Official Update :

ชี้เป้าหุ้นแถว 2 พื้นฐานดี มูลค่าไม่แพง รับอานิสงส์การเมืองชัด-สภาพคล่องฟื้น

บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยกลับมาคึกคัก หลังการเลือกตั้งและการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่เริ่มมีความชัดเจน ปัจจัยบวกดังกล่าวไม่ได้จำกัดอยู่เพียงหุ้นขนาดใหญ่เท่านั้น แต่หุ้นขนาดกลางและขนาดเล็กก็ได้รับความสนใจจากนักลงทุนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แล้วหุ้นตัวไหนมีแนวโน้มฟื้นตัวและยังมีมูลค่าไม่แพง Wealthy Thai มีมุมมองที่น่าสนใจจาก บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด มานำเสนอ


โดยฝ่ายวิเคราะห์บล.หยวนต้า ให้มุมมองว่า หุ้นขนาดกลาง-เล็กเริ่มฟื้นตัว หลังจากมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันเร่งตัวขึ้น โดยค่าเฉลี่ยจากช่วงต้นปีถึงปัจจุบันเร่งตัวขึ้นเป็น 5 หมื่นล้านบาทต่อวัน เพิ่มขึ้น 25% จากค่าเฉลี่ยทั้งปีก่อนที่ 4 หมื่นล้านบาทต่อวัน ได้แรงหนุนตามภาพการลงทุนของตลาดหุ้นไทยที่กลับมาเป็นบวก หลังทราบผลการเลือกตั้งที่สะท้อนช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐบาลที่ราบรื่น และเสถียรภาพของรัฐบาลชุดใหม่ที่ดูดีกว่าการเลือกตั้ง 2 ครั้งที่ผ่านมา


เนื่องจากพรรคการเมืองที่ได้คะแนนเสียงอันดับหนึ่งสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ตามปกติและรัฐบาลชุดใหม่จะมีหน้าตาคล้ายชุดรักษาการปัจจุบัน ทำให้สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจตามแผนที่วางไว้ได้อย่างรวดเร็ว


หากพิจารณาในเชิงเปรียบเทียบ พบว่า Index Ratio ระหว่าง mai : SET ทรุดตัวลงต่ำสุดเป็นประวัติการณ์เหลือเพียง 0.15 เท่า ส่วน sSET : SET ปรับตัวลงเหลือ 0.41 เท่า ต่ำสุดในรอบเกือบ 6 ปี สะท้อนว่า หุ้นขนาดกลาง-เล็กทรุดตัวลงอย่างหนัก จากทั้งสภาพคล่องในการซื้อขายที่ลดลงและความเชื่อมั่นในการลงทุนของนักลงทุนในประเทศที่อยู่ในระดับต่ำ ทั้งจากผลของเศรษฐกิจที่ชะลอตัว, รัฐบาลที่ไม่มีเสถียรภาพ และปัญหาด้านบรรษัทภิบาลในตลาดทุนไทย


แต่หลังจากสภาพคล่องในการซื้อขายกลับมาเร่งตัวขึ้นอีกครั้ง ซึ่งเป็นข้อสังเกตที่ฝ่ายวิเราะห์เชื่อว่า จะทำให้การลงทุนในหุ้นขนาดกลาง-เล็กกลับมาน่าสนใจอีกครั้งได้เช่นกัน ฝ่ายวิเคราะห์จึงลองวิเคราะห์เชิงปริมาณ โดยพิจารณามูลค่าการซื้อขายรวมในแต่ละวัน ร่วมกับการเคลื่อนไหวของ SET Index ที่เป็นตัวแทนของภาพรวมตลาดหุ้นไทย, sSET ที่เป็นตัวแทนของหุ้นขนาดกลาง และ mai ที่เป็นตัวแทนของหุ้นขนาดเล็ก


เพื่อทดสอบดูว่า มูลค่าการซื้อขายที่เพิ่มขึ้น มีผลทำให้หุ้นขนาดกลางเล็กเคลื่อนไหวดีกว่า SET Index หรือไม่ ซึ่งผลการทดสอบสะท้อนความสัมพันธ์ที่เป็นบวกต่อกัน และสอดคล้องกับข้อสังเกตของฝ่ายวิเคราะห์


โดยข้อมูลการซื้อขายรายวัน 5 ปีย้อนหลังสะท้อนว่า หากมูลค่าการซื้อขายต่อวันของตลาดหุ้นไทยเกิน 5.8 หมื่นล้านบาท หรือยอดซื้อของนักลงทุนรายย่อยต่อวันสูงกว่า 2.4 หมื่นล้านบาท จะทำให้ sSET และ mai เคลื่อนไหว Outperform ตลาดโดยรวม 0.1-0.2% ต่อวัน


เพราะฉะนั้น สถานการณ์ปัจจุบันที่มูลค่าการซื้อขายสูงกว่าระดับดังกล่าวแล้ว และยอดซื้อขายของนักลงทุนรายย่อยที่ 2.2 หมื่นล้านบาท ก็เริ่มใกล้เคียงเกณฑ์ดังกล่าว ทำให้เราคาดว่า sSET และ mai กำลังอยู่ในจุดที่อาจได้รับความสนใจในการเก็งกำไรจากตลาดอีกครั้ง


จากข้อมูลดังกล่าวข้างต้น ฝ่ายวิเคราะห์จึงแนะนำ Trading โดยพิจารณาหุ้นจาก sSET และ mai ใน Coverage ที่ Valuation ยังไม่แพง และกราฟทางเทคนิคมีโอกาสฟื้นตัวในระยะสั้น ได้แก่ NER, EPG, AURA, KCG, THCOM, BBIK, TMAN, SPA, FSMART