Official Update :

กลุ่มแบงก์ยังมีของดี! จังหวะนี้เหมาะลงทุนรับ “ปันผล”

ถือเป็นช่วงเวลาแห่งความท้าทาย สำหรับหุ้นกลุ่มธนาคาร ภายหลังการประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 4/68 ซึ่งแสดงให้เห็นการปรับตัวลดลงของกำไรสุทธิอย่างมีนัยสำคัญ สิ่งนี้ทำให้เกิดความกังวลในหุ้นกลุ่มธนาคารและทำให้มีแรงขายออกมาบางส่วน


แต่อย่างไรก็ดี หากมองในแง่ของผลตอบแทนจากเงินปันผล หุ้นในกลุ่มนี้ก็ยังถือเป็นกลุ่มที่ให้ผลตอบแทนที่ดีทั้งในแง่ของอัตราผลตอบแทนและความสม่ำเสมอในการจ่าย ทำให้หุ้นธนาคารยังมีความน่าสนใจและเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับผู้ถือหุ้นเพื่อรอรับเงินปันผล โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ราคามีความน่าสนใจเช่นนี้


โดย บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุ ไตรมาส 4/68 กลุ่มธนาคาร 8 แห่งที่ทำการศึกษามีกำไรสุทธิรวมกัน 54.7 พันลบ. ลดลง 4.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยทุกธนาคารมีรายได้ดอกเบี้ยลดลง จากการหดตัวลงของสินเชื่อและการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ และในบางธนาคารมีการตั้งสำรองเพิ่มสูงขึ้นด้วย ส่งผลให้กำไรลดลงอีก 22.9% จากไตรมาสก่อนหน้า


โดยการลดลงของรายได้ดอกเบี้ยยังคงเป็นสาเหตุหลัก ร่วมกับการลดลงของกำไรจากเครื่องมือทางการเงิน และการลงทุนที่เพิ่มสูงขึ้นมากในไตรมาสก่อน ขณะที่ในไตรมาสนี้ค่าใช้จ่ายยังเพิ่มสูงขึ้นด้วย ซึ่งเป็นปกติในไตรมาส 4


ทั้งนี้ เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า มี 4 ธนาคารที่กำไรเพิ่มขึ้น และ 4 ธนาคารที่กำไรลดลง โดยธนาคารที่มีกำไรเพิ่มขึ้นโดดเด่นที่สุดเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า คือ KKP ที่มีกำไร 1.8 พันลบ. เพิ่มขึ้นถึง 26.1% จากปีก่อนหน้า จากค่าใช้จ่ายดอกเบี้ย การตั้งสำรองที่ลดลง และรายได้ค่าธรรมเนียมที่เพิ่มสูงขึ้น


ขณะที่เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ทุกธนาคารมีกำไรลดลงทั้งหมด ยกเว้น KKP ซึ่งเป็นธนาคารเดียวที่กำไรเพิ่มขึ้น โดยเพิ่มขึ้น 6.1% จากไตรมาสก่อนหน้า ทั้งนี้ ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยและการตั้งสำรองที่ลดลงยังเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้กำไรของ KKP เพิ่มสูงขึ้น


อย่างไรก็ดี บล.ฟิลลิป มองว่าภายหลังจากที่ราคาหุ้นกลุ่มธนาคารได้รับผลกระทบจากผลประกอบการที่ส่วนใหญ่ออกมาต่ำกว่าคาด จะเป็นจังหวะที่น่าเข้าลงทุนเพื่อรับปันผล โดยกลุ่มธนาคารถือเป็นกลุ่มที่จ่ายปันผลค่อนข้างสูง โดยคาดว่าปันผลปี 68 ของกลุ่มธนาคารจะอยู่ในช่วง 3.2–8.2% และถึงแม้ทุกธนาคารจะมีการจ่ายปันผลระหว่างกาลไปแล้ว ปันผลครึ่งปีหลังก็ยังสูงในช่วง 1.6–6.7%


ทั้งนี้ ยังคงเลือก KTB (ราคาพื้นฐาน 31.00 บาท) เป็นหุ้น Top pick ของกลุ่ม เนื่องจากมองว่าเป็นธนาคารที่จะได้ประโยชน์จากโครงการต่าง ๆ ของรัฐบาลมากที่สุด