Official Update :

BCP จ่อปิดดีล CHK ฮ่องกง เสริมพอร์ตพลังงานเอเชีย ชี้หนุน EBITDA ราว 750-1,000 ลบ. ตั้งเป้าปี 69 รายได้เติบโต 15%

BCP คาดปี 2569 รายได้โตมากกว่า 15% หลังไร้ผลขาดทุนสต๊อกน้ำมัน-ไม่มีรายการพิเศษกดดัน-เพิ่มปริมาณกลั่น มอง EBITDA ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง จ่อปิดดีลซื้อ Chevron Hong Kong 100% ไตรมาส 3/9 เสริมพอร์ตพลังงานเอเชีย ปูทางแตะรายได้ 1 ล้านล้านบาทในปี 2573


นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจากและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP เปิดเผยว่า บริษัทคาดรายได้จากการขายและให้บริการในปี 2569 จะเติบโตมากกว่า 15% จากปีก่อนที่มีรายได้จากการขายและให้บริการ 507,570 ล้านบาท หากไม่มีผลขาดทุนสต็อกน้ำมัน (Stock Loss) ทั้งนี้ บริษัทประเมินแนวโน้มราคาน้ำมันจะทรงตัวหรือปรับตัวดีขึ้นจากปีก่อน


สำหรับกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ในปี 2569 บริษัทคาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นจากปีก่อน เนื่องจากไม่มีการรับรู้ผลขาดทุนจากสินค้าคงคลัง ไม่มีการรับรู้ค่าใช้จ่ายพิเศษเพียงครั้งเดียว และคาดจะไม่มีการรับรู้ผลขาดทุนจากสต๊อกน้ำมัน


ขณะเดียวกันบริษัทประเมินทิศทางการเติบโตของกลุ่มธุรกิจการค้าน้ำมันในปีนี้ โดยคาด EBITDA จะเติบโต 25% หรือมากกว่า 1,000 ล้านบาท จากปีก่อนอยู่ที่ 800 ล้านบาท ทั้งนี้ บริษัทยังคงเป้าหมาย EBITDA จะเติบโตแตะระดับ 100,000 ล้านบาท และมียอดขายที่ระดับ 1 ล้านล้านบาท ในปี 2573


สำหรับกลุ่มธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียมคาดปริมาณการผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเพิ่มขึ้นราว 50% เป็นประมาณ 50,000 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน จากประมาณ 32,000 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวันในปีที่ผ่าน


ส่วนกลุ่มธุรกิจโรงกลั่น การตลาด และพลังงานชีวภาพ คาดปีนี้ปริมาณการกลั่นเพิ่มขึ้นเป็น 275,000 บาร์เรลต่อวัน จาก 264,000 บาร์เรลต่อวัน และคาดว่าค่าการกลั่นพื้นฐาน (GRM) จะอยู่ในช่วง 6-6.5 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล จากปีก่อนอยู่ที่ 6.7 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล


ขณะที่กลุ่มธุรกิจโรงไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐาน คาด EBITDA ในปีนี้จะเติบโตประมาณ 10% จากการปรับพอร์ตเพื่อเพิ่มมูลค่า ขยายการเติบโตจากพลังงาน สาธารูปโภค และดิจิทัล รวมถึงการหมุนเวียนเงินลงทุนเพื่อเพิ่มผลตอบแทนและรองรับการลงทุนใหม่ ด้านโรงไฟฟ้า CCGT ในสหรัฐฯ ผลการดำเนินงานยังคงแข็งแกร่ง ช่วยหนุนรายได้เฉลี่ยต่อกำลังผลิตเพิ่มต่อเนื่อง ส่วนโครงการ Monsoon กำลังผลิต 600 เมกะวัตต์ ซึ่ง BCPG ถือหุ้นในสัดส่วน 48% จะเดินเครื่องเต็มปีเป็นปีแรก


ในส่วนของการเข้าซื้อหุ้น Chevron Hong Kong (CHK) ในสัดส่วน 100% จาก Chevron Companise (Greater China) Limited มูลค่าการลงทุนเบื้องต้น 270 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยใช้แหล่งเงินกู้จากสถาบันการเงินและกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน คาดว่าดีลจะแล้วเสร็จภายในปลางปี 2569 ซึ่งภายหลังการเข้าซื้อเสร็จสิ้น บริษัทจะเปลี่ยนชื่อเป็น Bangchak Hong Kong Limited ทั้งนี้ ประเมินการเข้าซื้อ CHK จะเริ่มสร้าง EBITDA ให้กับบริษัทในปีนี้ประมาณ 750-1,000 ล้านบาท


โดยการเข้าซื้อ CHK ครั้งนี้เป็นการขยายการลงทุนไปยังตลาดพลังงานในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ถือเป็นก้าวสำคัญทั้งในการขยายธุรกิจต่างประเทศ การเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน และการสร้างความแข็งแกร่งให้ระบบโลจิสติกส์พลังงาน ทั้งนี้ CHK มีธุรกิจน้ำมันค้าปลีก น้ำมันอุตสาหกรรม น้ำมันเรือเดินสมุทร คลังน้ำมัน และสถานีบริการทั่วฮ่องกง


“หนึ่งในก้าวสำคัญของบางจากคือการรุกเข้าสู่ตลาดฮ่องกงผ่านการเข้าชื่อกิจการ CHK แบบ 100% ซึ่งปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการตรวจทานธุรกิจ และคาดว่าจะชำระเงินเสร็จสิ้นได้ในช่วงต้นไตรมาส 3/69 การลงทุนครั้งนี้ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ เนื่องจากฮ่องกงเป็นศูนย์กลางการค้าและการขนส่งที่มีความต้องการใช้น้ำมันสูง มีระบบการค้าเสรีและกฎหมายที่ชัดเจน ที่สำคัญคือค่าเงินฮ่องกงผูกกับดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน ในการค้าขายน้ำมันสำเร็จรูปซึ่งปกติจะซื้อขายเป็นสกุลดอลลาร์อยู่แล้ว” นายชัยวัฒน์ กล่าวปิดท้าย