่นใจว่าในปี 2569 Jaymart Mobile จะสามารถเดินหน้าสร้างการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้ารายได้ไว้ที่ 15,000 ล้านบาท เติบโต 50% จากปี 2568 ซึ่งในจำนวนนี้มาจากยอดขายผ่านสินเชื่อมือถือประมาณ 5,000 ล้านบาท เติบโต 60% จากปีก่อน
นอกจากนี้ บริษัทมีจุดแข็งในการขยายสาขาเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาถึง 60 สาขา ทำให้ปัจจุบัน มีร้านค้ากว่า 300 สาขาทั่วประเทศ ผสานเทคโนโลยีและความร่วมมือภายในกลุ่มเจมาร์ท ได้แก่ Singer Thailand และ SG Capital เพื่อขยายระบบนิเวศสินเชื่อโทรศัพท์มือถือให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น โดยเฉพาะโครงการ SG Finance+ ที่ช่วยเพิ่มการเข้าถึงสินเชื่อ ลดอุปสรรคด้านกำลังซื้อ และการผลักดันยอดขายจากพันธมิตรสมาร์ตโฟนทั้งกลุ่มพรีเมียม และ China Brand ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
“สำหรับประเด็นความกังวลกรณีการปรับขึ้นราคาสมาร์ทโฟนตามต้นทุนวัตถุดิบชิ้นส่วน ซึ่งอาจส่งผลต่อความต้องการสมาร์ทโฟนลดลงนั้น จากการที่ได้พูดคุยกับผู้ผลิตต่าง ๆ ทำให้ทราบว่าเรายังไม่ได้รับกระทบในส่วนนี้ โดยในส่วนของโครงสร้างยังเป็นโครงสร้างเดิม แต่จะมีการปรับราคาขึ้น ซึ่งโดยส่วนตัวมองว่าการปรับขึ้นราคาจะอยู่ได้ไม่นานและอาจจะเห็นสัญญาณที่ดีในไตรมาส 4 เพิ่มเติม”
นายนราธิป วิรุฬห์ชาตะพันธ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SINGER ตอกย้ำบทบาทสำคัญในการยกระดับตลาดสินเชื่อสมาร์ตโฟนไทย ผ่าน SG Finance+ ซึ่งสอดรับกับทิศทางการทรานส์ฟอร์มองค์กรของ SINGER สู่ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มสินเชื่อดิจิทัลครบวงจร ต่อยอดจากวิสัยทัศน์ “Financial Services Network Tech” ที่ SINGER ประกาศไว้ก่อนหน้า โดยผสานเทคโนโลยีเข้ากับเครือข่ายการขายและพันธมิตรทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มการเข้าถึงสินเชื่อดิจิทัลอย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านโมเดลสินเชื่อสมาร์ตโฟนแบบล็อกเครื่อง หรือ Lock Phone บนแพลตฟอร์ม SG Finance+ ภายใต้การบริหารของบริษัท เอสจี แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) (SGC)
ในเชิงรายได้จากสมาร์ตโฟนของ SINGER ในปี 2568 เพิ่มอย่างก้าวกระโดดเป็น 254 ล้านบาท หรือเติบโตมากกว่า 300% สะท้อนความต้องการสินเชื่อสมาร์ตโฟนที่ขยายตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะสินเชื่อแบบ Lock Phone นอกจากนี้ ณ สิ้นปี 2568 บริษัทประสบความสำเร็จในการขยายเครือข่ายของ Direct Sale และดีลเลอร์โทรศัพท์มือถือกว่า 1,200 รายทั่วประเทศ ช่วยเพิ่มการเข้าถึงลูกค้าในวงกว้าง สนับสนุนการเติบโตของยอดขาย
“เราเห็นโอกาสตลาดขนาดใหญ่ของผู้ที่ยังเข้าไม่ถึงสินเชื่อในระบบ การทำสินเชื่อออนไลน์ จะทำให้การเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น และจะทำให้ตลาดสินเชื่อสมาร์ตโฟนยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมากในระยะยาว บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้จากสมาร์ตโฟนในปี 2569 ไว้ที่ 900 ล้านบาท” นายนราธิป กล่าว
ทั้งนี้ บริษัทคาดว่ารายได้รวมตลอดทั้งปีจะสามารถเติบโตได้ราว 40% จากการปรับกลยุทธ์ทางธุรกิจให้สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการปรับพอร์ตสินค้า เพื่อรับมือกับระดับหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง และกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ชะลอตัวลง
โดยได้ตัดสินใจเพิ่มสัดส่วนการจำหน่ายโทรศัพท์มือถือ จากเดิมคิดเป็นเพียง 10% ของยอดขายในปี 2566 ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 40% ในปีนี้ เนื่องจากเป็นสินค้าที่มีความเสี่ยงด้านสินเชื่อต่ำ ขณะเดียวกัน ได้ปรับลดสัดส่วนการจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าลงจากเดิม 80% เหลือประมาณ 50% เพื่อเพิ่มความระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อ ท่ามกลางภาวะความเสี่ยงด้านหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้รายได้เฉพาะในส่วนของการขายสินค้าของบริษัทเติบโตขึ้นประมาณ 22%
“มั่นใจว่ากลุ่ม SINGER ได้ผ่านจุดต่ำสุดและกำลังอยู่ในช่วง Turnaround อย่างเต็มตัว โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักคือการเปิดตัว SG Finance Plus ขณะที่ภาพรวมปี 2569 คาดว่าจะเห็นการเติบโตที่สูงท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโตต่ำ โดยอาศัยการเติบโตจากธุรกิจไฟแนนซ์เป็นแรงขับเคลื่อนหลัก” นายนราธิป กล่าวทิ้งท้าย
นายดุสิต สุขุมวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจมาร์ท โมบาย จำกัด (Jaymart Mobile) กล่าวว่า ในปี 2569 Jaymart Mobile ขยายบทบาทจากผู้ให้บริการค้าปลีกสู่การเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศ Mobile & Digital Finance เปิดตัว “บริการผ่อนมือถือออนไลน์แบบครบวงจร” ภายใต้แนวคิด “A New Era of Mobile Loans - Seamless. Fully Online. Anytime.” เพื่อตอบรับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคดิจิทัลที่ให้ความสำคัญกับความรวดเร็ว ความสะดวก และการเข้าถึงบริการได้ทันที
โดยนับเป็นก้าวสำคัญของ Jaymart Mobile ในการยกระดับบริการ สร้างความได้เปรียบเชิงกลยุทธ์ พร้อมตอกย้ำการผสาน Retail + Digital Finance คือทิศทางสำคัญของอุตสาหกรรมในอนาคต และสะท้อนวิสัยทัศน์ในการพัฒนาโซลูชันที่เชื่อมโยงเทคโนโลยี การเงิน และไลฟ์สไตล์เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว
บริการดังกล่าวถูกออกแบบบนแนวคิด Mobile - First และ Customer - Centric มอบประสบการณ์การใช้งานที่ครบทุกขั้นตอน ตั้งแต่การสมัคร การพิจารณาอนุมัติ ไปจนถึงการรับสินค้า ผ่านระบบออนไลน์เต็มรูปแบบ รองรับการใช้งานได้ทุกที่ ทุกเวลา โดยไม่ต้องพึ่งพากระบวนการออฟไลน์แบบเดิม
ขณะเดียวกัน บริษัทมองว่าในปี 2569 ตลาดสมาร์ตโฟนในประเทศไทยยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง จากการฟื้นตัวของกำลังซื้อ การเปลี่ยนเครื่องรอบใหม่ และความต้องการสมาร์ตโฟนที่รองรับเทคโนโลยี AI โดยเฉพาะในกลุ่มรุ่นราคาจับต้องได้ จึงมั่นใจว่าในปี 2569 Jaymart Mobile จะสามารถเดินหน้าสร้างการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้ารายได้ไว้ที่ 15,000 ล้านบาท เติบโต 50% จากปี 2568 ซึ่งในจำนวนนี้มาจากยอดขายผ่านสินเชื่อมือถือประมาณ 5,000 ล้านบาท เติบโต 60% จากปีก่อน
นอกจากนี้ บริษัทมีจุดแข็งในการขยายสาขาเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาถึง 60 สาขา ทำให้ปัจจุบัน มีร้านค้ากว่า 300 สาขาทั่วประเทศ ผสานเทคโนโลยีและความร่วมมือภายในกลุ่มเจมาร์ท ได้แก่ Singer Thailand และ SG Capital เพื่อขยายระบบนิเวศสินเชื่อโทรศัพท์มือถือให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น โดยเฉพาะโครงการ SG Finance+ ที่ช่วยเพิ่มการเข้าถึงสินเชื่อ ลดอุปสรรคด้านกำลังซื้อ และการผลักดันยอดขายจากพันธมิตรสมาร์ตโฟนทั้งกลุ่มพรีเมียม และ China Brand ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
“สำหรับประเด็นความกังวลกรณีการปรับขึ้นราคาสมาร์ทโฟนตามต้นทุนวัตถุดิบชิ้นส่วน ซึ่งอาจส่งผลต่อความต้องการสมาร์ทโฟนลดลงนั้น จากการที่ได้พูดคุยกับผู้ผลิตต่าง ๆ ทำให้ทราบว่าเรายังไม่ได้รับกระทบในส่วนนี้ โดยในส่วนของโครงสร้างยังเป็นโครงสร้างเดิม แต่จะมีการปรับราคาขึ้น ซึ่งโดยส่วนตัวมองว่าการปรับขึ้นราคาจะอยู่ได้ไม่นานและอาจจะเห็นสัญญาณที่ดีในไตรมาส 4 เพิ่มเติม”
นายนราธิป วิรุฬห์ชาตะพันธ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SINGER ตอกย้ำบทบาทสำคัญในการยกระดับตลาดสินเชื่อสมาร์ตโฟนไทย ผ่าน SG Finance+ ซึ่งสอดรับกับทิศทางการทรานส์ฟอร์มองค์กรของ SINGER สู่ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มสินเชื่อดิจิทัลครบวงจร ต่อยอดจากวิสัยทัศน์ “Financial Services Network Tech” ที่ SINGER ประกาศไว้ก่อนหน้า โดยผสานเทคโนโลยีเข้ากับเครือข่ายการขายและพันธมิตรทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มการเข้าถึงสินเชื่อดิจิทัลอย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านโมเดลสินเชื่อสมาร์ตโฟนแบบล็อกเครื่อง หรือ Lock Phone บนแพลตฟอร์ม SG Finance+ ภายใต้การบริหารของบริษัท เอสจี แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) (SGC)
ในเชิงรายได้จากสมาร์ตโฟนของ SINGER ในปี 2568 เพิ่มอย่างก้าวกระโดดเป็น 254 ล้านบาท หรือเติบโตมากกว่า 300% สะท้อนความต้องการสินเชื่อสมาร์ตโฟนที่ขยายตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะสินเชื่อแบบ Lock Phone นอกจากนี้ ณ สิ้นปี 2568 บริษัทประสบความสำเร็จในการขยายเครือข่ายของ Direct Sale และดีลเลอร์โทรศัพท์มือถือกว่า 1,200 รายทั่วประเทศ ช่วยเพิ่มการเข้าถึงลูกค้าในวงกว้าง สนับสนุนการเติบโตของยอดขาย
“เราเห็นโอกาสตลาดขนาดใหญ่ของผู้ที่ยังเข้าไม่ถึงสินเชื่อในระบบ การทำสินเชื่อออนไลน์ จะทำให้การเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น และจะทำให้ตลาดสินเชื่อสมาร์ตโฟนยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมากในระยะยาว บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้จากสมาร์ตโฟนในปี 2569 ไว้ที่ 900 ล้านบาท” นายนราธิป กล่าว
ทั้งนี้ บริษัทคาดว่ารายได้รวมตลอดทั้งปีจะสามารถเติบโตได้ราว 40% จากการปรับกลยุทธ์ทางธุรกิจให้สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการปรับพอร์ตสินค้า เพื่อรับมือกับระดับหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง และกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ชะลอตัวลง
โดยได้ตัดสินใจเพิ่มสัดส่วนการจำหน่ายโทรศัพท์มือถือ จากเดิมคิดเป็นเพียง 10% ของยอดขายในปี 2566 ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 40% ในปีนี้ เนื่องจากเป็นสินค้าที่มีความเสี่ยงด้านสินเชื่อต่ำ ขณะเดียวกัน ได้ปรับลดสัดส่วนการจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าลงจากเดิม 80% เหลือประมาณ 50% เพื่อเพิ่มความระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อ ท่ามกลางภาวะความเสี่ยงด้านหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้รายได้เฉพาะในส่วนของการขายสินค้าของบริษัทเติบโตขึ้นประมาณ 22%
“มั่นใจว่ากลุ่ม SINGER ได้ผ่านจุดต่ำสุดและกำลังอยู่ในช่วง Turnaround อย่างเต็มตัว โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักคือการเปิดตัว SG Finance Plus ขณะที่ภาพรวมปี 2569 คาดว่าจะเห็นการเติบโตที่สูงท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโตต่ำ โดยอาศัยการเติบโตจากธุรกิจไฟแนนซ์เป็นแรงขับเคลื่อนหลัก” นายนราธิป กล่าวทิ้งท้าย
Most Viewed
Sustainability
“Thai ESG” และ “Thai ESSGX”… จะมีการแสดงข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมในแต่ละส่วน !!!
Updated 7 hours ago
Wealth EZ
“ทางเลือก” การลงทุนใหม่ๆ (2)… “Crypto Assets” !!!
Updated 16 hours from now
Fun of Funds
“ES-CHEQ” ลุย 50 “หุ้นจีน A-Share”... รับ “ศก.ฟื้นตัว” ตอบโจทย์ความมั่งคั่ง “ระยะยาว” !!!
Updated 14 hours ago
Where to put your money
“วิศวกรรมศาสตร์” ผสานศาสตร์ “การวางแผนการเงิน”... สร้าง “พิมพ์เขียวชีวิต” ที่แม่นยำ ถูกต้อง และวัดผลได้ !!!
Updated 1 day ago
Fund Move
บลจ.กสิกรไทย ตอกย้ำผู้นำธุรกิจจัดการลงทุนไทย กวาด 17 รางวัลการันตีความเป็นเลิศจากเวทีไทยและสากล
Updated 1 day ago
Follow Us
