Official Update :

BBIK เปิดเทรดวันแรก พุ่งแรง 104.16% กำเงินทุน 130 ลบ. ลุยซื้อกิจการ

บริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ BBIK ผู้ดำเนินธุรกิจคอนซัลต์ด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันตัวแรกในประเทศไทย ได้เข้าเทรดวันแรกในวันนี้ (16 ก.ย.64) ทำราคาเปิดการซื้อขายที่ระดับ 36.75 บาท เพิ่มขึ้นโดดเด่นที่ 104.16% จากราคาขาย IPO ที่หุ้นละ 18 บาท โดยจะมีความน่าสนใจแค่ไหน อ่านได้ในบทความนี้เลย


นายพชร อารยะการกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ BBIK เปิดเผยว่า บริษัทมีแผนขยายการลงทุนต่อเนื่อง ประกอบด้วย การลงทุนในธุรกิจหลัด โดยขยายจำนวนพนักงานเพิ่มขึ้น รองรับอุตสาหกรรมที่มีอัตราการเติบโตสูง รวมทั้งลงทุนในธุรกิจใหม่ ไม่ว่าจะเป็น การทำซอฟแวร์ต่างๆขึ้นมา เพื่อรองรับองค์กรขนาดเล็กเข้ามาใช้บริการ


ทั้งนี้ยังมีแผนเข้าซื้อกิจการ หรือร่วมลงทุน โดยวางงบในส่วนนี้เท่ากับ 130 ล้านบาท เพื่อขยายบริการให้ครอบคลุมมากขึ้น ส่วนการร่วมทุนอาจจะเป็นการจัดตั้งธุรกิจใหม่ขึ้นมาในอนาคต โดยจุดแข็งบริษัทมีบุคลากรหลากหลายด้าน ทำให้สามารถผนึกกำลังรวมกับธุรกิจอื่นๆ ในการสร้างธุรกิจดิจิตอลขึ้นมาใหม่ได้


โดยตั้งแต่ช่วงปลายปี 2564 บริษัทฯ จะรับรู้รายได้จากบริษัท ออร์บิท ดิจิทัล จำกัด (ORBIT) ซึ่งเป็นการร่วมทุนระหว่างบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR ถือหุ้นผ่านบริษัทย่อย 40% และบริษัทฯ ถือหุ้น 60% เพื่อเติมเต็มนวัตกรรมและศักยภาพด้านดิจิทัลสู่การสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า ตลอดจนเพิ่มขีดความสามารถขององค์กรด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม สู่การเพิ่มมูลค่าและสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ให้กับ OR เป็นผู้นำด้านดิจิทัลในอุตสาหกรรมค้าปลีกต่อไป


นอกจากนี้บริษัทยังมีแผนขยายฐานลูกค้าไปยังต่างประเทศ  โดยยังมุ่งเน้น Southeast Asia หรือ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพราะมองว่ายังมีโอกาสการเติบโตได้อีกมาก โดยปัจจุบันมีรายได้จากลูกค้าต่างประเทศราว 5-10% มองว่าในอนาคตมีโอกาสที่จะเติบโตได้


ขณะที่เป้าหมายการเติบโตบริษัทจะพยายามรักษาการเติบโตของรายได้ในระดับเดียวกันกับอดีตที่ผ่านมา โดยขณะที่ผลการดำเนินงานปี 2561 – 2563 มีรายได้จากการขายและบริการ 132.76 ล้านบาท 184.94 ล้านบาท และ 200.53 ล้านบาทตามลำดับ เติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) 22.90% และมีกำไรสุทธิ 19.22 ล้านบาท 31.71 ล้านบาท และ 44.29 ล้านบาท เติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) 51.8% ส่วนในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ มีรายได้จากการขายและบริการ 126.92 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39.47% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และกำไรสุทธิ 30.06 ล้านบาท คิดเป็นอัตราทำกำไรสุทธิที่ 23.67%


สำหรับแผนขยายธุรกิจที่จะดำเนินการต่อเนื่องหลังจากเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ มี 6 ด้าน ได้แก่ 1. การเพิ่มบุคลากรและพัฒนาทักษะด้านเทคโนโลยี ตลอดจนวางแผนพัฒนาศูนย์การพัฒนาทักษะ (Learning Academy Center) 2. พัฒนาผลิตภัณฑ์ด้านเทคโนโลยีและดิจิทัลเพื่อให้บริการซอฟต์แวร์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต (Software as a Service หรือ SaaS) รวมถึงจัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ (Research and Development Center)


3.เสริมศักยภาพการบริหารจัดการภายใน ผ่านการยกระดับระบบซอฟต์แวร์เพื่อรองรับการเติบโตขององค์กร 4. ขยายพื้นที่สำนักงานรองรับการเพิ่มบุคลากร 5. ลงทุนในธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่องและมีศักยภาพเพื่อสร้างการเติบโตและรับมือความผันผวนของตลาด และ 6. เสริมศักยภาพด้านเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินงาน


โดยบริษัทฯ มีเป้าหมายมุ่งเป็นบริษัทคอนซัลต์ด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันชั้นนำแบบครบวงจร โดยนำจุดแข็งด้านประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของผู้บริหารและบุคลากรที่เคยร่วมงานกับบริษัทคอนซัลต์ชัั้นนำระดับโลก ให้บริการคำปรึกษาด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี เพื่อตอบสนองลูกค้าที่ต้องการยกระดับองค์กรให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัล และปลดล็อกศักยภาพการเติบโตอย่างไร้ขีดจำกัด เพื่อสร้างแต้มต่อทางธุรกิจ ครอบคลุมการวางกลยุทธ์และการจัดการ (Management Consulting)


ทั้งนี้เพื่อค้นหาปัจจัยความสำเร็จที่จะสร้างการเติบโตอย่างก้าวกระโดด การบริหารจัดการโครงการเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic PMO) การพัฒนาระบบดิจิทัลและให้คำปรึกษาด้านเทคโนโลยี (Digital Excellence and Delivery) ให้คำปรึกษาด้านการจัดการข้อมูลขนาดใหญ่และวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูงด้วยปัญญาประดิษฐ์ (Big Data & Advanced Analytics) และการจัดหาบุคลากรที่เชี่ยวชาญด้านไอที (IT Staff Augmentation) ให้แก่ลูกค้าเพื่อปฏิบัติงานจนจบโครงการ


ด้าน นายพายุพัด มหาผล กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวาณิชธนกิจ บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย กล่าวว่า บมจ.บลูบิค กรุ๊ป เป็นหุ้น IPO ที่มีศักยภาพโดดเด่น โดยมีบริการที่หลากหลายและครอบคลุมด้านการวางกลยุทธ์และบริหารจัดการ เทคโนโลยีและดิจิทัล จึง สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าองค์กรที่ต้องการทำดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันและปลดล็อกศักยภาพการเติบโต ที่ผ่านมาจึงได้รับความไว้วางใจจากบริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมต่างๆ ใช้บริการเป็นจำนวนมากและมีผลการดำเนินงานที่เติบโตอย่างรวดเร็ว รวมถึงยังมีโอกาสขยายฐานลูกค้าอย่างต่อเนื่องในอนาคต สอดคล้องกับเทรนด์การปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานสู่ดิจิทัลที่เกิดขึ้นทั่วโลก


นายพงศ์ศักดิ์ พฤกษ์ไพศาล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายร่วม กล่าวว่า บมจ.บลูบิค กรุ๊ป ถือเป็นบริษัทชั้นนำในธุรกิจที่ปรึกษาด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันในประเทศไทย ซึ่งจะได้รับประโยชน์จากการดำเนินธุรกิจยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยดิจิทัล โดยจุดเด่นของบริษัทฯ คือมีทีมผู้บริหารที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในด้านการให้คำปรึกษาและวางกลยุทธ์ รวมถึงมีเทคโนโลยีดิจิทัลที่ทันสมัยเพื่อให้บริการแก่ลูกค้า สามารถแข่งขันกับบริษัทคอนซัลต์จากต่างประเทศได้ ขณะที่ผลการดำเนินงานมีอัตราเติบโตที่โดดเด่นทั้งรายได้และกำไร ตอกย้ำศักยภาพธุรกิจที่แข็งแกร่ง นอกจากนี้ยังมีความร่วมมือกับ OR ผ่านบริษัทร่วมทุน ซึ่งจะสนับสนุนการเติบโตแก่บริษัทฯ 

This’s Alano

“มุ่งแสวงหาข่าวสาร สร้างสรรค์ผลงานอย่างถูกต้อง เพื่อนำเสนอให้นักลงทุนได้อ่าน”