BPP เปิดยุทธศาสตร์ Power+ ปั้นธุรกิจพลังงานครบวงจร ควบรวม BANPU จัดตั้งบริษัทใหม่ เล็งเข้าตลาดหุ้นภายในไตรมาส 3/69
เมื่อยักษ์ใหญ่ด้านพลังงานอย่าง BPP เดินทางมาถึงจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในรอบ 30 ปี กับการประกาศยุทธศาสตร์ “Power+” ที่ไม่ได้เป็นเพียงผู้ผลิตไฟฟ้าอีกต่อไป แต่คือการผนึกกำลังกับบริษัทแม่อย่าง BANPU เพื่อสร้างระบบนิเวศทางพลังงานที่ครบวงจรที่สุด ภายใต้ชื่อบริษัทใหม่ที่เตรียมปักหมุดเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ช่วงไตรมาส 3/69 นี้
นายอิศรา นิโรภาส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BPP เปิดเผยถึงทิศทางยุทธศาสตร์ครั้งสำคัญของกลุ่มธุรกิจ โดยเตรียมยกระดับบทบาทจากผู้ผลิตไฟฟ้าในระดับภูมิภาค สู่การเป็นธุรกิจพลังงานที่ครบวงจร (Integrated Business) ภายใต้แนวคิด “Power+” ซึ่งจะรวมแพลตฟอร์มพลังงานทั้งหมด ทั้งโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ, พลังงานหมุนเวียน, ระบบกักเก็บพลังงาน และการซื้อขายพลังงานเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อสร้างระบบนิเวศทางพลังงานที่แข็งแกร่งและปลดล็อกมูลค่าของธุรกิจ
โดยหัวใจสำคัญของการปรับโครงสร้างครั้งนี้คือ แผนการควบรวมกิจการระหว่าง BPP และบริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) หรือ BANPU จัดตั้งบริษัทใหม่ โดยมีเป้าหมายที่จะนำบริษัทใหม่นี้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในไตรมาสที่ 3 ของปี 2569
ทั้งนี้ จะมีการหยุดพักการซื้อขายหุ้น BPP และหุ้นบ้านปูเป็นเวลาประมาณ 10 วัน เพื่อจัดสรรหุ้นและจัดประชุมผู้ถือหุ้นร่วมในการพิจารณาอนุมัติธุรกรรม อัตราส่วนการแลกหุ้น กำหนดไว้ที่ 1 หุ้น BPP ต่อ 0.80208 หุ้นในบริษัทใหม่ โดยที่ผู้ถือหุ้นไม่ต้องดำเนินการใด ๆ เพิ่มเติม โดยธุรกรรมสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการควบรวมนี้จะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในช่วง 2 ปีข้างหน้า
สำหรับปี 2569 บริษัทมุ่งเน้นการเติบโตเชิงคุณภาพมากกว่าปริมาณเมกะวัตต์ โดยมองเห็นโอกาสมหาศาลจากการขยายตัวของธุรกิจ Data Center และ AI โดยเฉพาะในรัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา ซึ่งมีความต้องการใช้ไฟฟ้าพุ่งสูงขึ้นถึง 14% บริษัทจึงมีแผนขยายการลงทุนในระบบกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่ (BESS) เช่น โครงการเมาส์ (Mouse) ขนาด 100 เมกะวัตต์ ในสหรัฐฯ ซึ่งคาดว่าจะเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) ได้ภายในปีนี้ รวมถึงการพัฒนาโครงการพลังงานหมุนเวียนในจีนและญี่ปุ่นอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ คุณอิศรา ให้ความมั่นใจว่าสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการดำเนินงานของบริษัท เนื่องจากโรงไฟฟ้าในสหรัฐฯ ใช้ก๊าซธรรมชาติภายในประเทศ (Domestic Gas) ขณะที่โรงไฟฟ้า BLCP ในไทยใช้ถ่านหินนำเข้าจากออสเตรเลียภายใต้สัญญาซื้อขายระยะยาวจนจบโครงการในปี 2575 ทำให้ความผันผวนของราคาตลาดโลกในช่วงสั้นไม่ส่งผลกระทบ
ในส่วนของราคาค่าไฟฟ้า โรงไฟฟ้าหลักอย่าง BLCP และ HPC ซึ่งผลิตไฟฟ้ารวมกันประมาณ 10% ของการผลิตไฟฟ้าทั้งประเทศ ทำหน้าที่เป็นโรงไฟฟ้าฐาน (Base Load) ที่เดินเครื่องเต็มกำลังตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งมีส่วนสำคัญในการช่วยรักษาความมั่นคงของระบบไฟฟ้าและช่วยตรึงระดับราคาค่าไฟฟ้าในประเทศไม่ให้สูงเกินไปในช่วงวิกฤตพลังงาน
ทั้งนี้ ยังแสดงความพร้อมในการหารือกับภาครัฐเพื่อยืดอายุสัญญาโรงไฟฟ้า BLCP ออกไป (ซึ่งทางเทคนิคสามารถเดินเครื่องได้ถึง 30-40 ปี) เพื่อช่วยสร้างเสถียรภาพด้านราคาและพลังงานให้กับประเทศในระยะยาว
ด้านผลการดำเนินงานในปี 2568 ที่ผ่านมา สะท้อนถึงประสิทธิภาพการดำเนินงานที่ยอดเยี่ยม โดยกลุ่มธุรกิจมีกำไรสุทธิรวมอยู่ที่ 3,200 ล้านบาท เติบโตขึ้นถึง 73% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า มี EBITDA รวม 8,268 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% ปัจจัยหลักมาจากผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของโรงไฟฟ้า Temple II ในสหรัฐฯ และโรงไฟฟ้าในจีนที่ได้รับอานิสงส์จากราคาถ่านหินที่ลดลงและการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ บริษัทยังมีสถานะทางการเงินที่มั่นคงด้วย Net D/E Ratio ต่ำเพียง 0.47 เท่า และประกาศจ่ายเงินปันผลในสัดส่วนมากกว่า 60% ของกำไรสุทธิ
นายอิศรา นิโรภาส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BPP เปิดเผยถึงทิศทางยุทธศาสตร์ครั้งสำคัญของกลุ่มธุรกิจ โดยเตรียมยกระดับบทบาทจากผู้ผลิตไฟฟ้าในระดับภูมิภาค สู่การเป็นธุรกิจพลังงานที่ครบวงจร (Integrated Business) ภายใต้แนวคิด “Power+” ซึ่งจะรวมแพลตฟอร์มพลังงานทั้งหมด ทั้งโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ, พลังงานหมุนเวียน, ระบบกักเก็บพลังงาน และการซื้อขายพลังงานเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อสร้างระบบนิเวศทางพลังงานที่แข็งแกร่งและปลดล็อกมูลค่าของธุรกิจ
โดยหัวใจสำคัญของการปรับโครงสร้างครั้งนี้คือ แผนการควบรวมกิจการระหว่าง BPP และบริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) หรือ BANPU จัดตั้งบริษัทใหม่ โดยมีเป้าหมายที่จะนำบริษัทใหม่นี้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในไตรมาสที่ 3 ของปี 2569
ทั้งนี้ จะมีการหยุดพักการซื้อขายหุ้น BPP และหุ้นบ้านปูเป็นเวลาประมาณ 10 วัน เพื่อจัดสรรหุ้นและจัดประชุมผู้ถือหุ้นร่วมในการพิจารณาอนุมัติธุรกรรม อัตราส่วนการแลกหุ้น กำหนดไว้ที่ 1 หุ้น BPP ต่อ 0.80208 หุ้นในบริษัทใหม่ โดยที่ผู้ถือหุ้นไม่ต้องดำเนินการใด ๆ เพิ่มเติม โดยธุรกรรมสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการควบรวมนี้จะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในช่วง 2 ปีข้างหน้า
สำหรับปี 2569 บริษัทมุ่งเน้นการเติบโตเชิงคุณภาพมากกว่าปริมาณเมกะวัตต์ โดยมองเห็นโอกาสมหาศาลจากการขยายตัวของธุรกิจ Data Center และ AI โดยเฉพาะในรัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา ซึ่งมีความต้องการใช้ไฟฟ้าพุ่งสูงขึ้นถึง 14% บริษัทจึงมีแผนขยายการลงทุนในระบบกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่ (BESS) เช่น โครงการเมาส์ (Mouse) ขนาด 100 เมกะวัตต์ ในสหรัฐฯ ซึ่งคาดว่าจะเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) ได้ภายในปีนี้ รวมถึงการพัฒนาโครงการพลังงานหมุนเวียนในจีนและญี่ปุ่นอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ คุณอิศรา ให้ความมั่นใจว่าสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการดำเนินงานของบริษัท เนื่องจากโรงไฟฟ้าในสหรัฐฯ ใช้ก๊าซธรรมชาติภายในประเทศ (Domestic Gas) ขณะที่โรงไฟฟ้า BLCP ในไทยใช้ถ่านหินนำเข้าจากออสเตรเลียภายใต้สัญญาซื้อขายระยะยาวจนจบโครงการในปี 2575 ทำให้ความผันผวนของราคาตลาดโลกในช่วงสั้นไม่ส่งผลกระทบ
ในส่วนของราคาค่าไฟฟ้า โรงไฟฟ้าหลักอย่าง BLCP และ HPC ซึ่งผลิตไฟฟ้ารวมกันประมาณ 10% ของการผลิตไฟฟ้าทั้งประเทศ ทำหน้าที่เป็นโรงไฟฟ้าฐาน (Base Load) ที่เดินเครื่องเต็มกำลังตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งมีส่วนสำคัญในการช่วยรักษาความมั่นคงของระบบไฟฟ้าและช่วยตรึงระดับราคาค่าไฟฟ้าในประเทศไม่ให้สูงเกินไปในช่วงวิกฤตพลังงาน
ทั้งนี้ ยังแสดงความพร้อมในการหารือกับภาครัฐเพื่อยืดอายุสัญญาโรงไฟฟ้า BLCP ออกไป (ซึ่งทางเทคนิคสามารถเดินเครื่องได้ถึง 30-40 ปี) เพื่อช่วยสร้างเสถียรภาพด้านราคาและพลังงานให้กับประเทศในระยะยาว
ด้านผลการดำเนินงานในปี 2568 ที่ผ่านมา สะท้อนถึงประสิทธิภาพการดำเนินงานที่ยอดเยี่ยม โดยกลุ่มธุรกิจมีกำไรสุทธิรวมอยู่ที่ 3,200 ล้านบาท เติบโตขึ้นถึง 73% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า มี EBITDA รวม 8,268 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% ปัจจัยหลักมาจากผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของโรงไฟฟ้า Temple II ในสหรัฐฯ และโรงไฟฟ้าในจีนที่ได้รับอานิสงส์จากราคาถ่านหินที่ลดลงและการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ บริษัทยังมีสถานะทางการเงินที่มั่นคงด้วย Net D/E Ratio ต่ำเพียง 0.47 เท่า และประกาศจ่ายเงินปันผลในสัดส่วนมากกว่า 60% ของกำไรสุทธิ
Most Viewed
Sustainability
“Thai ESG” และ “Thai ESSGX”… จะมีการแสดงข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมในแต่ละส่วน !!!
Updated 4 hours ago
Wealth EZ
“ทางเลือก” การลงทุนใหม่ๆ (2)… “Crypto Assets” !!!
Updated 19 hours from now
Where to put your money
“วิศวกรรมศาสตร์” ผสานศาสตร์ “การวางแผนการเงิน”... สร้าง “พิมพ์เขียวชีวิต” ที่แม่นยำ ถูกต้อง และวัดผลได้ !!!
Updated 1 day ago
Fun of Funds
“ES-CHEQ” ลุย 50 “หุ้นจีน A-Share”... รับ “ศก.ฟื้นตัว” ตอบโจทย์ความมั่งคั่ง “ระยะยาว” !!!
Updated 11 hours ago
Fund Move
บลจ.กสิกรไทย ตอกย้ำผู้นำธุรกิจจัดการลงทุนไทย กวาด 17 รางวัลการันตีความเป็นเลิศจากเวทีไทยและสากล
Updated 1 day ago
Follow Us
