Official Update :

ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย มองปี 69 ตลาดหุ้นกู้ฟื้น การเมืองชัด-ดอกเบี้ยต่ำ-กำกับเข้ม หนุน คาดออกใหม่ 8.8–9 แสนลบ. แนะเก็บ Investment Grade

ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประเมินภาพรวมตลาดหุ้นกู้ไทยปี 2569 ปรับตัวดีขึ้น ตั้งเป้ายอดซื้อ-ขายหุ้นกู้รายย่อยโต 50% แนะนำนักลงทุนทยอยสะสมหุ้นกู้เอกชนคุณภาพดี พร้อมเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ CIMB My Bond บนแอปพลิเคชัน CIMB THAI ตอบโจทย์นักลงทุนหุ้นกู้ ด้วยการผสานเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ากับความเชี่ยวชาญด้านการลงทุน


นายภูดินันท์ เศรษฐนันท์ Head Affluent & Wealth Management ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย เปิดเผยถึงภาพรวมตลาดหุ้นกู้ไทยว่าเริ่มเห็นสัญญาณเชิงบวกด้านคุณภาพเครดิตตั้งแต่ปี 2568 โดยจำนวนผู้ออกตราสารที่ถูกปรับลดอันดับเครดิต (Downgrade) ลดลงอย่างต่อเนื่อง สะท้อนความเสี่ยงของตลาดที่ผ่อนคลายลง ขณะเดียวกัน credit spread ของหุ้นกู้อันดับเครดิต AAA มีแนวโน้มแคบลง ส่วนกลุ่ม AA และ A อยู่ในระดับทรงตัว ขณะที่หุ้นกู้อันดับ BBB ขยายตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย


สำหรับปี 2569 ธนาคารประเมินว่าตลาดหุ้นกู้มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นจาก 3 ปัจจัย ได้แก่ (1) ความชัดเจนทางการเมืองหลังการจัดตั้งรัฐบาลเดือนกุมภาพันธ์ 2569 (2) อัตราดอกเบี้ยนโยบายระดับต่ำ โดยคาดว่าจะปรับลดอีก 1 ครั้งในปีนี้ ซึ่งช่วยลดต้นทุนทางการเงินของผู้ออก และสนับสนุนการแคบลงของ credit spread และ (3) มาตรการกำกับดูแลที่เข้มงวดขึ้น ซึ่งช่วยยกระดับมาตรฐานตลาดและเสริมความเชื่อมั่นนักลงทุน ทั้งนี้คาดว่าการออกหุ้นกู้ใหม่ในปีนี้จะอยู่ที่ราว 880,000 - 900,000 ล้านบาท


ในเชิงกลยุทธ์ แนะนำทยอยสะสมหุ้นกู้เอกชนคุณภาพดีระดับ Investment Grade (BBB- ขึ้นไป) ในช่วงที่ credit spread ยังจูงใจ ขณะที่ผู้ถือพันธบัตรออมทรัพย์สามารถพิจารณาขายทำกำไรในตลาดรองเพื่อนำเงินไปลงทุนต่อ ทั้งในหุ้นกู้เอกชนเพื่อเพิ่มผลตอบแทน หรือในพันธบัตรรัฐบาลอายุประมาณ 20 ปี สำหรับผู้ที่เน้นความมั่นคงของเงินต้น ซึ่งปัจจุบันให้ผลตอบแทนน่าสนใจเมื่อเทียบอดีต และหากกนง. มีการปรับลดดอกเบี้ยช่วงกลางปี พันธบัตรระยะยาวมีโอกาสสร้างกำไรจากการขาย นอกเหนือจากผลตอบแทนดอกเบี้ยที่ได้รับอยู่แล้ว ซึ่งจะช่วยเพิ่มผลตอบแทนโดยรวมของพอร์ตตราสารหนี้


ปัจจุบันตลาดหุ้นกู้เอกชนมีมูลค่าคงค้างอยู่ที่ประมาณ 4.22 ล้านล้านบาท โดยเป็นการถือครองของลูกค้าบุคคลมูลค่า 1.52 ล้านล้านบาท จากจำนวนผู้ลงทุนรายบุคคล 209,129 ราย หรือเฉลี่ยประมาณ 7.27 ล้านบาทต่อราย ทั้งนี้ นักลงทุนกว่า 80% มีอายุตั้งแต่ 41 ปีขึ้นไป สะท้อนความต้องการบริหารความมั่งคั่งระยะยาว


โดยธนาคารยังคงมีบทบาทสำคัญในตลาดหุ้นกู้อย่างต่อเนื่อง โดยมีมูลค่าธุรกรรมซื้อขายตราสารหนี้ทุกประเภทที่มีอายุมากกว่า 1 ปี รวม 11.49 ล้านล้านบาทคิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 15.39% หรือมูลค่า 1.77 ล้านล้านบาท ขณะที่ธุรกรรมซื้อขายหุ้นกู้เอกชนมีส่วนแบ่งตลาด 23.11% คิดเป็นมูลค่า 2.03 แสนล้านบาท ด้านธุรกรรมซื้อขายตราสารหนี้ของลูกค้ารายย่อย ธนาคารยังคงครองอันดับ 1 ด้วยส่วนแบ่งตลาดมากกว่า 31% และคาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องในระยะข้างหน้า


อย่างไรก็ตาม พบว่ายังมีหุ้นกู้มูลค่าประมาณ 1.9 ล้านล้านบาทที่ถูกถือครองในรูปแบบใบหุ้นกู้จริง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นลูกค้าบุคคล สะท้อนโอกาสสำคัญในการผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบหุ้นกู้ไร้ใบผ่านบริการของ CIMB My Bond บนแอปพลิเคชัน CIMB THAI ซึ่งได้รวมเครื่องมือสำคัญสำหรับนักลงทุนไว้ ได้แก่

  • CIMB My Bond_Bond Portfolio View: แสดงภาพรวมพันธบัตรและหุ้นกู้ทั้งหมดที่ฝากไว้กับธนาคาร พร้อมข้อมูลสำคัญในหน้าจอเดียว

  • CIMB My Bond_Bond Information Hub: ศูนย์รวมข้อมูลหุ้นกู้และพันธบัตรเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจลงทุน

  • CIMB My Bond_Interest & Principal Income Tracker: ติดตามรายรับจากดอกเบี้ยและเงินต้น พร้อมสรุปรายได้รายเดือนและรายปีเพื่อช่วยวางแผนการเงิน

  • CIMB My Bond_Corporate Event Calendar: แจ้งเตือนวันสำคัญ เช่น วันจ่ายดอกเบี้ยและวันครบกำหนดคืนเงินต้น


นอกจากนี้ธนาคารได้เปิดบริการฝากใบหุ้นกู้จริงสำหรับลูกค้า CIMB THAI และ CIMB Preferred โดยลูกค้าสามารถส่งใบหุ้นกู้ผ่านไปรษณีย์มายังธนาคารเพื่อนำเข้าสู่ระบบและแปลงเป็นหุ้นกู้ไร้ใบในบัญชีลงทุน และสำหรับลูกค้า CIMB Preferred ที่มีเงินฝากหรือเงินลงทุนตั้งแต่ 3 ล้านบาทขึ้นไป ธนาคารมอบสิทธิพิเศษจัดส่งเจ้าหน้าที่ไปรับใบหุ้นกู้จริงถึงที่พักในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยกระบวนการแปลงใบหุ้นกู้สู่ระบบดิจิทัลบนแอป CIMB THAI ดำเนินการภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล


ขณะเดียวกัน บริการฝากใบหุ้นกู้ยังรองรับหุ้นกู้จากทุกสถาบันการเงิน ไม่จำกัดเฉพาะที่ซื้อผ่าน CIMB THAI เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากการเก็บรักษา, เพิ่มสภาพคล่องในการซื้อขาย และบริหารพอร์ตได้ทุกที่ทุกเวลา ผ่านบัญชีเพื่อการลงทุนในแอปเดียว


“ในปีนี้ธนาคารตั้งเป้าการซื้อขายหุ้นกู้ของลูกค้ารายย่อยไว้ที่ประมาณ 22,500 ล้านบาท หรือเติบโตเพิ่มขึ้นราว 50% จากปีก่อนหน้า เพื่อสนับสนุนเป้าหมายการขยายธุรกิจ Wealth & Wealth Management (WWM) ซึ่งปัจจุบันมีสินทรัพย์ภายใต้การดูแลประมาณ 300,000 ล้านบาท และตั้งเป้าขยายขนาดธุรกิจเพิ่มขึ้นเป็น 3 เท่า ภายในระยะเวลา 5 ปีข้างหน้า” นายภูดินันท์ กล่าวปิดท้าย

Most Viewed
Wealth EZ
“ทางเลือก” การลงทุนใหม่ๆ (2)… “Crypto Assets” !!!
Updated 1 day ago
Stock of the Day
เปิดโผหุ้นรับอานิสงส์ 4 ยักษ์ใหญ่จีนลงทุนไทย อัดงบ 7 หมื่นล้าน ลุย EV-AI นิคม ยานยนต์ ชิ้นส่วน พลังงานเด่น
Updated 2 hours ago
Stock of the Day
ประเทศไทย จาก “Sick Man of Asia” สู่ศูนย์กลางห่วงโซ่อุปทาน AI ดาวรุ่ง? Bloomberg ชี้โอกาสรับย้ายฐานผลิต หนุนไทยขึ้นแท่นฐานลงทุนโลก
Updated 8 hours ago
Fun of Funds
มองครึ่งปีหลัง “สินทรัพย์เสี่ยง” ยังน่าสนใจ แต่ต้องเลือก... มองบวก “หุ้นไทย” ให้เป้าปีนี้ 1,630 – 1,660 จุด !!!
Updated 1 hour ago
News Highlight
กลุ่ม KTIS เดินหน้าขยายไลน์ผลิตแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ 99.95 ดีกรี ผนึกความร่วมมือองค์การสุรา ขยายฐานสู่กลุ่มผู้บริโภค
Updated 5 hours ago
Follow Us